ปริยัติที่เป็นงูพิษ

  • หากรู้ตัวว่ากำลังถูกโกงเงิน ควรปฏิบัติตนและวางจิตอย่างไร
  • ความหมายของ "เมื่อถึงธรรมให้ทิ้งธรรม เปรียบเหมือนเมื่อถึงฝั่งให้ทิ้งแพ"
  • ต้องการภาวนาด้วยคำว่า "นั่นมิใช่ของเรา นั่นมิใช่ตัวเรา นั่นไม่ใช่ตัวใช่ตนของเรา" แทนคำว่า “พุทโธ” ได้หรือไม่

คำถาม 1: หากรู้ว่ากำลังถูกโกงเรื่องเงิน ถ้าเรายอมให้เขาโกงถือว่าเป็นการให้ทานหรือไม่ ในใจเร่าร้อนคิดถึงแต่เรื่องนี้ รู้สึกว่าใจขุ่นมัวมาก อยากให้เรื่องนี้จบไปเร็วๆ แต่อีกใจก็คิดว่าเราไม่ควรปล่อยให้คนอกุศลทำเช่นนี้ ควรให้บทเรียนจะได้ไม่ไปทำกับคนอื่นอีก

คำตอบ 1: การให้ทาน (จาคะ) หมายถึง การให้หรือการสละออกอย่างยินดี เต็มใจ และไม่มุ่งหวังจะได้รับกลับคืน ในทางตรงกันข้ามกันหากเป็นการเอาของหรือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ยินดีพอใจให้ ไม่ว่าเจ้าของจะรู้หรือไม่ก็ตาม จะโดยลักษณะการตู่เอา โกงเอา ขโมยเอา ลักเอาซึ่งๆหน้า ถือว่าประพฤติตนขัดกับคำสอนของพระพุทธเจ้าคือ การทำผิดศีลข้อ 2 อีกทั้งยังทำให้เจ้าของเกิดความไม่พอใจขึ้นด้วย

วิธีการปฏิบัติตนเพื่อวางจิตให้ถูกต้องในเรื่องนี้คือ

  1. ต้องเจริญเมตตาเพื่อละพยาบาท และวางอุเบกขาให้ได้
  2. ต้องไม่ยึดติด ยึดถือในเงิน ว่าเป็นอัตตาตัวตนของเรา ให้พยายามมองเห็นว่าทุกสิ่งในโลกล้วนเป็นอนัตตา
  3. ทั้งนี้ขึ้นกับสถานการณ์ อาจจะทำใจให้เงินก้อนนั้นไปเป็นทาน หรืออาจจะเอาคืนมาโดยพึ่งกระบวนการทางกฏหมาย แต่ไม่ว่าจะเป็นในแนวทางใดก็ต้องปฏิบัติตนไม่ผิดไปจากหลักอริยมรรคมีองค์แปดด้วย

- - - ตอบคำถาม : คุณวรรณา (siriwan@koishi.net)

 

คำถาม 2: รบกวนขอคำอธิบายของคำว่า "เมื่อถึงธรรมให้ทิ้งธรรม เปรียบเหมือนเมื่อถึงฝั่งให้ทิ้งแพ" นั้นหมายความว่าอย่างไร อีกข้อหนึ่งคำว่า "นั่นมิใช่ของเรา นั่นมิใช่ตัวเรา นั่นไม่ใช่ตัวใช่ตนของเรา" สามารถเอามาภาวนาตอนทำสมาธิแทนคำว่าพุทโธได้หรือไม่

คำตอบ 2: คำว่า "เมื่อถึงธรรมให้ทิ้งธรรม เปรียบเหมือนเมื่อถึงฝั่งให้ทิ้งแพ" ไม่ใช่พุทธพจน์ แต่จะมีความหมายใกล้เคียงกับพุทธพจน์ที่ชื่อว่า “อลคัททูปมสูตร” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมที่เป็นงูพิษ โดยพระพุทธเจ้าทรงตรัสเปรียบเทียบถึงการศึกษาเล่าเรียน 2 ประเภท อันได้แก่

  • การศึกษาเล่าเรียนชนิดที่ทำให้เกิดโทษ คือ การศึกษาเล่าเรียนเพื่อที่จะต่อกร ถกเถียง หรือล้มล้างผู้อื่นให้สิ้นไป
  • การศึกษาเล่าเรียนชนิดที่ไม่ทำให้เกิดโทษ แต่เกิดประโยชน์ คือ การศึกษาเล่าเรียนเพื่อที่จะละราคะ โทสะ โมหะของตนเอง

ในตอนหนึ่งของพระสูตรได้กล่าวเปรียบเทียบถึง คนที่ต้องการข้ามแม่น้ำแต่ไม่เห็นสะพาน ไม่เห็นแพ จึงได้รวบรวมกิ่งไม้ ใบไม้ หญ้าแห้งมาเพื่อทำเป็นแพ พยามยามกับไปด้วยมือและเท้า เมื่อข้ามฝั่งได้แล้วจึงระลึกถึงว่า แพนี้มีอุปการะคุณแก่ตนมาก จึงควรจะเอาพักไว้บนบกหรือปล่อยลอยไปกับกระแสน้ำมากกว่าจะแบกติดตัวไปด้วย ส่วนตนเองก็ไปที่ใดๆตามปรารถนา

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “ธรรมเปรียบด้วยพ่วงแพ จะป่วยกล่าวไปไยถึงสิ่งที่ไม่ใช่ธรรม” หมายถึง

  • เราควรจะรักษาธรรมไว้ให้ดีตามสภาพที่ต้องมีต้องเป็น
  • เราควรรักษาปฏิบัติให้ถูกต้องตามธรรม
  • ธรรมใดที่ควรรอบรู้ ทำให้แจ้ง ทำให้เจริญ หรือควรละ เราก็ต้องปฏิบัติธรรมนั้นๆให้แจ้ง ให้เจริญ หรือละให้ได้
  • ธรรมสิ่งใดที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยธรรมยิ่งต้องไม่ไปเอาไว้เลย

- - - ตอบคำถาม : คุณวรรณา (sanyakorn6064@gmail.com)

 

คำถาม 3: คำว่า "นั่นมิใช่ของเรา นั่นมิใช่ตัวเรา นั่นไม่ใช่ตัวใช่ตนของเรา" สามารถเอามาภาวนาตอนทำสมาธิแทนคำว่าพุทโธได้หรือไม่

คำตอบ 3: การทำสมาธิโดยการภาวนาคำว่า “พุทโธ” จัดอยู่ในหมวดของพุทธานุสติ ซึ่งเป็น 1 ในอนุสสติสิบ เป็นการระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า โดยสามารถระลึกได้หลายแนวทาง เช่น การระลึกถึงคุณลักษณะมหาบุรุษ 32 ประการ การระลึกถึงความเป็นอรหันต์ การระลึกถึงความเมตตา กรุณาของพระพุทธเจ้า เป็นต้น

จุดประสงค์หลักของการทำสมาธิคือ เราต้องการสติ ดังนั้นจะเลือกใช้เครื่องมือใดๆก็ได้ในอนุสสติสิบ ไม่ว่าจะเป็นลมหายใจ (กายคตาสติ) การทำความดี ความมีเมตตา (ศีลานุสสติ) หรือ การให้ การบริจาคทาน (จาคานุสสติ) เป็นต้น ทั้งนี้ คำว่า "นั่นมิใช่ของเรา นั่นมิใช่ตัวเรา นั่นไม่ใช่ตัวใช่ตนของเรา" เป็นคำบริกรรมเท่านั้น เราไม่ได้ต้องการคำๆนั้นแต่เราต้องการเข้าใจความหมาย อย่างไรก็ตามเมื่อจิตสงบ ลมหายใจจะระงับหรือคำบริกรรมเหล่านั้นก็จะหายไปเอง

การฝึกเอา ทำเอา ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ทำซ้ำ ทำย้ำ ความเพียรที่ต้องใส่ในวิธีการใดวิธีการหนึ่ง มีศรัทธาตั้งไว้ ปฏิบัติตามคำสอนครูบาอาจารย์ จะทำให้เกิดความก้าวหน้าในการปฏิบัติได้

- - - ตอบคำถาม : คุณวรรณา (sanyakorn6064@gmail.com)

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง