ธรรมชาติ 3 อย่าง

HIGHLIGHTS:

  • เรื่องของความเกิด ความแก่ และความตาย เป็นธรรมชาติ 3 อย่างที่มีอยู่บนโลก เป็นสิ่งที่จะต้องเจอกันทุกคน จึงเป็นเหตุที่ทำให้พระพุทธเจ้าต้องมาอุบัติขึ้นบนโลก
  • อะไรเป็นกิจที่ควรทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยากนี้
  • จิตที่เรารักษาด้วยการสร้างกุศล ด้วยการบำเพ็ญบุญ ทำอย่างต่อเนื่อง ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ นั่นแหละเป็นการรักษาชนิดที่เรียกว่าดียิ่งกว่า ให้เป็นผู้ที่เห็นถูกต้อง รักษาตนเองให้ถูก รักษาศีลของเราอย่างดี รักษาจิตของเราด้วยสติ จะเป็นผู้ที่เข้าถึงกระแส เป็นผู้ที่เที่ยงแท้ต่อนิพพาน มีการตรัสรู้พร้อมเฉพาะหน้าได้

บทคัดย่อ

 

“ภูเขาหินศิลาใหญ่สูงเทียมฟ้า กลิ้งบดปวงสัตว์มาโดยรอบจากทั้งสี่ทิศ แม้ฉันใด ความแก่และความตาย ก็ฉันนั้น มันย่อมครอบงำสัตว์ทั้งหลาย คือ พวกกษัตริย์ พวกพราหมณ์ พวกแพศย์ พวกศูทร คนจัณฑาล และคนเทขยะมูลฝอย ไม่เว้นใครๆ ไว้เลย มันย่อมย่ำยีเสียสิ้น ณ ที่นั้น ไม่มียุทธภูมิสำหรับพลช้าง พลม้า พลราบ พลรถ และไม่อาจจะเอาชนะแม้ด้วยการรบ ด้วยมนต์หรือด้วยทรัพย์ เพราะเหตุนั้นแล บุรุษผู้เป็นบัณฑิต มีปัญญา เมื่อเล็งเห็นประโยชน์ตน พึงตั้งศรัทธาไว้ในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม และในพระสงฆ์ ผู้ใดมีปกติพระพฤติธรรมด้วยกาย ด้วยวาจา หรือด้วยใจ บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญผู้นั้น ในโลกนี้นั่นเทียว ผู้นั้นละโลกนี้ไป ย่อมบันเทิงในสวรรค์”

 

จาก ปัพพโตปมสูตร ว่าด้วยชราและมรณะเป็นประดุจภูเขา (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง)พระพุทธเจ้าตรัสถามพระเจ้าปเสนทิโกศลว่า เมื่อมหาภัยอันร้ายกาจ ที่ทำให้มนุษย์พินาศบังเกิดขึ้น อะไรเล่า ที่พระองค์จะพึงทรงกระทำในภาวะแห่งมนุษย์ที่ได้แสนยาก

พระเจ้าปเสนทิโกศลตอบว่า อะไรเล่าเป็นกิจที่ควรทำ นอกจากการประพฤติธรรม นอกจากการประพฤติสม่ำเสมอ นอกจากการสร้างกุศล นอกจากการบำเพ็ญบุญ

 

 

“…ถ้าเรามีของดี ของสำคัญ เราจะดูแลรักษามันอย่างดีทีเดียว การดูแลรักษาธรรมะที่อยู่ในใจของเราไว้ให้ดี ให้งาม ก็คือการที่เรามาทรงไว้ในใจ เอาขึ้นมาปัดฝุ่น มาเช็ดถู มาทรงไว้มาใช้งาน ใช้แล้วมันยิ่งเกิดยิ่งดี นี่คือ ธรรมะนั่นเอง…”

 

ทุกคน เป็นวัฏฏะสงสารที่หมุนวนไปเรื่อยๆ ไม่รู้จักจบ ไม่รู้จักสิ้น หาที่สุดเบื้องตนเบื้องปลายไม่ปรากฏ จึงเป็นเหตุที่ทำให้พระพุทธเจ้าต้องมาอุบัติขึ้นบนโลก เพื่อที่จะมาแก้ไขปัญหาเรื่องความเกิด ความแก่ และความตายนั่นเอง ด้วยการบอกสอนผ่านทางภิกษุบ้าง บอกสอนผ่านทางพระราชาบ้าง บอกสอนผ่านทางบุคคลต่างๆ ให้รักษาตน

 

 

“ขึ้นชื่อว่า รักษาตนเองอย่างดี...รักษาด้วยการสร้างบุญ สร้างกุศล รักษาด้วยการประพฤติธรรม รักษาอย่างนี้ชื่อว่ารักษาตัวเองด้วย ชื่อว่ารักษาผู้อื่นด้วย จิตใจของเราที่เป็นแบบนี้ก็เหมือนกับเป็นผู้ที่ถูกนำตัวไปเก็บไว้บนสวรรค์ ต่อให้มีความแก่และความตายที่จะครอบงำเราอยู่เฉพาะหน้า เราก็ยังเป็นผู้ที่มีใจอาจหาญมีใจห้าวหาญในการที่จะเผชิญความแก่และความตายนั้น...จิตที่เรารักษาด้วยการสร้างกุศล ด้วยการบำเพ็ญบุญ ทำอย่างต่อเนื่อง ทำอยู่อย่างสม่ำเสมอ นั่นแหละเป็นการรักษาชนิดที่เรียกว่าดียิ่งกว่า เพราะว่าถ้าเราตายจากโลกนี้ไป ถ้ามันจะต้องไปเกิดอีก มันก็ต้องมาตายอีก ตายแล้วถ้าต้องมีเกิดอีกก็ต้องตายอีก ตายแล้วก็ตายอีกไม่ว่าจะด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง

เพราะฉะนั้นถ้าเราจะต้องเจอความตายอยู่เรื่อย ๆ เราทำความตายนั้นให้มันสิ้นสุดซะในชาตินี้ ด้วยการสร้างกุศล ด้วยการบำเพ็ญบุญ อย่างน้อยถ้าเราเป็นผู้ที่เห็นถูกต้อง ปฏิบัติตามธรรม ปฎิบัติชอบยิ่ง โดยมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นที่พึง เป็นที่ต้านทาน รักษาศีลของเราอย่างดี เรายังเป็นผู้ที่เข้าถึงกระแส มาวนเวียนอยู่ในเทวดาและในโลกมนุษย์อีกอย่างมาก 7 ครั้ง เป็นผู้ที่เที่ยงแท้ต่อนิพพาน มีความตรัสรู้พร้อมเฉพาะหน้าได้

ขอให้ทำ อย่าลดละ อย่าลดเลิก รักษาตนเองให้ถูก รักษาจิตของเราด้วยสติ ทำอยู่อย่างนี้แล้วจะเป็นผู้ที่บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญ ละโลกนี้ไป ก็ย่อมบันเทิงในสวรรค์”

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง