ตอนที่ 25 พระอุปเสนวังคันตบุตรเถระ และ พระปิลินทวัจฉเถระ

S01E25

Time index

[09:40] พระอุปเสนเป็นต้นบัญญัติว่า ภิกษุจะต้องมีพรรษาเกิน 10 พรรษา จึงจะให้คนอื่นบวชได้

[13:20] ด้วยความเลื่อมใสจึงทำธุดงควัตรทุกอย่าง

[16:55] ในการปฏิบัติอย่างเคร่ง...

[22:30] เหล่าภิกษุไม่ควรบัญญัติสิ่งใด ๆ ที่พระพุทธเจ้าไม่ได้บัญญัติเอาไว้

[27:00] พระปิลินทวัจฉเถระ...

[31:40] วิชชาจูฬคันธาระของปิลินทวัจฉะเสื่อม

[38:00] ท่านปิลินทวัจฉะใช้เงื้อมผาเป็นที่หลีกเร้น

[44:30] ท่านเป็นต้นบัญญัติของเภสัช 5

[49:10] ท่านมีอาพาธหลายอย่าง

“ในการปฏิบัติอย่างเคร่ง ในความเคร่งนี้ต้องดูว่าเคร่งเพื่ออะไรถ้าเคร่งเพื่อจะได้รับการยกย่องหรือเพื่อลาภสักการะนี้ไม่ใช่... แต่เคร่งเพื่อการขัดเกลากิเลสจริงก็ดี”

”บางทีเราคิดว่าความตายนี้ไม่สมควร... เรามาดูลักษณะการตายอย่างเดียวนั้น มันไม่ได้บอกเรื่องราวทั้งหมดโดยส่วนเดียว ที่สำคัญต้องดูว่าเขาทำอะไรมาตอนมีชีวิตอยู่ ได้ทำความดีหรือไม่ เราจึงไม่ประมาทที่จะทำความดีต่อไป”

พระอุปเสนคันตบุตรเถระ ภิกษุผู้เลิศด้านเป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธา

ท่านเป็นน้องชายของพระสารีบุตรเถระ พระจุนทเถระ เป็นพี่ของพระเรวตเถระ. โดยเหตุที่ท่านบวชให้กับคนอื่นในขณะที่บวชได้เพียง 2 พรรษาจึงถูกพระพุทธเจ้าตำหนิ จึงเป็นต้นบัญญัติที่ให้ภิกษุที่บวชได้เกิน 10 พรรษาจึงจะบวชให้คนอื่นได้ ท่านจึงเกิดความสลดใจรีบเร่งความเพียรจนบรรลุพระอรหันต์

ท่านเลื่อมใสศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้ามาก จึงสมาทานรักษาธุดงควัตรทุกข้อและยังชักชวนผู้อื่นสมาทานเพื่อความขัดเกลาด้วย พระพุทธเจ้าจึงได้ตั้งท่านไว้ในตำแหน่งผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้านผู้นำความเลื่อมใสมาโดยรอบ

ในครั้งที่พระพุทธเจ้าได้หลีกเร้นไม่ให้ใครเข้าพบตลอด3เดือน เหล่าภิกษุจึงได้ตั้งข้อบัญญัติไว้หากใครเข้าพบถือเป็นอาบัติ แต่ต่อมาพระอุปเสนได้พาลูกศิษย์เข้าพบด้วยเหตุว่าไม่ใช่บัญญัติของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงสอบถามเหล่าลูกศิษย์พระอุปเสนะจึงได้รู้ว่าได้รับการอบรมสั่งสอนมาอย่างดีเป็นผู้ที่เชื่อฟังและปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระอุปฌาย์และธุดงควัตร พระพุทธเจ้าจึงอนญาตให้ภิกษุผู้ถือธุดงควัตรเข้าพบได้ตามความต้องการ

พระอุปเสนะเข้าสู่ปรินิพพานด้วยเหตุถูกงูฉกตาย

พระปิลินทวัจฉเถระ เป็นภิกษุที่เลิศด้านเป็นที่รักที่ชอบใจของเหล่าเทวดา

ในชาติสุดท้ายท่านบวชเป็นปริพาชกที่มีวิชชาเหาะได้เป็นผู้รู้วาระจิตของผู้อื่น ด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้าทำให้มนต์ของตนเสื่อมจึงไปขอเรียนจากำระพุทธเจ้า โดยได้บวชเป็นภิกษุเมื่อได้รับฟังธรรมและเรียนกรรมฐานที่เหมาะสมแล้วไม่นานก็บรรลุพระอรหันต์ ท่านมีนิสัยที่เรียกคนที่ต่ำกว่าว่าคนถ่อย พระพุทธเจ้าตรวจสอบดูแล้วว่าเป็นอุปนิสัยที่ติดมาหลายภพชาติแล้วจึงเป็นที่มาของชื่อปิลันทวัจฉะ

พระปิลินทวัจฉเถระ ครั้งเมื่อเกิดเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ์มีผู้ที่ได้รับคำสั่งสอนของท่านแล้วเมื่อตายไปได้เกิดเป็นเทวดา ดังนั้นจึงมีเทวดาทั้งหลายพากันเข้าไปหาพระปิลินทวัจฉะทุกเช้าเย็น พระพุทธเจ้าจึงตั้งท่านไว้ในตำแหน่งเอตทัคคะเป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายด้านเป็นที่รักที่ชอบใจของเหล่าเทวดาทั้งหลาย

ท่านเป็นผู้นับได้ว่ามีวาจาศักดิ์สิทธิ์ โดยบอกว่าดีปลีที่ชายคนหนึ่งบรรทุกเกวียนมาเป็นขี้หนูตามคำกล่าวจริงๆ ท่านเป็นต้นบัญญัติที่พระพุทธเจ้าอนุญาตให้มีคนทำงานวัดได้ ท่านได้แสดงปาฏิหาริย์โดยการเนรมิตมาลัยทองคำให้เด็กหญิงในหมู่บ้านคนทำงานวัด อธิษฐานให้ผราสาทของพระราชากลายเป็นทองคำ ประชาชนจึงเลื่อมใสได้นำเภสัช 5 ชนิดมาถวายจำนวนมากทำให้หนูเพ่นพ่านไปทั่วจึงเป็นที่มาของต้นบัญญัติเกี่ยวกับเภสัช 5ที่ภิษุจะสามารถเก็บไว้ได้ไม่เกิน 7 วัน นอกจากนี้เนื่องจากท่านมีอาการอาพาธมากจึงเป็นต้นบัญญัติในการรักษาอาการอาพาธโดยใช้น้ำมันผสมน้ำเมา แต่มิให้ภิกษุดื่มน้ำมันที่เจือน้ำเมาเกินขนาด การใช้กระโจมอบตัว การปรุงน้ำมันทาเท้า การทายาทาเท้า น้ำมันทาศีรษะ การนัตถุ์ยา กล้องสำหรับนัตถุ์ยา และให้สูดควันได้

ท่านเป็นต้นอนุบัญญัติสิกขาบทปราชิกข้อ2 ในการถือเอาทรัพย์ที่เจ้าของไม่ได้ให้ ถ้าเป็นวิสัยของภิกษุผู้มีฤทธิ์ ไม่เป็นอาบัติ

88
1
นาทีในการอ่าน