ตอนที่ 37 (4พระเถรี)นันทา-โสณา-สกุลา-ภัททากุณฑลเกสา

S01E37

Time index

[01:55] อรัมภบทความเป็นเลิศของภิกษุ;ภิกษุณี

[09:30] ข้อคิดเห็นต่อข้อสังเกตุของผู้รับชม

[13:59] เรื่องราวความเป็นมาของพระนางนันทาเถรี

[19:07] พระนันทาไปฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า

[24:00] พระนันทาเบื่อหน่ายในรูปร่างกาย

[27:50] ความเป็นมาเรื่องราวของพระโสณาเถรี

[33:15] พระโสณาเถรีแสดงฤทธิ์

[35:40] เรื่องราวของพระสกุลาเถรี

[40:40] เรื่องราวความเป็นมาของนางภัททา

[45:00] เรื่องราวของโจรสัตตุกะ

[49:00] หุบเขาทิ้งโจร

[54:40] นางภัททากุณฑลเกสาโต้วาทีกับพระสารีบุตร

[57:00] นางภัททากุณฑลเกสาบรรลุธรรม

“รูปอันธรรมดาสร้างขึ้นให้เป็นนครแห่งกระดูกทั้งหลาย ฉาบทาด้วยเนื้อและเลือด เป็นที่ตั้งลงแห่งชรา มรณะ มานะ(ความถือตัว) และมักขะ(ความลบหลู่)”

”แท้จริงบุคคลผู้ปรารภความเพียรมั่น มีชีวิตอยู่เพียงวันเดียว ประเสริฐกว่าคนเกียจคร้านละความเพียรแม้เป็นผู้ตั้งอยู่ร้อยปี” (ขุ.อป.ข้อ๑๑๖)

“หากคาถาที่ไม่ประกอบด้วยบทอันเป็นประโยชน์แม้จะมีถึง๑,๐๐๐ คาถาก็ตาม คาถาเดียวที่ฟังแล้วทำให้สงบระงับได้ประเสริฐกว่า” (ขุ.ธ.ข้อ๑๘)

พระนันทาเถรี ภิกษุณีผู้เลิศทางยินดีในฌาณ

ได้ตั้งความปรารถนาความเป็นเลิศไว้ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ในชาติสุดท้ายเกิดเป็นพระราชธิดาของพระเจ้าสุทโธทนะ เป็นน้องต่างมารดาของพระพุทธเจ้า เป็นน้องแท้ๆของพระนันทะเถระ เป็นผู้มีรูปโฉมอันงดงาม เมื่อเหล่าศากยวงศ์พากันออกบวช พระนางนันทาก็ได้ออกบวชตามคำตรัสของพระมารดามหาปชาบดีโคตมี ไม่ได้บวชด้วยความศรัทธา ใจไม่ได้บวชด้วย เพราะเป็นผู้หลงในความงามของตนเอง บวชแล้วก็ไม่ได้ทำความเพียร ไม่ยอมไปรับฟังพระโอวาทจากพระพุทธเจ้า ครั้นเมื่อจำเป็นต้องเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าด้วยตนเองก็เห็นสตรีผู้ที่มีความงดงามกว่าพระนางหลายเท่านักที่พระพุทธเจ้าเนรมิตขึ้นจับใบตาลถวายงานพัดอยู่ แล้วทรงบันดาลให้หญิงนั้นค่อยๆเปลี่ยนแปลงเป็นผู้มีอายุมากขึ้นจนแก่ ถึงความตายเป็นศพเน่าเปื่อยไปตามลำดับ พระนางนันทาทรงพิจารณาแล้วเกิดความเบื่อหน่าย จิตสลด มีปัญญา พระพุทธเจ้าได้ตรัสคาถาพระเถรีก็บรรลุโสดาปัตติผลและอรหัตผลตามลำดับ ภายหลังได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นภิกษุณีผู้เลิศในทางยินดีในฌาณ

พระโสณาเถรี ภิกษุณีผู้เลิศทางปรารภความเพียร

ได้ตั้งความปรารถนาความเป็นเลิศไว้ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ได้มีเรื่องราวแตกต่างกันไปในบาลีอปทาน อรรถคาถาเอกนิบาต และอรรถคาถาเถรีคาถาแต่พอสรุปได้ว่าเป็นผู้มีลูกมาก ได้บวชเป็นภิกษุณีเมื่ออายุมาก ครั้นถูกเหล่าภิกษุณีใช้ให้ต้มน้ำ ได้เจริญวิปัสสนาและบำเพ็ญเพียรพิจารณาขันธ์ไปด้วยจนได้บรรลุอรหัตผล จึงได้แสดงฤทธิ์ด้วยการใช้เตโชธาตุทำให้น้ำร้อนได้โดยไม่ต้องใช้ไฟต้ม คุณของพระเถรีจึงปรากฏไปทั่วว่า แม้ท่านจะบวชตอนแก่ก็ตามยังสามารถถึงผลเลิศได้ในเวลาไม่นานเพราะเป็นผู้มีความเพียร ต่อมาพระพุทธเจ้าได้ยกย่องท่านว่าเป็นภิษุณีผู้เลิศทางปรารภความเพียร

พระสกุลาเถรี ภิกษุณีผู้เลิศทางทิพยจักษุ

ได้ตั้งความปรารถนาความเป็นเลิศไว้ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ในชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลพราหมณ์ในกรุงสาวัตถีมีทรัพย์มาก เมื่อได้ฟังธรรมแล้วก็ออกบวชไม่นานก็บรรลุพระอรหัตผล มีความชำนาญในทิพยจักษุ จนได้รับคำยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้เลิศทางทิพยจักษุ

พระภัททากุณฑลเกสาเถรี ภิกษุณีผู้เลิศทางตรัสรู้เร็ว

ได้ตั้งความปรารถนาความเป็นเลิศไว้ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ  ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลเศรษฐี ชื่อภัททา เมื่อเข้าสู่วัยสาวได้เห็นโจรที่ราชบุรุษจะนำไปฆ่า ได้เกิดหลงรักโจรนั้น พ่อแม่จึงได้ติดสินบนนำโจรนั้นมาให้เป็นสามี เมื่ออยู่ได้2-3วัน โจรเห็นเครื่องประดับของนางก็อยากได้ ออกอุบายให้นางแต่งกายด้วยเครื่องประดับและของมีค่าลวงขึ้นไปบนภูเขาหมายจะฆ่าชิงทรัพย์ นางจึงได้ใช้อุบายผลักโจรผู้เป็นสามีตกเขาตายไป ครั้นแล้วจึงออกบวชในสำนักของนิครนถ์ ถูกถอนผมและเมื่อผมขึ้นอีกก็มีลักษณะคล้ายตุ้มหู เป็นกลุ่มก้อน จึงได้ชื่อภัททากุณฑลเกสา เมื่อเรียนจบในสำนักนิครนถ์ได้เที่ยวหาโต้วาทะ จนพบและได้โต้วาทะกับพระสารีบุตร เมื่อแพ้จึงได้ขอบวชและได้เข้าไปหาพระพุทธเจ้า พระองค์ได้ตรัสธรรมเมื่อจบพระคาถานางก็ได้บรรลุพระอรหัตผลพร้อมปฏิสัมภิทา กราบทูลขอบรรพชา เพราะนางได้ฟังพระคาถาเพียง๔บทก็บรรลุพระอรหัตได้นั้น พระพุทธเจ้าจึงได้ยกย่องว่าเป็นภิกษุณีผู้เลิศทางตรัสรู้เร็ว

145
1
นาทีในการอ่าน