ปัญหาที่เข้าใจได้ไม่ยากด้วยปัญญา

S09E25
  • ปัญหาที่เข้าใจยากทั้ง 7 ประการเหล่านี้ เป็นคำที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใช่หรือไม่ อย่างไร

ข้อความด้านล่างนี้ ที่มีการส่งต่อกันในทางไลน์ ซึ่งเป็นข้อคิดที่ดี แต่ผู้ถามต้องการทราบว่าข้อความเหล่านั้นเป็นคำที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้เช่นนั้น จริงหรือไม่? หรือเป็นข้อความที่ผู้เขียนสรุปเองเกี่ยวกับปัญหาที่เข้าใจยาก 7 ประการ ดังนี้

คำถาม 1: สิ่งที่คมที่สุดในโลกคืออะไร? คนทั่วไปตอบพร้อมกันว่า “มีด”

พระองค์ตอบว่า… สิ่งที่คมที่สุด คือ “ลิ้นของมนุษย์” เพราะว่า ด้วยลิ้นมนุษย์ใส่ร้ายคนอื่น ทำร้ายหัวใจคนอื่น ทำร้ายความรู้สึกคนอื่นได้

คำตอบ 1: จากที่พระอาจารย์มหาไพบูลย์ฯ ศึกษาและสืบค้นมายังไม่พบข้อความโดยบทและพยัญชนะเช่นนี้  แต่โดยอรรถะแล้วเชื่อว่าพระพุทธเจ้าจะทรงตอบว่า สิ่งที่คมที่สุด คือ “ปัญญาของมนุษย์” เพราะเป็นศาสตราที่สามารถตัดกิเลสตัณหาซึ่งเป็นสิ่งที่เหนียวแน่นที่สุดในโลก

หากจะพูดในแง่มุมของ “ลิ้นมนุษย์” นั้น ก็ควรจะกล่าวแต่สิ่งที่เป็นสัมมาวาจาเพื่อการสมานมิตร ระวังคำพูดเพื่อรักษาน้ำใจของมิตร ไม่กล่าววาจาซึ่งเป็นเครื่องที่ทำให้แตกกัน ถือเป็นหนึ่งในหน้าที่ที่เราควรปฏิบัติต่อทิศเบื้องซ้ายด้วย

 

คำถาม 2: ระยะทางที่ไกลที่สุด(จากตัวเรา) คืออะไร? บางคนตอบว่า “ห้วงอวกาศ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ จักรวาล”

พระองค์ตอบว่า… ระยะทางที่ไกลที่สุด คือ “อดีต” เพราะว่า ไม่ว่าใครก็ตามไม่สามารถย้อนกลับไปอดีตได้ ดังนั้นเราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด
คำตอบ 2: จากที่พระอาจารย์มหาไพบูลย์ฯ ศึกษาและสืบค้นมายังไม่พบข้อความโดยบทและพยัญชนะเช่นนี้ แต่โดยอรรถะแล้วเชื่อว่าพระพุทธเจ้าจะทรงตอบว่า ผู้ที่เชี่ยวชาญในระยะทางที่ไกลที่สุด คือ ผู้ที่เที่ยวไปใน “อดีต ปัจจุบัน อนาคต ภายในหรือภายนอก หยาบหรือละเอียด เลวหรือปราณีต ในที่ไกลหรือที่ใกล้” ซึ่งหมายถึง ขันธ์ห้า นั่นเอง เพราะมีอวิชชาหรือความไม่รู้อยู่ จึงยึดถือว่าเป็นของเรา เป็นตัวเรา เป็นตัวตนของเรา ไม่สามารถมองเห็นตามความเป็นจริงได้ จึงถือว่าเป็นผู้เดินทางไกลจากการหลุดพ้นในวัฏสงสารนี้

 

คำถาม 3: สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้คืออะไร? บางคนตอบว่า “ภูเขา โลก ดวงอาทิตย์”

พระองค์ตอบว่า... สิ่งที่ใหญ่ที่สุด คือ “ความต้องการ” เพราะว่า มนุษย์ส่วนใหญ่กลายเป็นคนเคราะห์ร้าย เพราะยอมตามใจตนต่อความยั่วยวนอกุศลฝ่ายต่ำ ดังนั้นควรระมัดระวังความปรารถนา

คำตอบ 3:จากที่พระอาจารย์มหาไพบูลย์ฯ ศึกษาและสืบค้นมายังไม่พบข้อความโดยบทและพยัญชนะเช่นนี้ แต่โดยอรรถะแล้วจะสามารถอนุโลมได้ว่า สิ่งที่กว้างใหญ่มากที่สุดและไม่สามารถถมให้เต็มได้ด้วยอะไรเลย คือ ตัณหา ความทะยานอยากของสัตว์โลก

 

คำถาม 4: อะไรที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก? บางคนตอบว่า “เหล็ก ธาตุเหล็ก หรือช้าง”

พระองค์ตอบว่า... ยากที่สุด คือ “คำสัญญา” หมายถึง พูดง่ายแต่ทำยาก

คำตอบ 4:จากที่พระอาจารย์มหาไพบูลย์ฯ ศึกษาและสืบค้นมายังไม่พบข้อความโดยบทและพยัญชนะเช่นนี้ แต่โดยอรรถะแล้วพระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ว่า ภาระหนัก คือ ขันธ์ห้า อันได้แก่ รูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ซึ่งหากเรายึดถือไว้จะกลายเป็นภาระหนักของเรา ซึ่งสามารถเรียกรวมคำกันเพื่อให้มีความหมายที่ถูกต้องรัดกุมยิ่งขึ้นว่า อุปาทานขันธ์ทั้งห้าเป็นของหนัก

 

คำถาม 5: อะไรที่เบาที่สุดในโลก? บางคนตอบว่า “ฝ้าย ลม ฝุ่น ใบไม้”

พระองค์ตอบว่า… เบาที่สุดในโลก คือ “ปล่อยวาง” มองดูคนหลายๆ คนวิ่งไล่ตามความร่ำรวยจนเหนื่อยล้า แต่บางคนปรารถนาเพียงความพอดีของชีวิต
คำตอบ 5:จากที่พระอาจารย์มหาไพบูลย์ฯ ศึกษาและสืบค้นมายังไม่พบข้อความโดยบทและพยัญชนะเช่นนี้ แต่โดยอรรถะแล้ว พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ว่า อุปาทานขันธ์ทั้งห้าเป็นของหนัก ดังนั้นหากเราสามารถปล่อยวางขันธ์ห้าได้ โดยการทำลายหรือละตัณหาอุปาทานเสีย แต่ไม่ใช่การทำลายขันธ์ห้า ไม่ยึดติดในความเกียจคร้าน ต้องปฏิบัติตามหลักของอริยมรรคมีองค์แปดด้วยความเพียร จนเกิดผลกลายเป็นความไม่ร้อนใจ เป็นความสงบระงับ เป็นความพ้นจากกิเลสและเครื่องร้อยรัด มีจิตใจที่แจ่มใส สติปัญญาแยบคาย เฉลียวฉลาด สามารถสร้างประโยชน์ให้กับตนเองและผู้อื่นได้มากยิ่งขึ้น

หากขยายความเพื่อทำความเข้าใจเพิ่มเติม ในที่สุดจบแล้วเราสามารถปล่อยวางได้หมด ทั้งขันธ์ห้าและกิเลสตัณหาก็ดับหมด ความหนักก็ไม่มี ความเบาไม่มี จะมีนิพพานเป็นที่ที่ดับเย็น ซึ่งหากจะใช้ข้อความที่เทียบเคียงกับคำว่าเบาที่สุดในโลก ก็ควรจะใช้คำว่า ที่ที่เย็นที่สุดในโลก คือ “นิพพาน”

 

คำถาม 6: อะไรที่ใกล้กับเรามากที่สุด? บางคนตอบว่า “พ่อแม่ เพื่อน และ ญาติ”

พระองค์ตอบว่า… ที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด คือ “ความตาย” เพราะว่าความตายเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด เกิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาที
คำตอบ 6: มรณะ คือ ความตาย เป็นของไม่เที่ยง เป็นของไม่แน่นอน เป็นอนัตตา เพราะทุกข์ทั้งหมดจะหนัก จบลง หมายลงที่ความตาย เนื่องจากสัตว์โลกไม่รู้ถึงเหตุเกิดและความพ้นไปจากความตายหรือความทุกข์นี้ได้ โดยสาเหตุที่แท้จริงก็คือ เพราะมีเกิดจึงมีตาย ซึ่งความเกิดก็คือเหตุปัจจัยของความตาย (กล่าวได้อีกนัยยะหนึ่งว่า เสนาของมัจจุมารมีมาก) นั่นเอง

จากที่พระอาจารย์มหาไพบูลย์ฯ ศึกษาและสืบค้นมายังไม่พบข้อความโดยบทและพยัญชนะเช่นนี้ แต่โดยอรรถะแล้วพระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ว่า “ชีวิตเป็นของน้อย” ดังนั้นสิ่งที่สั้นที่สุดหรือใกล้ตัวเราที่สุด คือ “ชีวิตของมนุษย์”

ทั้งนี้การอยู่ใกล้หรือไกลกันนั้น ขึ้นอยู่กับการคลุกคลีกัน การยึดถือในข้อปฏิบัติ มีจิตที่สงบระงับไม่กระวนกระวาย มีจิตตั้งมั่นเป็นอารมณ์อันเดียว สามารถละนิวรณ์และละความพยาบาทได้ ประดิษฐานพระพุทธเจ้าอยู่ในใจตลอดเวลา ก็ถือว่าอยู่ใกล้กับพระพุทธเจ้าอย่างมาก เปรียบเสมือนการอยู่ติดชายสังฆาฏิของท่านเลยทีเดียว

 

คำถาม 7: คำถามสุดท้าย...อะไรที่ง่ายที่สุดในโลก? ทุกคนตอบว่า การกิน การนอน การพูดคุย

พระองค์ตอบว่า… ง่ายที่สุด คือ “ร่วมกันแบ่งปันธรรมะ” เพราะธรรมะสามารถเข้าถึงได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ การแบ่งปันธรรมะ ก็คือการแบ่งปันกำลังใจ หรือแนวทางดำเนินชีวิตที่ถูกต้อง ดีงาม เป็นการคืนคุณค่าให้แก่สังคม และดำรงตนอย่างผู้มีความสงบเย็นนั่นเอง

คำตอบ 7: จากที่พระอาจารย์มหาไพบูลย์ฯ ศึกษาและสืบค้นมายังไม่พบข้อความโดยบทและพยัญชนะเช่นนี้ แต่โดยอรรถะแล้ว พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้ว่า “ความดีคนดีทำง่าย ความดีคนชั่วทำยาก, ความชั่วคนชั่วทำง่าย ความชั่วอริยบุคคลทำได้ยาก” เพราะการทำสิ่งใด ๆ ไม่ว่าจะยากหรือง่ายของแต่ละบุคคลย่อมไม่เหมือนกัน ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับกิเลสตัณหาที่มี อุปนิสัยที่ถูกอบรมมา ประเด็นหลักอยู่ที่สิ่งที่ประพฤติ ปฏิบัติ หากเป็นความถูกต้อง ความดีที่ทำให้เกิดกุศลธรรม ก็ต้องลงมือทำเลยด้วยความอดทนแม้จะมีความยากลำบากในการทำความดีนั้นก็ตาม

 

โดยสรุปแล้ว เมื่อเราได้รับฟังหรือการส่งต่อข้อความใดๆ มาก็ดี ให้เราทำใจและวางตน ดังนี้

    1. อย่าเพิ่งคัดค้านหรือลงใจเชื่อ แต่ให้จำข้อความเหล่านั้นไว้ให้ดีแล้วนำไปตรวจสอบโดยการเทียบเคียงกับพระสูตรหรือพระวินัย แล้วดูว่าสอดคล้อง ลงรับกันได้หรือไม่ เพราะ หากเราแสดงในสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้หรือแสดงเอาไว้ โดยที่ท่านมิได้แสดงไว้เลย จะเป็นไปเพื่อสิ่งที่ไม่ใช่บุญเป็นอันมาก จะเป็นไปเพื่อความเดือดร้อน เพื่อความเข้าใจผิด เพื่อผิดเพี้ยนบิดเบือนไป และไม่ควรส่งต่อไปยังผู้อื่นอย่างแน่นอน
    2. อย่าวางจิตพยาบาท เบียดเบียน ไม่พอใจในผู้ที่ส่งต่อข้อความมาให้
    3. มีความคิดรอบคอบ พิจารณาข้อความทั้งในเชิงของอรรถะและพยัญชนะ แนวคิดทั้งเบื้อต้นเบื้องปลาย แล้วจึงตัดสินใจว่าควรส่งต่อให้กับผู้อื่นอีกหรือไม่

- ตอบคำถาม : คุณธีรานุช

127
1
นาทีในการอ่าน