ตอนที่ 30 พระอุรุเวลกัสสปเถระ

S01E30

Time index

[06:25] ข้อมูลมือหนึ่งที่เริ่มต้นจากพระไตรปิฎก

[16:10] การอธิบายขยายความหัวข้อของพระไตรปิฎก

[19:15] พระอุรุเวลกัสสปะ พระนทีกัสสปะ พระคยากัสสปะเป็นพี่น้องกัน

[29:02] พระพุทธเจ้าอธิบายว่าเปรตมาขอส่วนบุญ

[35:50] พระพุทธเจ้าตรัสให้ภิกษุ 60 รูป จาริกไปเพื่อแสดงธรรม

[38:49] จุดเริ่มที่พระพุทธเจ้าแสดงปาฏิหาริย์

[45:03] พระพุทธเจ้ารู้วาระจิตของอุรุเวลกัสสปะ

[52:41] พระพุทธเจ้าแสดงธรรมอาทิตตปริยายสูตร

“แม้แต่ตัวเราเองนี่ สมมติว่าฉันเกิดมาชาตินี้นั้น ฟังธรรมแล้วรู้สึกว่า ฉันจะต้องบรรลุธรรมให้ได้ นั่นคุณเป็นโพธิสัตว์ทันที โพธิสัตว์ คือ ผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในการที่ฉันจะต้องบรรลุธรรมให้ได้ คุณต้องบ่มบารมี บ่มด้วยอะไร บ่มด้วยศีล สมาธิ ปัญญาไงล่ะ”

“อาทิตตปริยายสูตร" พระธรรมเทศนาว่าด้วยไฟลุกไหม้อายตนะ 6 กล่าวคืออายตนะทั้งหลายคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ตลอดถึงการรับรู้เกี่ยวข้อง ความรู้สึกทั้งหลายที่เกิดจากอายนะเหล่านั้นได้ถูกไฟไหม้หมดแล้ว ไฟที่ลุกไหม้ คือ ไฟกิเลส 3 อย่าง ได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ. และไฟความทุกข์อีกมากมาย เช่น ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความเศร้าโศก ความคร่ำครวญร่ำไร ความทุกข์โทมนัส ความคับแค้นใจต่าง ๆ เมื่อรู้ เมื่อเห็นอยู่อย่างนี้แล้ว ย่อมเบื่อหน่ายในอายตนะทั้งภายในภายนอกตลอดถึงเวทนา ไม่ยึดติด สิ้นกำหนัด ย่อมหลุดพ้น จบพรหมจรรย์”

พระอุรุเวลกัสสปเถระ ภิกษุสาวกผู้เลิศด้านมีบริษัทใหญ่

พระนทีกัสสปเถระ ผู้มีบริวาร 300

พระคยากัสสปเถระ ผู้มีบริวาร 200

พระอุรุเวลกัสสปเถระ ได้ตั้งความปรารถนาความเป็นเลิศในสมัยพระพุทธเจ้าอุทุมุตตระ. ในสมัยพระพุทธเจ้าปุสสะ พระอุรุเวลกัสสปะได้เกิดเป็นน้องชายต่างมารดาของพระพุทธเจ้าปุสสะ ทั้งนี้มีน้องชายอีกสองพระองค์คือ พระนทีกัสสปะ และพระคยากัสสปะ สามพี่น้องได้ทำความชอบโดยได้ยกทัพไปปราบกบฏชายแดนให้สงบ พระราชาผู้เป็นพระราชบิดาจึงได้พระราชทานพรให้ทั้งสามพระองค์ได้ถวายมหาทาน บำรุงพระพุทธเจ้าและภิกษุสงฆ์ตลอด 3 เดือน

ในชาติสุดท้ายทั้งสามพระองค์เกิดมาเป็นพี่น้องกันในสกุลพราหมณ์ ได้บวชเป็นชฎิลบูชาไฟ พระอุรุเวลกัสสปะมีบริวาร 500 คน อาศัยอยู่ตำบลอุรุเวลาริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา นทีกัสสปะมีบริวาร 300 คนอาศัยคุ้งน้ำมหานทีแม่น้ำคงคา และคยากัสสปะมีบริวาร 200 คน อาศัยอยู่คะยาสีสะ แม่น้ำคยา ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้สั่งสอนปัจวัคคีย์แล้วเสด็จมาเข้าสู่อาศรมของอุรุเวลกัสสปะชฎิลผู้พี่ที่เป็นหัวหน้าที่คิดว่าตนเป็นพระอรหันต์แล้ว ทรงขออาศัยอยู่ที่โรงบูชาไฟที่มีพญานาคร้ายอยู่ พระพุทธเจ้าได้แสดงอิทธาภิสังขารปราบพญานาคได้ ต่อมาท้าวมหาราชทั้งสี่ ท้าวสักกะ และท้าวสหัมบดีพรหมเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมเปล่งรัศมีอันงามสว่างไสว ทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้อุรุเวลกัสสปะดูถึง 3,500 วิธี แต่เมื่อยังมีความคิดทรนงตัวผิดคิดว่าตนเป็นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าจึงได้ตรัสให้เกิดความสลดใจ สำนึกผิดซบศีรษะลงที่พระบาททูลขอบรรพชาอุปสมบทในสำนักของพระพุทธเจ้าพร้อมทั้งบริวาร 500 คนด้วย จึงได้ลอยผม ชฎา เครื่องบริขาร เครื่องบูชาไฟลงในแม่น้ำไป เมื่อนทีกัสสปะพร้อมบริวาร 300 คนเห็นสิ่งของของพี่ชายลอยมาตามน้ำ คิดว่าเกิดเหตุจึงเดินทางไปหาพบพี่ชายบวชอยู่จึงขอบวชตามพร้อมด้วยบริวาร ได้ลอยสิ่งของบริขารลงแม่น้ำอีก คยากัสสปะพร้อมทั้งบริวาร 200 คนนั้นพบเข้าจึงตามมาพบพี่ชายบวชก็ได้บวชตามอีกทั้งหมดด้วยวิธีเอหิภิกขุสัมภิทา

ทั้งนี้พระพุทธเจ้าได้แสดง "อาทิตตปริยายสูตร" คือ พระธรรมเทศนาว่าด้วยไฟลุกไหม้อายตนะ 6 กล่าวคืออายตนะทั้งหลาย คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ตลอดถึงการรับรู้เกี่ยวข้อง ความรู้สึกทั้งหลายที่เกิดจากอายนะเหล่านั้นได้ถูกไฟไหม้หมดแล้ว ไฟที่ลุกไหม้ คือ ไฟกิเลส 3 อย่างได้แก่ ราคะ โทสะ โมหะ. และไฟความทุกข์อีกมากมาย เช่น ความเกิด ความแก่ ความเจ็บ ความตาย ความเศร้าโศก ความคร่ำครวญร่ำไร ความทุกข์โทมนัส ความคับแค้นใจต่าง ๆ เมื่อรู้ เมื่อเห็นอยู่อย่างนี้แล้ว ย่อมเบื่อหน่ายในอายตนะทั้งภายในภายนอกตลอดถึงเวทนา ไม่ยึดติด สิ้นกำหนัด ย่อมหลุดพ้น จบพรหมจรรย์.เมื่อจบพระธรรมเทศนาชฏิล 3 พี่น้องพร้อมบริวาร 1,000 คนนั้นก็ได้บรรลุพระอรหันต์

พระพุทธเจ้าได้ยกย่องพระอุรุเวลกัสสปะว่าเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายเป็นผู้มีบริษัทมาก

75
1
นาทีในการอ่าน