ตอนที่ 3 อังคุตตรนิกาย (เล่มที่ 20 ข้อที่ 41 - 73)

S01E03

HIGHLIGHTS:

  • การศึกษาเพื่อทำความเข้าใจพระไตรปิฏกในส่วนของพระสุตตันตปิฏก คัมภีร์อังคุตตรนิกาย เล่มที่ 20 ข้อที่ 41 - 73
รายการ "ธรรมะรับอรุณ Live" โดย พระอาจารย์มหาไพบูลย์ อภิปุณฺโณ จากวัดป่าดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
ร่วมดำเนินรายการโดย คุณ เตือนใจ สินธุวณิก
ออกอากาศทาง Facebook "Puredhamma.com" วันที่ 18 ม.ค.2562 เวลา 20.00 น.
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 19 ม.ค.2562 เวลา 05.00 น.

บทคัดย่อ

      พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบจิตที่ตั้งไว้ผิดและถูกไว้กับกับเดือยข้าวสาลีหรือเดือยข้าวเหนียว ซึ่งจะมีผลกับการทำลายอวิชชา ทำให้เกิดวิชชา ทำให้เกิดวิมุตติ และทำนิพพานให้แจ้งได้ ดังนี้

      • ข้อที่ 41 หากจิตที่ตั้งไว้ผิด เปรียบเสมือนเดือยข้าวที่จะไม่สามารถตำมือหรือเท้าได้ ถ้าเราไปกระทบเข้า
      • ข้อที่ 42 หากจิตที่ตั้งไว้ถูก เปรียบเสมือนเดือยข้าวที่จะตำมือหรือเท้าได้ ถ้าเราไปกระทบเข้า

        ทั้งนี้การตั้งจิตที่ถูกต้องนั้น สามารถทำได้โดยอาศัยเครื่องมือเหล่านี้คือ

        • การตั้งสติ
        • การใช้สมถะและวิปัสสนา
        • การมีศีล สมาธิ ปัญญา
        • เดินตามมรรคแปด

       

      พระพุทธเจ้าทรงกำหนดรู้จิตของสัตว์อื่นได้โดย

      • ข้อที่ 43 หากจิตใดมีโทสะ จิตนั้นจะไปอบาย ทุคติ วินิบาต และนรก
      • ข้อที่ 44 หากจิตใดผ่องใส จิตนั้นจะไปสู่สุคติโลกสวรรค์

       

      ทั้งนี้ยังมีข้ออื่นๆ อีก ที่พูดเกี่ยวกับจิตด้วย ดังนี้

      • ข้อที่ 45 หากจิตใดมีความขุ่นมัว เปรียบเสมือนหนองน้ำที่ขุ่นมัว ไม่ใสสะอาด จะไม่สามารถทำให้เกิดญาณทัสสนะขึ้นได้ และไม่สามารถเห็นตามความเป็นจริงได้เช่นกัน
      • ข้อที่ 46 หากจิตใดมีความผ่องใส เปรียบเสมือนหนองน้ำที่ไม่ขุ่นมัว ใสสะอาด จะสามารถทำให้เกิดญาณทัสสนะขึ้น และเห็นตามความเป็นจริงได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับตนเอง เป็นประโยชน์กับผู้อื่น และเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย
      • ข้อที่ 47 จิตที่ได้เจริญให้มาก ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นของอ่อนและควรแก่การใช้งาน เปรียบเสมือนไม้จันทน์เป็นต้นไม้ที่เลิศกว่าต้นไม้ทุกชนิด เพราะเป็นของอ่อนและใช้งานได้ดี
      • ข้อที่ 48 จิตนี้เปลี่ยนแปลงเร็วมาก จนไม่สามารถเปรียบเทียบกับอะไรได้ง่ายๆ เลย
      • ข้อที่ 49 จิตเดิมนั้นผุดผ่อง มีความเป็นประภัสสร แต่จะเศร้าหมองเพราะอุปกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมา
      • ข้อที่ 50 จิตเดิมนั้นผุดผ่อง มีความเป็นประภัสสร แต่จะหลุดพ้นเพราะอุปกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมา
      • ข้อที่ 51 จิตที่เศร้าหมองเพราะอุปกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมา หากปุถุชนใดไม่ได้ฟัง ไม่ได้รู้เรื่องธรรมะ จะไม่สามารถอบรมจิตเพื่อให้พ้นวิเศษได้
      • ข้อที่ 52 จิตที่เศร้าหมองเพราะอุปกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมา สามารถทำให้หลุดพ้นได้โดยการอบรมจิต เพื่อให้จิตพ้นจากวิเศษนั้นๆ

       

      วรรคต่อไปนี้ ว่าด้วยเรื่องอานิสงค์ของเมตตาจิตแค่ชั่วลัดนิ้วมือเดียว ถือว่าอยู่ไม่ห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของพระศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ฉันอาหารบิณฑบาตของชาวเมืองอย่างไม่สูญเปล่า โดยกล่าวถึง

      • ข้อที่ 53 การเสพเมตตาจิต
      • ข้อที่ 54 การเจริญเมตตาจิต
      • ข้อที่ 55 การมนสิการเมตตาจิต

       

      พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า คนเรามีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน มีใจเป็นหัวหน้า ทุกอย่างสำเร็จขึ้นจากใจ ดังนั้นหากกระทำในคุณธรรมใดคุณธรรมหนึ่งจะทำให้อกุศลธรรมเกิด กุศลธรรมเสื่อม และในทางตรงกันข้ามหากกระทำในอีกคุณธรรมใดคุณธรรมหนึ่งจะทำให้กุศลธรรมเกิด อกุศลธรรมเสื่อม ดังต่อไปนี้

      • ข้อที่ 56 เมื่อใจเป็นหัวหน้า ใจจะเกิดก่อนธรรมเหล่านั้น หากเป็นคุณธรรมที่ไม่ดี อกุศลธรรมต่างๆจึงจะเกิดตามมา
      • ข้อที่ 57 เมื่อใจเป็นหัวหน้า ใจจะเกิดก่อนธรรมเหล่านั้น หากเป็นคุณธรรมที่ดี กุศลธรรมต่างๆจึงจะเกิดตามมา
      • ข้อที่ 58 เมื่อมีความประมาทเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้อกุศลธรรมเกิด กุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 59 เมื่อไม่มีความประมาทเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้กุศลธรรมเกิด อกุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 60 เมื่อมีความเกียจคร้านเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้อกุศลธรรมเกิด กุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 61 เมื่อมีการปรารถความเพียรเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้กุศลธรรมเกิด อกุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 62 เมื่อมีความมักมากเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้อกุศลธรรมเกิด กุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 63 เมื่อมีความมักน้อยเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้กุศลธรรมเกิด อกุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 64 เมื่อมีความไม่สันโดษเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้อกุศลธรรมเกิด กุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 65 เมื่อมีความสันโดษเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้กุศลธรรมเกิด อกุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 66 เมื่อมีการทำในใจโดยไม่แยบคาย (อโยนิโสมนสิการ) จะทำให้อกุศลธรรมเกิด กุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 67 เมื่อมีการทำในใจโดยแยบคาย (โยนิโสมนสิการ) จะทำให้กุศลธรรมเกิด อกุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 68 เมื่อไม่มีสัมปชัญญะเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้อกุศลธรรมเกิด กุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 69 เมื่อมีสัมปชัญญะเกิดขึ้นที่ใจ จะทำให้กุศลธรรมเกิด อกุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 70 เมื่อคบมิตรชั่ว (ปาปมิตร) จะทำให้อกุศลธรรมเกิด กุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 71 เมื่อคบมิตรดี (กัลยาณมิตร) จะทำให้กุศลธรรมเกิด อกุศลธรรมเสื่อม
      • ข้อที่ 72 ถ้าประกอบอกุศลธรรมเนืองๆ จะทำให้อกุศลธรรมเจริญ และไม่ประกอบกุศลธรรมเนืองๆ จะทำให้กุศลธรรมเสื่อมแน่
      • ข้อที่ 73 ถ้าประกอบกุศลธรรมเนืองๆ จะทำให้กุศลธรรมเจริญ และไม่ประกอบอกุศลธรรมเนืองๆ จะทำให้อกุศลธรรมเสื่อมแน่
        115
        1
        นาทีในการอ่าน