ทำสมาธิเพื่อให้เกิดปัญญา

S09E12
  • ขณะที่เลี้ยงลูกอายุ 11 เดือน เมื่อลูกกวนเพราะหิวหรือไม่สบายตัว ทำให้ไม่สามารถตั้งสติให้เป็นอารมณ์อันเดียว เป็นสมาธิได้ ถูกกิเลส มีความโกรธ รบกวนจิตใจบางครั้งคราว ทำอย่างไรจะหาความสงบภายในจิตได้
  • อ่านใน “สมุจจยขันธกะ” ของอาจารย์ผู้อยู่ในมหาวิหารว่า คนที่ทำอาบัติสังฆาทิเสส แล้วลาสิกขาไป โดยไม่ได้ปลงอาบัติสังฆาทิเสส เมื่อผ่านไปหลายปี จะขอบวช ต้องอยู่ปริวาสกรรม แต่ในพระไตรปิฏกไม่พบข้อมูลนี้ จึงถามว่าที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
  • การพยายามจำธรรมะ เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งใช่หรือไม่ ยิ่งมีสมาธิมาก ก็ยิ่งจำธรรมะได้มากขึ้น ใช่หรือไม่
  • การเพ่งในสิ่งที่ลืมไปแล้ว เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งใช่หรือไม่
  • เมื่อเพ่งสิ่งที่ลืมไปแล้ว ทำให้ราคะโทสะโมหะ เบาบางลง นั้นเป็นเพราะสัมมาสมาธิเท่านั้นหรือมิจฉาสมาธิก็ได้ และเมื่อหยุดเพ่ง ราคะโทสะโมหะ ก็กลับมาอย่างเดิมใช่หรือไม่
  • ลูกชายอนาถปิณฑิกเศรษฐี ผู้ที่มีอินทรีย์ทั้ง 5 ยังไม่เข้มแข็ง แต่สามารถบรรลุโสดาบัน แล้วผู้อื่นที่มีอินทรีย์ไม่เข้มแข็ง ถ้าพยายามจำสิ่งที่ได้ทำหรือจำสิ่งที่ได้ลืม มีโอกาสที่จะบรรลุโสดาบันได้แค่ไหน
  • ธรรมะอะไรเป็นมูลเหตุทำให้ลูกชายอนาถปิณฑิกเศรษฐี บรรลุธรรม
  • โสดาบันเลือกชาติที่จะไปเกิดได้หรือไม่
  • ฝันเห็นพ่อที่ตายไปแล้ว ท่านบอกว่าอยากมาอยู่ด้วย ฝันแบบนี้หมายความว่าอย่างไร และได้ไปทำบุญให้ท่านแล้ว
  • เด็กอายุ 17 ปีมีปัญหาทางบ้าน มีอาการเครียด ในลักษณะที่จะเป็นโรคซึมเศร้า แต่ไม่อยากให้เขากินยา ควรจะแนะนำให้เขาทำอย่างไรดี นั่งสมาธิ สวดมนต์ ฟังเทศน์หรือกินยาทางประสาทวิทยา?

บทคัดย่อ

 

- ตอบคำถามประจำสัปดาห์ -

 

คำถามคุณปลา : ขณะที่เลี้ยงลูกอายุ 11 เดือน เมื่อลูกกวนเพราะหิวหรือไม่สบายตัว ทำให้ไม่สามารถตั้งสติให้เป็นอารมณ์อันเดียว เป็นสมาธิได้ ถูกกิเลส มีความโกรธ รบกวนจิตใจบางครั้งคราว ทำอย่างไรจะหาความสงบภายในจิตได้

คำตอบ : เรามาหาทางแก้ในเรื่องสภาวะจิตของเราเอง โดยพิจารณาในประเด็นต่างๆ ดังนี้

  1. ระลึกถึงบุญคุณของมารดาบิดาที่ท่านเลี้ยงดูเรามา ว่าท่านมีศรัทธา ศีล จาคะ ปัญญา มีอุปการะมากขนาดไหน ท่านจึงเลี้ยงเรามาได้ และท่านก็หนักแบบนี้เหมือนกัน คิดถึงว่า ท่านผ่านมาได้ เราจะสบายใจ ระลึกถึงแบบนี้ เรียกว่า “เทวตานุสติ” คือการระลึกถึงความดีของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
  2. ทุกข์ของการเกิด ระลึกถึงเรื่องของความทุกข์ เป็นความหมายรู้ในเรื่องของความทุกข์ว่าสิ่งต่างๆ ที่จะมีความทุกข์เกิดขึ้น นึกถึงทุกข์ของการเกิด ทุกข์ของการเกิดที่ผู้เกิดจะต้องเห็นเอง ทุกข์ตอนที่คลอดออกมา แล้วยังความทุกข์ที่ตามมาจากการเกิดต่างๆ อีก ทุกข์ที่จะต้องหิว ต้องเจ็บไข้ได้ป่วย พิจารณาเห็นสิ่งต่างๆ เป็นความทุกข์อย่างนี้ เรียกว่า “ทุกขสัญญา”

    ประเด็นคือตรงนี้ คนเราเห็นทุกข์แล้ว มันไม่เห็นทุกข์ ไม่เห็นธรรม คือ เห็นทุกข์แบบไม่เห็นทุกข์ เห็นทุกข์แบบไม่ถูกต้อง ก็ชื่อว่า ไม่เห็นทุกข์ เรียกว่า จมอยู่ในกองทุกข์ ซึ่งผลของความทุกข์ พระพุทธเจ้าบอกว่ามีอยู่ 2 อย่าง คือ หนึ่ง ร่ำไห้ คร่ำครวญ ทุบอก ชกตัว ถึงความเป็นผู้งุนงง คลั่งเพ้อ หรือ สอง กระฟัดกระเฟียด กระด้างกระเดื่อง แสดงความโกรธ ความขัดเคือง ความไม่พอใจให้ปรากฏ นี่คือ จมอยู่ในกองทุกข์ แต่ถ้าเราเข้าใจความทุกข์ได้อย่างถูกต้อง ต้องอยู่เหนือทุกข์ เราต้องมีการแสวงหาที่พึ่งในภายนอกว่า ใครหนอจะรู้ทางออกของความทุกข์นี้สักหนึ่งหรือสองวิธี

  3. คนที่เป็นมารดาบิดาเลี้ยงดูบุตรธิดาของตน นั่นคือทำสิ่งที่ทำได้ยาก เป็นบุคคลที่ทำได้ยากในโลก เป็นผู้ที่อุปการะผู้อื่นก่อน จึงเรียกว่า บุพการี ดังนั้น ตรงนี้จึงเป็นบุญของเราแล้ว ซึ่งบุญไม่ได้เกิดขึ้นที่จิตสงบ แต่เราทำความเพียรอย่างใดอย่างหนึ่ง จิตอาจจะไม่สงบ นั่นก็เป็นบุญเหมือนกัน เพราะว่าความอดทน ความเพียร ความเมตตาที่มีให้กับลูก หิริโอตตัปปะ ความกลัวความละอายต่อบาปที่เรามี ไม่ทิ้งไปมีความรับผิดชอบในการเลี้ยงลูก เป็นบุญที่เกิดขึ้นในจิตของเรา เป็นการบ่มอินทรีย์ของเราให้มีความแก่กล้าขึ้น

    ตรงนี้จะทำให้ความเข้าใจของเรามีความกว้างขวางไปด้วยว่า
    การปฏิบัติธรรม ไม่ใช่จะมาหาแต่สุขเวทนา ไม่ใช่ว่าจะนั่งสมาธิ เพื่อให้ได้สุขเวทนา แต่เราทำสมาธิปฏิบัติธรรม เพื่อให้เกิดปัญญา เกิดความเข้าใจว่า สุขก็ธรรมดาทุกข์ก็ธรรมดา บางทีมันก็ได้สุขบ้างบางทีมันก็ไม่ได้สุขบ้าง บางทีมันก็ได้ทุกข์บ้าง บางทีมันก็ไม่ได้ทุกข์บ้าง เกิดบ้างดับบ้าง อันนี้เป็นธรรมดา

    ดังนั้น เมื่อเข้าใจว่า ชั้นทำหน้าที่นี้ ทุกข์ก็มีสุขก็มี ชั้นไม่ได้ทำหน้าที่นี้ สุขก็มีทุกข์ก็มี ตอนที่เราไม่ได้ทำหน้าที่เป็นพ่อเป็นแม่ สุขอาจจะมากกว่าทุกข์ สุขแบบคนที่เป็นแม่ก็มี ทุกข์แบบคนที่เป็นแม่ก็มี คนที่ไม่ได้เป็นแม่เป็นคนโสด สุขก็มี ทุกข์ก็มี พอมีความเข้าใจตรงนี้แล้ว เห็นสุขเห็นทุกข์เป็นธรรมดา นั่นคือปัญญา แล้วทำหน้าที่ของตนให้มันดี ถ้าเป็นแม่ก็ทำหน้าที่ของแม่ให้ดี ถ้าเป็นลูกก็ทำหน้าที่ของลูกให้ดี เป็นอะไรสถานะไหนในสังคม ก็ทำหน้าที่ของเราให้ดี ทุกข์สุขมีได้เป็นธรรมดา

 

คำถามคุณนิยายเล่มเก่า : อ่านใน “สมุจจยขันธกะ” ของอาจารย์ผู้อยู่ในมหาวิหารว่า คนที่ทำอาบัติสังฆาทิเสส แล้วลาสิกขาไป โดยไม่ได้ปลงอาบัติสังฆาทิเสส เมื่อผ่านไปหลายปี จะขอบวช ต้องอยู่ปริวาสกรรม แต่ในพระไตรปิฏกไม่พบข้อมูลนี้ จึงถามว่าที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

คำตอบ : หลักการที่จะพิจารณาต้องกลับมาวินิจฉัยที่มาติกาหรือแม่บท ที่ไล่ตามลำดับชั้นของข้อมูล เริ่มจากที่มาจากพระไตรปิฎก/พระสูตร-พระวินัยที่มาจากคำสอนของพระพุทธเจ้า ต่อมาก็เป็นอรรถกถาของครูบาอาจารย์ที่อธิบายพระไตรปิฎก ตามด้วยฎีกาที่อธิบายบางจุดของอรรถกา และอนุฎีกาคือที่อธิบายบางจุดของฎีกาอีกทีหนึ่ง ไล่มาตามลำดับ แต่ถ้าไม่มีจึงค่อยเอา อัตโนมัติ คือ ความเห็นของตัวเองว่าในบุคคลนี้กลุ่มนี้ เราจะตัดสินใจอย่างไร

เพราะฉะนั้น คนที่อาบัติสังฆาทิเสส ลาสิกขาไปแล้ว ถ้าจะบวชใหม่ ต้องอยู่ปริวาสกรรม เป็นไปตามมติของอรรถกถาจารย์ ที่มีระบุในไว้เป็นหลักฐาน

โดยอาบัติแยกได้เป็น 2 ส่วน คือ อาบัติที่เบา สามารถปลงหรือแก้ไข ได้โดยประกาศบอกความผิดของตนกับเพื่อนผู้ประพฤติพรหมจรรย์แค่ 1 รูป แต่อาบัติที่หนัก เช่น สังฆาทิเสส ต้องรวบรวมหมู่คณะ ซึ่งมีเรื่องของการปกปิดด้วย ซึ่งถ้าอาบัติแล้วมีการปกปิดสิ้นวันเท่าไหร่ ต้องไปอยู่ปริวาสกรรมสิ้นวันเท่านั้น และต้องอยู่ประพฤติมานัตอีก 6 ราตรี และเมื่อจะออกจากอาบัติต้องให้มีภิกษุอย่างน้อย 20 รูป จึงจะออกจากอาบัติได้

 

คำถามคุณอภิสิทธิ์

คำถามที่ 1 : การพยายามจำธรรมะ เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งใช่หรือไม่ ยิ่งมีสมาธิมาก ก็ยิ่งจำธรรมะได้มากขึ้น ใช่หรือไม่

คำตอบ : การที่พยายามที่จะฟังให้ได้ จะจำให้ได้ นั่นเป็นการฟังด้วยความเคารพ การเพ่งจิตที่จะจำให้ได้ นั่นเป็นลักษณะของฌาน นั่นก็คือสมาธิ เป็นการเอาใจจดจ่อในเรื่องที่ยังจำไม่ได้ สมาธิจึงเกิดขึ้น

 

คำถามที่ 2 : การเพ่งในสิ่งที่ลืมไปแล้ว เป็นการทำสมาธิอย่างหนึ่งใช่หรือไม่

คำตอบ : ใช่

 

คำถามที่ 3 : เมื่อเพ่งสิ่งที่ลืมไปแล้ว ทำให้ราคะโทสะโมหะ เบาบางลง นั้นเป็นเพราะสัมมาสมาธิหรือมิจฉาสมาธิก็ได้ และเมื่อหยุดเพ่ง ราคะโทสะโมหะ ก็กลับมาอย่างเดิมใช่หรือไม่

คำตอบ : สมาธิคือความที่จิตเป็นอารมณ์อันเดียว โดยอธิบายมาเฉพาะถึงสัมมาสมาธิ ที่ปราศจากกาม อกุศลธรรมทั้งหลาย หรือมีอุปกิเลสระงับลง ซึ่งมิจฉาสมาธิเกิดจากมิจฉาทิฏฐิ มิจฉาสมาธิมีอารมณ์อันเดียว เพื่อให้กิจการงานนั้นๆ สำเร็จได้ ซึ่งถูกห่อหุ้มอยู่ด้วยมิจฉาทิฏฐิ เพราะฉะนั้นจะมีโมหะ อวิชชาอยู่เต็มที่ ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะดูเหมือนว่ามีศีล แต่ก็ด้วยสีลัพพตปรามาส จึงไม่เป็นไปตามทางมรรค

คนที่มีสมาธิจะมีราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง ทั้งมิจฉาสมาธิและสัมมาสมาธิ แต่แตกต่างกันที่มิจฉาทิฏฐิและสัมมาทิฏฐิ คือสมาธินั้นมันสำเร็จประโยชน์ในตัวของมันเอง นั่นหมายถึงความที่จิตมีอารมณ์อันเดียว จะไม่มีความร้อน ความหิว ความมืด ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ ที่จะมาทำให้จิตไม่เป็นอารมณ์อันเดียว จิตจะเข้ากันอยู่ แต่นำไปใช้ไม่ถูกด้วยมิจฉาทิฏฐิ จึงทำให้สมาธินั่นเป็นมิจฉาสมาธิ

 

คำถามที่ 4 : ลูกชายอนาถปิณฑิกเศรษฐี ผู้ที่มีอินทรีย์ทั้ง 5 ยังไม่เข้มแข็ง แต่สามารถบรรลุโสดาบัน แล้วผู้อื่นที่มีอินทรีย์ไม่เข้มแข็ง ถ้าพยายามจำสิ่งที่ได้ทำหรือจำสิ่งที่ได้ลืม มีโอกาสที่จะบรรลุโสดาบันได้แค่ไหน

คำตอบ : ทำบ่อยๆ ดี เพราะโอกาสที่จะรู้และเข้าใจธรรมจะมีมากขึ้น ซึ่งการพยายามจะจำนั้นเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของผู้ที่จะตามรู้ซึ่งความจริง

 

คำถามที่ 5 : ธรรมะอะไรเป็นมูลเหตุทำให้ลูกชายอนาถปิณฑิกเศรษฐี บรรลุธรรมโสดาบันเลือกชาติที่จะไปเกิดได้หรือไม่

คำตอบ : น่าจะเป็นเรื่องทาน ศีล สวรรค์ ซึ่งอยู่ในอนุปุพพิกถาคือคำกล่าวที่เป็นไปตามลำดับ ที่กล่าวถึงเรื่องทาน ศีล สวรรค์ โทษของการกาม และอานิสงส์ในการหลีกออกจากกาม ซึ่งเป็นเรื่องที่ชี้ไปในทางโลกุตระ หรือจะเป็นเรื่องอริยสัจสี่ ในเรื่องทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ที่เป็นเรื่องของโลกุตระเลย

ทั้งนี้ ความเข้าใจที่จะละได้หรือปัญญาในแต่ละขั้นของอริยบุคคลประเภทต่างๆ ไม่เท่ากัน โสดาบันจะมีข้อทดสอบในเรื่องของศีล อนาคามีจะมีเรื่องของกาม ความโกรธ อรหันต์จะมีข้อทดสอบเรื่องตัวตน ความยึดถือ ข้อทดสอบที่มีในโสดา สกทาคา อนาคา ก็จะทดสอบในขั้นอรหันต์นี้ด้วย

 

คำถามที่ 6 : โสดาบันเลือกชาติที่จะไปเกิดได้หรือไม่

คำตอบ : เราเลือกได้ในวงกว้างๆ ที่จะไม่ไปสู่นรก กำเนิดเดรัจฉาน เปรตวิสัย อบายทุคติ วินิบาต ปิดประตูสู่อบาย แต่เปิดโล่งไว้สำหรับเทวดาและมนุษย์ ซึ่งการเกิดก็ยังเป็นไปตามระบบของกรรม ว่าทำกรรมแบบไหน จิตสุดท้ายก่อนตายเป็นอย่างไร ข้องอยู่กับเรื่องอะไร ถ้าผลของกรรมให้ผลมาถึงจุดนั้น จะไปเกิดอยู่ในที่ทางที่เป็นบริเวณอย่างนั้นๆ

 

คำถามคุณอัมพร : ฝันเห็นพ่อที่ตายไปแล้ว ท่านบอกว่าอยากมาอยู่ด้วย ฝันแบบนี้หมายความว่าอย่างไร และได้ทำบุญให้ท่านแล้ว

คำตอบ : คนที่ระลึกถึงมารดาบิดา นึกถึงความดีที่ท่านมีศีล มีศรัทธานั้นเป็นสิ่งที่ดี เป็นเทวตานุสติ และการทำบุญอุทิศให้ในนามของท่าน มีการตั้งสติไว้อย่างถูกต้อง อันนี้เป็นสิ่งที่ดีในการปฏิบัติอยู่แล้ว

 

คำถามคุณนฤมล : เด็กอายุ 17 ปีมีปัญหาทางบ้าน มีอาการเครียด ในลักษณะที่จะเป็นโรคซึมเศร้า แต่ไม่อยากให้เขากินยา ควรจะแนะนำให้เขาทำอย่างไรดี นั่งสมาธิ สวดมนต์ ฟังเทศน์หรือกินยาทางประสาทวิทยา?

คำตอบ : สมาธิไม่ได้มีวัตถุประสงค์จะช่วยแก้โรคจิตประสาทหรือโรคซึมเศร้า แต่ทำสมาธิเพื่อให้เกิดสมถะวิปัสสนา เพื่อให้เกิดปัญญา เพื่อเห็นตามความเป็นจริง ในความเป็นของไม่เที่ยงในสิ่งต่างๆ เมื่อมีปัญญาแล้ว ก็จะปล่อยวางปัญหาชีวิตต่างๆ ได้ ละได้ วางได้ พ้นจากความทุกข์ได้

พระพุทธเจ้าบอกว่า คำแนะนำอะไรก็ตาม จะมีประโชน์ ถ้าเขาทำตาม แต่ถ้าเขาไม่ทำตาม คำแนะนำนั้นก็ไร้ค่า การจะอุปการะใครสักคนจะควรค่าแก่การอุปการะนั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า เขาทำตามที่เราบอกหรือไม่ ถ้าทำตามคำแนะนำที่บอก ก็ควรค่าแก่การอุปการะได้

61
1
นาทีในการอ่าน