ตอนที่ 26 พระทัพพมัลลบุตรเถระ พระพาทิยทารุจีริยเถระ

S01E26

Time index

[02:55] พระภิกษุในธรรมวินัยนี้คือเหมือนช้างกับม้าอาชาไนย...

[09:30] เคยคบกับภิกษุที่ไม่ดีในสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสีทำกรรมไม่ดี

[17:12] ตอนที่เกิดปรากฏว่าแม่ท่านเสียชีวิตก่อนที่ท่านจะคลอด คือแม่ตายทั้งกลม

[18:25] เมื่อปลงผมปอยแรกตกลงก็บรรลุโสดาปัตติผล

[23:10] มีความสามารถที่ทำแสงสว่างที่นิ้วมือได้

[29:50] ทานที่เราให้นี้ อนิสงส์อยู่ที่ทั้งผู้ให้และผู้รับ

[32:30] โจทก์พระทัพพะด้วยอาบัติปาราชิกข้อที่ 1 คือ เสพเมถุน

[40:50] พระพาหิยทารุจีริยะเป็นผู้เลิศในความเป็นผู้บรรลุเร็ว ตรัสรู้เร็ว

[41:28] ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลพ่อค้าทางเรือ

[44:10] ท่านคิดว่าตัวเองเป็นพระอรหันต์จริง ๆ

[50:55] ได้เห็นพระพุทธเจ้าก็มีปิติมาก ก็เข้าไปขอฟังธรรม

[54:56] พระพุทธเจ้าให้ไปจัดการสรีระแล้วสร้างเจดีย์ให้

ขณะปลงผมปอยแรกก็บรรลุโสดาปัตติผล ปอยที่สองก็บรรลุสกทาคามิผล ปอยที่สามก็บรรลุอนาคามิผลเมื่อปลงผมปอยสุดท้ายก็บรรลุพระอรหันต์

เห็นก็สักแต่ว่าเห็น ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน รู้แจ้งก็สักแต่ว่ารู้แจ้ง ท่านพาทิยะได้ฟังแล้ว มีจิตหลุดพ้นจากอาสวะกิเลสทั้งหลายบรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมด้วยปฏิสัมภิทาสี่

ถ้าหมู่สงฆ์นี้ เขาให้ใครมาเป็นตัวแทนในหมู่แล้วเราถวาย ถึงแม้ว่ารูปนั้นจะเป็นภิกษุที่ทุศีลก็ตาม แล้วเราตั้งจิตให้ถูกต้องให้กับหมู่สงฆ์ อานิสงค์ที่ได้ก็มาก

พระทัพพมัลลบุตรเถระ ภิกษุผู้เลิศในด้านการจัดแจงเสนาสนะ

ท่านได้ตั้งความปรารถนาในความเป็นเลิศไว้ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระ ต่อมาในสมัยพระพุทธเจ้าวิปัสสีได้คบหาอสัตบุรุษร่วมกันกล่าวตู่พระอรหันตสาวกด้วยคำไม่จริง เคยร่วมกับพระภิกษุ 7 รูปขึ้นไปบำเพ็ญสมณธรรมบนเขาในสมัยพระพทธเจ้ากัสสปะ โดยเป็นหนึ่งใน5ภิกษุที่ยังไม่ได้บรรลุธรรมได้มรณภาพไปบนเขาแห่งนั้น. ในาติสุดท้ายเกิดในตระกูลมัลลกษัตริย์ เมื่ออยู่ในครรภ์มารดา/ด้ถึงแก่กรรมลง ขณะยกร่างไปเผาไฟนั้นทารกยังไม่ตายได้แยกตกลงมาบนกองไม้จึงได้ชื่อว่าทัพพะ

เมื่ออายุได้ 7 ขวบขอบวชเป็นสามเณร ด้วยเหตทุที่เคยได้บำเพ็ญบุญบารมีมาเต็มที่แล้ว ขณะปลงผมปอยแรกก็บรรลุโสดาปัตติผล ปอยที่สองก็บรรลุสกทาคามิผล ปอยที่สามก็บรรลุอนาคามิผลเมื่อปลงผมปอยสุดท้ายก็บรรลุพระอรหันต์ พระพุทธเจ้าได้มอบหมายให้ท่านเป็นผู้แต่งตั้งเสนาสนะและแก่อาหารแก่สงฆ์ ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุในขณะอายุ 7 ขวบนั่นเอง ท่านมีฤทธิ์สามารถเนรมิตเสนาสนะต่างๆพร้อมทั้งจัดแจงให้สงฆ์ที่มาเฝ้าพระพุทธเจ้าได้อย่างเหมาะสม จึงได้รับยกย่องว่าเป็นเลิศด้านผู้จัดแจงเสนาสนะ

ท่านถูกใส่ร้ายว่าเสพเมถุนกับนางภิกษุณีเมตติยาเนื่องจากพระเมตติยะกับพระภูมมชกไม่พอใจที่เข้าใจว่าท่านกลั่นแกล้งให้นายกัลยานภัตติกะผู้ชอบถวายอาหารดีเปลี่ยนใจไปถวายอาหารเลวแก่ตน และครั้งที่สองถูกอ้างเลสนำชื่อท่านและนางภิกษุณีเมตติยาเป็นชื่อของแพะที่สมสู่กันอยู่ ท่านก็พ้นข้อกล่าวหาได้ด้วยสติวินัย และเป็นต้นที่พระพุทธเจ้าบัญญัติภิกษุผู้โจทก์ภิกษุอื่นด้วยปาราชิกที่ไม่มีมูลให้เป็นอาบัติสังฆาทิเสส ในท้ายของชีวิตได้เข้าสมาบัติตรวจดูอายุของตนรู้ว่าหมดอายุสังขารแล้วจึงไปกราบทูลลาพระพุทธเจ้าเหาะขึ้นไปปรินิพพานบนอากาศ

พระพาหิยทารุจีริยเถระ ภิกษุผู้เลิศด้านขิปปาภิญญา(ตรัสรู้เร็ว)

ท่านได้ตั้งความปรารถนาในความเป็นเลิศไว้ในสมัยพระพุทธเจ้าปทุมุตตระโดยเป็นหนึ่งใน5ภิกษุที่ขึ้นไปบำเพ็ญสมณธรรมแต่ยังไม่ได้บรรลุธรรมได้มรณภาพไปบนเขาแห่งนั้นเช่นกันกับพระทัพพมัลลบุตรเถระ

ชาติสุดท้ายเกิดในตระกูลพ่อค้าทางเรือ เมื่อออกค้าขายเรือเกิดแตกเนื่องจากถูกพายุ พาหิยะรอดตายเพียงผู้เดียวที่ขึ้นฝั่งได้โดยไม่มีเครื่องนุ่งห่มจึงใช้สาหร่ายและเปลือกไม้ปกปิดร่างกาย มีคนพบเห็นเข้าใจผิดคิดว่าเป็นพระอรหันต์จึงเกิดวามเลื่อมใส ตนเองก็หลงผิดว่าเป็นพระอรหันต์ทำตนให้เคร่งครัดให้คนนับถือเพื่อหวังลาภสักการะ ท้าวมหาพรหมซึ่งเป็นเพื่อนสหธรรมิกในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะจึงได้มาแจ้งข่าวให้พาหิยะว่ามีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นจริงในโลกนี้แล้วขณะนี้อยู่ที่กรุงสาวัตถีที่ห่างไปอีก 120 โยชน์ พาหิยะจึงเกิดความสลดสังเวชรีบเดินทางไปหาพระพุทธเจ้าในทันทีทันใด เมื่อถึงกรุงสาวัตถีแล้วได้ตามหาพระพุทธเจ้าจนพบขณะที่พระองค์กำลังเดินบิณฑบาตอยู่ด้วยพระอาการอันน่าเลื่อมใสมีอินทรีย์ พระทัยสงบจึงเข้าไปหมอบลงแทบพระบาทขอให้พระพุทธเจ้าแสดงธรรมในฟัง เมื่อพาหิยะขอร้องเป็นครั้งที่สามพระองค์เห็นว่าจิตของพาหิยะมีการวางใจเป็นกลางแล้วระงับความกระวนกระวายใจได้และอันตรายแห่งชีวิตของเขาปรากฏ จึงได้แสดงธรรมโดยย่อว่า”เห็นก็สักแต่ว่าเห็น ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน รู้แจ้งก็สักแต่ว่ารู้แจ้ง” ท่านพาหิยะได้ฟังเพียงเท่านี้แล้วมีจิตหลุดพ้นจากอาสวกิเลศทั้งหลายบรรลุเป็นพระอรหันต์พร้อมทั้งปฏิสัมภิทาสี่ จากนั้นท่านพาหิยะได้กราบทูลขอบวชแต่พระพุทธเจ้าให้ไปหาบาตรและจีวรมาเสียก่อน  ด้วยท่านพาหิยะเคยสร้างกรรมในอดีตชาติที่เคยร่วมฆ่าโสเภณีเพื่อชิงทรัพย์ ชาตินี้หญิงโสภณีนั้นได้กลับกลายมาเป็นยักษ์แปลงร่างมาเป็นโคแม่ลูกอ่อนขวิดท่านพาหิยะตายขณะเสาะหาจีวรนั้นเอง เมื่อเหล่าภิกษุมาพบพระพุทธเจ้าจึงให้จัดการสรีระสังขารแล้วให้สร้างเจดีย์ไว้ให้ด้วยเหตุบรรลุพระอรหันต์แล้ว พระพุทธเจ้าได้ยกย่องพระพาหิยทารุจีริยะว่าเป็นผู้ที่เลิศด้านขิปปาปัญญา(ตรัสรู้เร็ว)

 

82
1
นาทีในการอ่าน