สากัจฉาธรรม - อนัตตา สักกายทิฏฐิ และอหังการ มมังการ

HIGHLIGHTS:

  • อารมณ์อนัตตาเป็นอย่างไรหรืออย่างไรจึงเรียกว่าเป็นอนัตตา
  • ความแตกต่างของ สักกายทิฏฐิ / อหังการ มมังการ อันเป็นมานานุสัย / เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตา และ อัส๎มิมานะ

บทคัดย่อ

คำถาม ๑: อนิจจังเราเข้าใจอารมณ์ของมัน ทุกข์เราก็เข้าใจอารมณ์ของมัน หากไม่เข้าใจว่าอารมณ์อนัตตาเป็นอย่างไรหรืออย่างไรจึงเรียกว่าเป็นอนัตตา

คำถาม ๒: ต้องการทราบความแตกต่างของ สักกายทิฏฐิ / อหังการ มมังการ อันเป็นมานานุสัย / เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตา และ อัส๎มิมานะ

 

คำตอบ: จากทั้ง ๒ คำถามข้างต้นสามารถนำมาตอบรวมกันได้ เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกันแต่อธิบายไว้โดยใช้คำศัพท์ที่ต่างกัน ซึ่งพระพุทธเจ้าได้เคยทรงอธิบายไว้ในอนัตตลักขณสูตร โดยคำศัพท์แต่ละคำมีความหมายดังนี้

  • อหังการ หมายถึง การถือตัว การทนงตัว
  • มมังการ หมายถึง การคิดว่าเป็นตัวเราของเรา
  • สักกายทิฏฐิ หมายถึง ทิฏฐิในการเห็นว่าเป็นตัวเราของเรา
  • อนัตตา หมายถึง ความไม่มีตัวตน ไม่ใช่ตน เป็นสิ่งที่เราเห็นความอาพาธ ความไม่เที่ยง หรือความเปลี่ยนแปลงในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณใดๆ

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเป็นคุณสมบัติของสรรพสิ่งต่างๆในโลก เป็นข้อเท็จจริงที่ติดตัวไปกับสิ่งนั้นๆอยู่แล้ว สิ่งที่มีคุณสมบัติเหล่านี้เราไม่ควรจะเห็นว่าสิ่งนั้นมีในเรา หากเราเห็นว่ามันต้องมีหรือต้องเกิดขึ้นในตัวเราหรือขันธ์ห้านั่นแสดงว่า เรามีอหังการ มมังการ หรือสักกายทิฏฐิซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดในจิตของเราเรียบร้อยแล้ว ต่อให้จิตของเราไม่มีสักกายทิฏฐิเยี่ยงโสดาบัน หรือเป็นพระอรหันต์จะละอหังการ มมังการได้หมด ความเป็นอนัตตาของรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณก็ยังมีอยู่ เพราะนั่นคือคุณสมบัติของสิ่งนั้น

หากเรายึดถือในจิต มโน วิญญาณด้วยความเป็นตัวตนแล้ว แต่เราก็สามารถเห็นความเป็นอนัตตาของมันได้โดยการ

  • เพ่งจิต พิจารณาจ่อเข้าไป ทำซ้ำทำย้ำ โดยการไล่เป็นระดับไปจากหยาบไปละเอียด
  • เห็นความเป็นของไม่เที่ยง เห็นความเป็นของอาพาธและอนัตตาโดยเริ่มจากเรื่องของกาม เรื่องของสิ่งที่เป็นภายนอก เรื่องของกายหรือรูป นั่นจะทำให้กิเลสลดลง ราคะ โทสะและโมหะในใจของเราเบาบางลง ทำให้จิตของเราละเอียดและนุ่มนวลมากขึ้น
  • และเราจะเห็นสิ่งที่ละเอียดยิ่งขึ้นไป เช่น ความละเอียดในความคิดนึก ปรุงแต่ง เปลี่ยนแปลงไป
  • จึงค่อยฝึกเพิ่มเติมให้มีสติสัมปชัญญะ รู้ตัวรอบคอบ มีสติในการรับประทานอาหาร รู้ประมาณในการบริโภค เป็นต้น เพื่อให้เกิดความละเอียดมากขึ้นทางใจตามมา

ให้ทำมาตามขั้นตอนคือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เข้าสมาธิให้ลึกมากขึ้น ทำจิตของเราให้ละเอียดลงๆเป็นลำดับขั้น เช่น

  • รักษาศีล ศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และละสักกายทิฏฐิ จะสามารถบรรลุพระโสดาบันได้
  • ละกาม มองเห็นความละเอียดในความความคิดนึกและวางลงให้ได้ จะสามารถบรรลุพระอนาคามีได้
  • จะเหลืออวิชชา อหังการ และมานะ ที่จิตเราจะต้องจัดการกับวิญญาณเหล่านี้ เพื่อที่จะจะสามารถบรรลุพระอรหันต์ได้
  • เปรียบเสมือนการทำถนนแต่ละสาย ขบวนการที่ทำด้วยขั้นตอนทำเหมือนเดิม เพียงแต่สิ่งแวดล้อมมันอาจจะเปลี่ยนไป กล่าวคือ เดินตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด รักษาศีล สมาธิ ปัญญา ศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า มีความเพียรในการปฏิบัติ เพื่อให้พิจารณาเห็นความเป็นของไม่เที่ยงได้

พระพุทธเจ้าได้ทรงสรุปจบไว้ว่า สิ่งใดๆก็ตามที่มี อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เราจะไม่ยึดถือว่าเป็นตัวเราของเรา (เอตํ มม เอโสหมสฺมิ เอโส เม อตฺตา) ไม่เห็นว่าสิ่งนั้นเป็นของเรา เรามีในสิ่งนั้นสิ่งนั้นมีในเรา เราจะเบื่อหน่าย(นิพพิทา) ในสิ่งนั้น จะทำให้เราคลายกำหนัด ปล่อยวาง และหลุดพ้นเข้าสู่วิมุตติ เพื่อถึงซึ่งนิพพานในที่สุด

 

ตอบคำถาม: คุณกลิ่นดี / คุณ Nick Rocksak

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง