ไม่ตกเป็นทาสของทุกข์ เพราะปรารภความเพียร

S09E55

Time index

[00:52] ประชาสัมพันธ์ website ใหม่ในการนำเสนอข้อมูลต่างๆของวัดป่าดอนหายโศก หากต้องการฟังรายการวิทยุ ดูวีดีโอ ฟังธรรมะ ให้ไปที่ www.donhaisok.fm หากต้องการดูรายละเอียดเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมของวัดให้ไปที่ www.donhaisok.co หรือต้องการฟังธรรมะทางโทรศัพท์มือถือก็สามารถใช้ Podcast Application (มีทั้ง Apple Podcast สำหรับ IOS และ Google Podcast สำหรับ Android) โดยค้นหาจากคำว่า "ดอนหายโศก" ได้เช่นกัน

[04:02] อิริยาบถในการนั่งสมาธิ จำเป็นต้องใช้มือขวาทับมือซ้ายเสมอไปหรือไม่

[10:43] การเดินจงกรมต้องเอามือวางข้างหน้าจับกันไว้เช่นนั้นเสมอหรือไม่ เคยเห็นการสอนเดินสมาธิของจีนให้เอามือไขว้หลัง แต่กำหนดจิตที่ฝ่าเท้า เดินหน้าตรงไม่ก้ม

[15:08] เมื่อเจริญอานาปานสติโดยไม่มีคำบริกรรม จะไม่สามารถจับลมหรือตามลมได้ แต่ขณะมีคำบริกรรมกลับเกิดอาการสมองคิดสารพัดเรื่อง ต้องการขอคำแนะนำในส่วนนี้ด้วย และอิริยาบถใดในการทำสมาธิที่สามารถเปิดตาได้ เพราะเมื่อหลับตาแล้วความคิดจะเกิดขึ้นมาทันที

[32:32] การนอนสมาธิทำอย่างไร

[37:12] ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ที่สุดเช่นนี้ ควรต้องทำใจเช่นไร เพราะเซลล์แมนบางคนก็ไปขอข้าววัดกิน

[39:09] ปรารภความเพียรควรทำแต่เนิ่นๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อจะไม่ตกเป็นทาสของความทุกข์ได้

[40:15] เมื่อนั่งสมาธิแล้วจิตไม่สงบ เหมือนมีคนเอาไฟส่องตา แสงออกทางหางตา อาการนี้เกิดขึ้นจากอะไร และควรแก้ไขอย่างไร

[44:30] แสงสว่างจัดเป็นนิมิตอย่างหนึ่งที่เกิดจากการนั่งสมาธิ ซึ่งเราควรจะตรวจสอบความคิดตนเองด้วยว่า ต้องเป็นความคิดที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยกาม พยาบาท เบียดเบียน หรือเป็นความคิดที่มีปิติสุข ความสบายใจ ความอิ่มเอิบใจ ความเย็นใจ

[45:41] หากตามแสงไปในขณะที่นั่งสมาธิ แต่สติมีกำลังมากไม่พอ อาจจะทำให้เกิดอาการวิปลาสแสงได้ กล่าวคือเป็นการปรุงแต่งต่อเนื่องไปเองว่ามองเห็นสิ่งนั้นสิ่งนี้ เห็นอดีต เห็นอนาคต หรือคิดไปเองว่าตนเองรู้ว่าผู้อื่นคิดอะไรอยู่

[46:45] การฝึกเพ่งกสิณจะแตกต่างจากวิปลาสแสง เพราะเป็นวิธีฝึกปฏิบัติสมาธิแบบหนึ่งโดยเน้นเพ่งไปที่สีต่างๆ หรือวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งให้มีความสว่างเกิดขึ้น

[47:28] นิมิตเครื่องหมาย เป็นตัวบ่งบอกไม่ใช่เอาจิตเราจดจ่อตลอดไป ดังนั้นอย่าตามนิมิต แต่ให้ตามมรรคแปด

[53:19] เมื่อฝึกปฏิบัติสมาธิอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอแล้ว ควรจะทำให้ละเอียดยิ่งๆขึ้นไปจนถึงขั้น "อาสวักขยญาณ" คือ ญาณหรือความรู้ที่ทำอาสวะให้สิ้นไป

หากต้องการออกจากโลกธรรมแปด ก็ควรต้องทำใจเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ควรหลงเพลินสบายใจเมื่อเราได้ลาภ มียศ มีชื่อเสียง หรือมีความสุข แล้วมาร่ำไห้คร่ำครวญเมื่อเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกนินทาว่าร้าย หรือเป็นทุกข์ หากผ่านจุดนั้นมาแล้วก็ให้นึกถึงความเป็นของไม่เที่ยง จะทำให้จิตของเราไม่ไปข้องในจุดๆ นั้น

เมื่อใจไม่ตกเป็นทาสของความทุกข์แล้วก็ควรจะปรารภความเพียรอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ซึ่งจะทำให้เกิดมีปัญญา มองเห็นช่องทาง มีความขยันขันแข็ง ไม่ย่อท้อ และเห็นแสงสว่างในการดำเนินชีวิตต่อไปได้ด้วย

96
1
นาทีในการอ่าน