ตอนที่ 29 พระอานนทเถระ

S01E29

Time index

[03:40] พระอานนท์เป็นภิกษุผู้เลิศ 5 ด้าน

[10:30] อธิบายในเรื่องสหชาติ

[15:28] บทธรรมที่ทำให้พระอานนท์บรรลุพระโสดาบัน

[24:00] ต้นบัญญัติข้อห้ามมิให้ภิกษุหุงต้มในที่อยู่และหุงเอง

[30:39] การจัดการดูแลหมู่คณะ

[39:02] พระอานนท์เป็นผู้ทูลขอให้มีการบวชภิกษุณี

[48:15] ลักษณะของผู้ที่เป็นพหูสูต

[55:00] ความน่าอัศจรรย์ของพระอานนท์

“พระอานนท์เป็นภิกษุที่พระพุทธเจ้ายกย่องว่าเป็นเลิศ 5 ด้าน คือ เลิศในความเป็นผู้พหูสูต เลิศในความเป็นผู้มีสติ เลิศในความเป็นผู้มีคติ เลิศในความเป็นผู้มีธิติ เลิศในความเป็นผู้อุปัฏฐาก”

พระอานนทเถระ ภิกษุผู้เลิศด้านอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า

พระอานนท์ เคยเกิดเป็นน้องชายต่างมารดาของพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ เมื่อมีความชอบจากการระงับความไม่สงบในชายแดน  ได้ขอพรเป็นการทำบุญ เมื่อได้โอกาสเฝ้าพระพุทธเจ้าปทุมุตตระแล้วเกิดศรัทธาพระสุมนซึ่งเป็นพระผู้อุปัฏฐากจึงได้ตั้งความปรารถนาความเป็นเลิศในการอุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะก็เคยทำบุญถวายผ้าอุตรสงค์และอาหารแก่พระเถระที่เที่ยวบิณฑบาตอยู่ ตายแล้วไปเกิดในสวรรค์ เมื่อจุติแล้วไปเกิดเป็นพระเจ้ากรุงพาราณสีได้ทำบุญกับพระปัจเจกพระพุทธเจ้าอีก 8 องค์ ท่านเคยตกนรกและเกิดเป็นหญิงชดใช้กรรมเนื่องจากทำปทารกรรมล่วงเกินภรรยาผู้อื่น มีทั้งเกิดเป็นพราหมณ์ พระราชา พระกุมาร สามัญชน และสัตว์ดิรัจฉาน ในชาติสุดท้ายเกิดเป็นเจ้าชายอานนท์เป็นสหชาติกับพระพุทธเจ้า (สิ่งที่เกิดมาคู่กับการเกิดของพระพุทธเจ้า) คือพระมารดาพระราหุล พระอานนท์ ฉันนะอำมาตย์ กาฬุทยีอำมาตย์ ม้ากัณฑกะ ต้นมหาโพธิ์พฤกษ์ และหม้อขุมทรัพย์ทั้ง 4  เป็นบุตรของพระเจ้าอมิโตศากยะ มีศักดิ์เป็นน้องชายของพระพุทธเจ้า ครั้นเมื่อจะบวชพร้อมกับเจ้าชายศากยะกุมารทั้งหก (พระอานนท์ พระภัททิยะ พระอนุรุทธะ พระภัคคุ พระกิมพิละ พระเทวทัต) ได้ให้นายอุบาลีภูษามาลาบวชก่อนเพื่อลดความมีมานะกษัตริย์ พระอานนท์บรรลุพระโสดาบันในพรรษาแรก ในพรรษาที่ 1-20 ของพระพุทธเจ้านั้นไม่มีพระอุปัฏฐากจากนั้นจึงได้ทรงคัดเลือกพระอานนท์เป็นพระอุปัฏฐากประจำพระองค์ พระอานนท์ได้ทูลขอพรก่อนรับตำแหน่ง 8 ประการ เป็นพรอันเป็นข้อห้ามข้อและพรส่วนที่ขออีก4ข้อ ได้ทำข้อวัตรประจำวันตลอด 25 ปี คือ ถวายน้ำสรง 2 ครั้ง ไม่ชำระพระทนต์ 3 ครั้ง นวดพระหัตถ์ พระบาท พระปฤษฎางค์กวาดบริเวณพระคันธกุฎี ถือประทีปดวงใหญ่ดูแลรอบพระคันธกุฎีตลอดคืน และคอยติดตามพระพุทธเจ้าเหมือนเงาติดตามตัว

พระอานนท์ได้อุปัฏฐากพระพุทธเจ้า ได้เกิดพระสูตรต่าง ๆ เกิดแห่งการตรัส มีข้อบัญญัติ ข้อธรรมอันมีความสำคัญยิ่งมากมาย ดังเช่น เป็นผู้ออกแบบจีวรตามพระพุทธดำริ คือ ตัดแต่งจีวรของภิกษุให้เหมือนคันนาของชาวมคธ เมื่อทรงแย้มพระโอษฐ์ก็ทูลถามแห่งการนั้นพระพระพุทธเจ้ามิได้ทรงพระสรวลอย่างโลกียมนุษย์ทั่วไป การแย้มพระโอษฐ์จะมีเกลียวพระรัศมีมีประมาณเม่าลำตาลใหญ่รุ่งเรืองแปลบปลาบดุจสายฟ้าจากพระเขี้ยวแก้วทั้ง 4  ได้ทูลถามอุโบสถของพระพุทธเจ้า 7 พระองค์ ในส่วนพระพุทธเจ้าโคตมะของเรานี้ทรงกระทำอุโบสถครั้งเดียวคือ วันจาตุรงคสันนิบาตขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 หลังจากครั้งนั้นมีภิกษุทุศีลอยู่ร่วมในที่จะแสดง ได้ให้ภิกษุลงอุโบสถสวดปาติโมกข์เอง พระอานนท์ได้ทูลให้พระพุทธองค์เสด็จหนีจากการด่าเนื่องจากผจญกับการแก้แค้นของนางมาคัณฑิยา การด่าของพวกเดียรถีย์  ทูลถามเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงรุ่งเรืองทั้งกลางวันและกลางคืน คือ เดช 5 คือ เดชแห่งศีล เดชแห่งคุณ เดชแห่งปัญญา เดชแห่งบุญ เดชแห่งธรรม ได้ช่วยกราบทูลพระพุทธเจ้าอนุญาตให้สตรีบวชเป็นภิกษุณี ท่านได้ยอมสละชีวิตโดยการยืนขวางช้างนาฬาคิรีในครั้งที่พระเทวทัตวางแผนจะฆ่าพระพุทธเจ้า การทูลพระพุทธเจ้าที่พระเทวทัตทำสังฆเภท มีเหตุแห่งการได้แสดงธรรมในตำหนักพระเจ้าปเสนทิโกศลได้รับการถวายผ้า 1,000 ผืนแล้วนำไปถวายต่อ ได้รับคำชื่นชมจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นผู้มีความกตัญญู

นอกจากนี้พระอานนท์ยังเป็นต้นบัญญัติของการห้ามภิกษุเข้าตำหนักบรรทมก่อนรับนิมนต์ ห้ามภิกษุให้ของเคี้ยวของฉันแก่นักบวชนอกศาสนาด้วยมือตน การเข้าไปฉันในพระราชนิเวศน์รูปเดียวเพื่อความเลื่อมใสเป็นเหตุให้พระพุทธเจ้าตรัสถึงตระกูลที่ภิกษุไม่ควรเข้าไป 9 ประการ  ทำน้ำมนต์ไล่อมนุษย์ที่เมืองเวสาลีครั้งเมื่อเกิดทุพภิกขภัยโดยพระพุทธเจ้าให้ท่องรัตนสูตรประกอบพิธีกรรม ได้ปลูกต้นโพธิ์ไว้บริเวณซุ้มประตูวัดเชตวันวิหารเพื่อเป็นสิ่งที่ควรเคารพบูชาแทนพระพุทธเจ้านอกจากเจดีย์ 3 อย่างแล้ว ท่านได้เข้าไปของาและข้าวสารมาปรุงถวายจนถูกตำหนิจนมีบัญญัติข้อห้ามภิกษุฉันอาหารที่เก็บไว้ในที่อยู่หุงต้มในที่อยู่และหุงเอง ท่านได้แสดงธรรมโปรดภิกษุณีที่หลงรักท่านให้ละจากความรักได้. พระอานนท์ได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าว่าเป็นเลิศใน 5 ด้าน คือ เป็นภิกษุที่เลิศในความเป็นผู้พหูสูต ภิกษุที่เลิศในความเป็นผู้มีสติ (ใส่ใจจดจำคำสอน) ภิกษุที่เลิศในความเป็นผู้มีคติ (ความเป็นไป) ภิกษุที่เลิศในความเป็นผู้มีธิติ (ความเพียร) และภิกษุที่เลิศในความเป็นผู้อุปัฏฐาก ถึงพร้อมด้วยฐานะ 5 สัมภิทา 7 พระอานนท์เป็นผู้ที่พระพุทธเจ้าตรัสชมว่าเป็นเป็นพระเสขะที่ไม่มีใครเปรียบได้ ในคราวที่พระพุทธเจ้าปลงอายุสังขารท่านถูกมารดลใจไม่ให้ขอพระพุทธเจ้าดำรงพระชนม์อยู่ ทรงตรัสให้ท่านไปอนุโมทนาทานของนายจุนทะ ท่านทูลถามถึงสถานที่ระลึกถึงหลังปรินิพพาน ทูลถามหลักของการปฏิบัติต่อสตรี การปฏิบัติในพระพุทธสรีระเมื่อครั้งมีการสังคายนาต้องให้ภิกษุที่บรรลุพระอรหันต์เท่านั้นเข้าประชุม พระอานนท์ต้องเป็นผู้แสดงธรรมได้บรรลุทันการพอดีในขณะกึ่งนอนกึ่งนั่ง ในกาลสุดท้ายพระอานนท์ได้ปรินิพพานอยู่กลางแม่น้ำโรหินีเมื่อมีอายุได้ 120 ปี

51
1
นาทีในการอ่าน