ผูกเวรเพื่อ?

  • ต้นเหตุของการผูกเวร
  • ทำอย่างไรถ้าไม่ต้องการผูกเวร

 

คำถาม-1:

 

มีความสงสัยว่า การที่ไม่ยอมลืมสิ่งที่ตัวเองถูกตำหนิ แม้เวลาผ่านไปเป็นปีแล้ว ถ้ามีโอกาสก็จะนำสิ่งที่ตนโดนตำหนินั้น ไปต่อว่าคืนคนที่เป็นตำหนิเรา โดยให้เค้ายอมรับว่าสิ่งที่ตำหนิเรานั้นมันไม่จริง ครั้นเมื่อผู้ตำหนิยอมรับแล้วเราก็ยังบ่นอยู่เรื่อยๆถึงเรื่องที่เค้ามาตำหนิเรา ไม่ยอมที่จะลืมเป็นปีๆ มีสาเหตุมาจากอะไร และมีทางออกของปัญหาอย่างไรครับ

-- คุณวิสิฐ ---

 

คำตอบ-1:

 

การผูกเวร หรือการที่เราไม่อดโทษแม้เค้าจะมาขอโทษเราแล้ว ถือเป็นลักษณะของบุคคลที่ไม่ดีหรืออสัตบุรุษ ซึ่งการผูกเวรนั้นเกิดจากความรู้สึกพ่ายแพ้ ต่ำต้อย และจัดเป็นมานะประเภทหนึ่ง ทั้งนี้ต้นเหตุของการผูกเวรที่แท้จริงคือ จิตของเราไปข้องแวะกับความชั่ว ไปปรุงแต่งในทางที่ชั่วนั่นเอง อย่างไรก็ตามสามารถแก้ไขได้ด้วยธรรมะหรือคุณธรรม 5 ประการ ที่เป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน ตามที่พระพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้กับสุภมาณพโตเทยยบุตร โดยอ้างอิงในสุภสูตร มัชฌิมนิกาย ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้

    • เป็นผู้มีวาจาสัตย์ พูดจริง ไม่โกหก
    • เป็นผู้ทำความเพียรทางกาย ทางจิต ในรูปแบบต่างๆ ในอิริยาบถต่างๆ และในสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะทำให้กุศลธรรมเพิ่มขึ้น และอกุศลธรรมลดลงในที่สุด
    • เป็นผู้ประพฤติพรมจรรย์ คือ การรักษาศีลแปดขึ้นไป
    • เป็นผู้มากด้วยการสาธยายธรรม คือ การสวดมนต์ การท่องพระสูตรต่างๆ
    • เป็นผู้มากด้วยการบริจาค (จาคะ) คือ การให้ สละทรัพย์หรือสิ่งของภายนอกออก

เมื่อเราประพฤติปฏิบัติตามคุณธรรมทั้ง 5 ประการข้างต้นอย่างมีสติ เมื่อเราทำความดีโดยที่มีสติรู้ตัวทั่วพร้อม ก็จะทำให้จิตใจเราโน้มไปในทางที่ดี ทางที่เป็นกุศล ดั่งที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “ย่อมรู้อรรถะ ย่อมรู้ธรรมะ ย่อมได้ความปราโมทย์อันประกอบด้วยธรรม ที่เป็นบริขารของจิต เพื่ออบรมจิตไม่ให้มีเวร ไม่ให้มีความเบียดเบียน”

คุณธรรมอีกหมวดหนึ่งที่สามารถช่วยเราตัดราญมารออกจากจิตใจได้ ชนะใจตัวเองได้ด้วย นั่นคือ พรหมวิหารสี่ (เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา) โดยเริ่มจากการที่เราเจริญเมตตา แล้วตั้งจิตไว้ด้วยความรัก ความเมตตา นึกถึงบุคคลที่ตำหนิเราเป็นอารมณ์ แล้วแผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ทั่วทุกทิศทาง

 

พระสูตร / เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

ฟัง "คำพุทธ-สุภสูตร" ออกอากาศทาง FM๙๒.๕ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘

ฟัง "เหนือชั้นด้วยบริขารของจิต" ออกอากาศทาง FM๙๒.๕ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘

ฟัง "อาฆาตวรรค : ธรรมซึ่งเป็นที่ระงับความอาฆาต" ออกอากาศทาง FM๙๒.๕ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

อ่าน "อาฆาตวินยสูตรที่ ๑" เล่มที่ ๒๒ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๔ อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต อาฆาตวรรคที่ ๒

[๑๖๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ธรรมเป็นที่ระงับความอาฆาตซึ่งเกิดขึ้นแก่ภิกษุโดยประการทั้งปวง ๕ ประการนี้ ๕ ประการเป็นไฉน

คือความอาฆาต พึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด พึงเจริญเมตตาในบุคคลนั้น ๑

ความอาฆาตพึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด พึงเจริญกรุณาในบุคคลนั้น ๑

ความอาฆาตพึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด พึงเจริญอุเบกขาในบุคคลนั้น ๑

ความอาฆาตพึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด พึงถึงการไม่นึกไม่ใฝ่ใจในบุคคลนั้น ๑

ความอาฆาตพึงบังเกิดขึ้นในบุคคลใด พึงนึกถึงความเป็นผู้มีกรรมเป็นของๆ ตนให้มั่นในบุคคลนั้นว่า ท่านผู้นี้เป็นผู้มีกรรมเป็นของๆ ตน เป็นทายาทแห่งกรรม มีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่ง จักทำกรรมใด ดีก็ตาม ชั่วก็ตาม จักเป็นทายาท (ผู้รับผล) ของกรรมนั้น ดังนี้ ๑

ภิกษุพึงระงับความอาฆาตในบุคคลนั้นด้วยประการฉะนี้ ฯ

จบสูตรที่ ๑

อ่าน "สุภสูตร:ทรงโปรดสุภมาณพ" เล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์