เทศกาลกินเจ

S09E03
  • การกินเจตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า
  • เหตุปัจจัยของการบรรลุธรรมขั้นสูง
  • เนื้อสัตว์ที่ควรบริโภคต้องมีเงื่อนไขอย่างไร

บทคัดย่อ

คำว่า “เจ” เป็นภาษาจีน มาจากศาสนาพุทธนิกายมหายาน หากย้อนกลับไปในสมัยพุทธกาลจากบันทึกการเดินทางของหลวงจีนฟาเหียน ซึ่งท่านเป็นพระที่เดินทางไปศึกษาคำสอนในชมพูทวีป และเป็นรุ่นพี่ของพระถังซัมจั๋งอีกด้วย กล่าวไว้ว่าการรับประทานอาหารของคนในชมพูทวีป สำหรับผู้ที่อยู่ในวรรณะสูง เช่น กษัตริย์ พราหมณ์ จะไม่กินเนื้อ ล่าเนื้อ หรือทำฟาร์มสัตว์ แต่สำหรับผู้ที่ไม่มีที่ดิน มีความเป็นอยู่ ใช้จ่ายน้อย จึงต้องไปเบียดเบียนสัตว์มากิน ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการกินเจในลักษณะต่างๆ เสียก่อนดังนี้

  • เจ คือ งดเว้นการทานเนื้อสัตว์ นม ไข่ และผักอีก ๕ ประเภทอันได้แก่ กระเทียม หัวหอม ต้นหอม หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) กุยช่าย รวมทั้งใบยาสูบ และของมึนเมาต่าง ๆ
  • มังสวิรัติ คือ งดเว้นการทานเนื้อสัตว์ แต่ทานเฉพาะผัก ผลไม้ นมและไข่
  • วีแกน คือ งดเว้นการทานเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด รวมทั้งเสื้อผ้าและของใช้ในชีวิตประจำวันก็ไม่มีการเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์จากสัตว์ด้วย
  • พวกที่ทานแต่ผลไม้อย่างเดียว
  • พวกที่ทานแต่ผัก ผลไม้แบบดิบๆ เท่านั้น ไม่ผ่านความร้อนใดๆ

 

คำสอนของพระพุทธเจ้าได้พูดเกี่ยวกับเหตุปัจจัยของการบรรลุธรรมขั้นสูงไว้ว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องเพศ วัย อาหารที่รับประทาน เครื่องแบบที่ใส่ หรือการโกนผมห่มเหลือง แต่เหตุปัจจัยหลักขึ้นอยู่กับการปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  1. งดเว้นการเบียดเบียนชีวิตกันให้ได้มากที่สุด ซึ่งสามารถแบ่งเป็น 3 ระดับดังนี้
    • การลงมือเองด้วยความอยากในอาหาร ความเกลียด ความโกรธ
    • การสั่งให้ผู้อื่นทำ
    • การชักชวนให้ผู้อื่นทำ
  2. การไม่ควรกระทำในอกรณียกิจ 5 หมายถึง การค้าขายที่หรืออาชีพที่พุทธศาสนิกชนไม่ควรกระทำทั้ง 5 อย่าง ได้แก่
    • การค้าขายสัตว์เป็น
    • การค้าขายเนื้อสัตว์
    • การค้าขายยาพิษ
    • การค้าขายสุรา น้ำเมาต่างๆ
    • การค้าขายศาตราอาวุธ
  3. โภชเนมัตตัญญุตตา หมายถึง การมีชีวิตความเป็นอยู่ มีสติในความเป็นผู้รู้จักประมาณในการบริโภคอาหาร เป็นผู้อยู่ง่ายเลี้ยงง่าย คือกินเพื่อหล่อเลี้ยงร่างกายให้ชีวิตเป็นอยู่ได้ผาสุก มิใช่เพื่อสนุกสนานมัวเมา รู้จักควบคุมปากท้องตนเองไม่ให้อยาก และไม่ยึดติดในรสชาด

 

นอกจากนั้น เนื้อสัตว์ที่ควรบริโภคต้องจัดอยู่ในกรณีดังต่อไปนี้

  1. จัดเป็น “กัปปิยะ” แปลว่า เหมาะสมหรือสมควร หมายถึง สิ่งของเครื่องใช้ที่สมควรแก่สมณะ เป็นสิ่งของที่ภิกษุสามเณรบริโภคใช้สอยได้โดยไม่ผิดพระวินัย
  2. เพื่อระงับเวทนาในกรณีของคนป่วย สามารถบริโภคน้ำต้มเนื้อประเภทใดประเภทหนึ่งได้ ซึ่งเนื้อที่ควรแก่การบริโภคได้ต้องเป็นเนื้อที่ตายเอง หรือตายด้วยเหตุปัจจัยอย่างใดอย่างหนึ่ง
  3. ต้องไม่เป็นเนื้อที่พระพุทธเจ้าทรงห้ามสำหรับพระภิกษุซึ่งมี 10 ชนิดคือ เนื้อมนุษย์ เนื้อช้าง เนื้อม้า เนื้อสุนัข เนื้อราชสีห์ เนื้องู เนื้อหมี เนื้อเสือโคร่ง เนื้อเสือดาว และเนื้อเสือเหลือง
  4. ต้องเป็นเนื้อที่ไม่ได้เห็น ไม่ได้ยิน และไม่ได้สงสัยที่ฆ่าเฉพาะเจาะจงเพื่อเรา
14
1
นาทีในการอ่าน