ตอนที่ 10 พระมหาโมคคัลลานะ

S01E10

HIGHLIGHTS:

  • เรื่องราวของท่านพระมหาโมคคัลลานะ อสีติมหาสาวกองค์ที่ 3 อัครสาวกเบื้องซ้าย ผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลายในความเป็นผู้มีฤทธิ์มาก
  • พระพุทธเจ้าทรงแสดงอุบายแก้ง่วง แก่ท่านพระมหาโมคคัลลานะ
  • ท่านพระมหาโมคคัลลานะทรงมีคุณธรรมอภิญญา 6 เด่นครบทุกด้าน
  • เรื่องเล่าเกี่ยวกับฤทธิ์ของท่านพระมหาโมคคัลลานะหลังการบรรลุธรรม (ต้นเรื่อง ยมกปาฏิหาริย์ คาถาพาหุง ปราบนันโทปนันทะนาคราช ปราบเศรษฐีขี้เหนียว ปราบอัคคิทัตพราหมณ์)
  • รูปแบบลำดับการปรินิพพานของพระพุทธเจ้าและอัครสาวกซ้าย-ขวา
  • เหตุที่มีพระสูตรเทศนาโดยท่านพระมหาสารีบุตรมีปรากฏในพระไตรปิฎกมากกว่าท่านพระมหาโมคคัลลานะ
รายการ "ธรรมะรับอรุณ Live" โดย พระอาจารย์มหาไพบูลย์ อภิปุณฺโณ จากวัดป่าดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
ร่วมดำเนินรายการโดย คุณ เตือนใจ สินธุวณิก
ออกอากาศทาง Facebook "Puredhamma.com" วันที่ 8 มี.ค.2562 เวลา 20.00 น.
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 9 มี.ค.2562 เวลา 05.00 น.

 

 

 

 

 

 

 

 

    บทคัดย่อ

    ท่านพระมหาโมคคัลลานะเป็นเพื่อนสนิทกับท่านพระมหาสารีบุตร หลังจากที่ท่านพระมหาสารีบุตร ได้ฟังธรรมจากท่านพระอัสสชิแล้ว ก็ได้มาชักชวนท่านพระมหาโมคคัลลานะออกบวชเป็นภิกษุด้วยกัน

     

    การบรรลุธรรมของท่านพระมหาโมคคัลลานะ เกิดขึ้นที่กาลศิลา เมืองราชคฤห์ ซึ่งเป็นบริเวณที่มีภิกษุไปหลีกเร้นอยู่เรื่อย ๆ และมีป่าที่อยู่ใกล้ ๆ บริเวณนั้นเรียกว่า ป่าเภสักกะลา ซึ่งท่านพระมหาโมคคัลลานะ พักหลีกเร้นอยู่ที่นั้น หลังจากบวชได้ 7 วัน ยังไม่บรรลุธรรม กำลังทำความเพียรเพื่อรอที่จะบรรลุธรรมอยู่ ซึ่งในขณะนั้นท่านรู้สึกง่วง

     

    พระพุทธเจ้า ท่านสังเกตเห็นว่าท่านพระมหาโมคคัลลานะ กำลังง่วงอยู่ จึงได้เดินมาหาท่านพระมหาโมคคัลลานะด้วยฤทธิ์ เพื่อมาให้ข้อมูล เพื่อช่วยให้ท่านพระมหาโมคคัลลานะบรรลุธรรม โดยส่งเสียงทิพย์มา แล้วมาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าท่าน โดยที่ตัวพระพุทธเจ้าเองนั้นท่านพระทับอยู่บนเขาคิชฌกูฏ

     

    พระพุทธเจ้าท่านจึงไปแสดงธรรมด้วยฤทธิ์ ด้วยการบอกอุบายแก้ง่วงให้กับท่านพระมหาโมคคัลลานะ 7 ข้อ

    1. ถ้าเธอมีสัญญาอย่างไร ก็ทำสัญญานั้นให้มาก
    2. ให้ทำการสาธยายธรรม ตามที่เคยได้ฟังมา
    3. ทำการใคร่ครวญธรรมตามที่ตนได้เคยฟังมา โดยรายละเอียดพิสดาร
    4. เอามือลูบตัว เอาน้ำล้างหน้า เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ตื่นตัว เหลียวดูในทิศทั้งหลายเพื่อให้ตาได้รับแสง
    5. ให้ทำในใจถึงแสงสว่าง เพ่งความสำคัญว่า กลางวันอย่างไร กลางคืนอย่างนั้น
    6. ให้เปลี่ยนอิริยาบถ ด้วยการเดิน กลับไปกลับมา สำรวมอินทรีย์ มีใจไม่คิดไปในภายนอก จะคลายความง่วงได้
    7. ให้สำเร็จสีหไสยา คือ การนอนตะแคงขวา ในลักษณะที่พร้อมที่จะลุก ด้วยการกำหนดจิตก่อนนอนว่า เรารู้สึกตัวเมื่อไหร่เราจะลุกขึ้นทันที จะไม่แสวงหาความสุขในการนอน ความสุขในการเอนข้าง ความสุขในการเคลิ้มหลับ

     

    เมื่อท่านพระมหาโมคคัลลานะแก้ปัญหาเรื่องความง่วงได้แล้ว ทำให้ได้สมาธิเต็มที่ เมื่อพระพุทธเจ้ากล่าวสอนธรรม เรื่องการละความเป็นอัตตา ให้เห็นความเป็นอนัตตา การไม่ชูงวงเข้าไปในสกุล การนอบน้อมต่อธรรมะ ท่านเห็นข้อมูลเหล่านี้ก็บรรลุธรรมได้

     

    ท่านบรรลุธรรมภายในเวลา 7 วัน ในลักษณะที่ว่า สุขขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา โดยได้ความสุขจากฌาน สมาธิแล้วทำการพิจารณาธรรมจนบรรลุธรรมขั้นสูงสุด

     

    อธิบายเพิ่มเติม: ปฏิปทา 4

    1. ทุกขาปฏิปทาทันธาภิญญา - ปฏิบัติลำบาก และบรรลุได้ยาก
    2. ทุกขาปฏปทาขิปปาภิญญา (พระมหาสารีบุตร) - ปฏิบัติลำบากแต่บรรลุได้เร็ว
    3. สุขาปฏิปทาทันธาภิญญา ปฏิบัติสะดวกแต่บรรลุได้ช้า
    4. สุขาปฏิปทาขิปปาภิญญา (พระมหาโมคคัลลานะ) - ปฏิบัติสะดวกและบรรลุได้เร็ว

     

    คุณธรรมของท่าน คือ ท่านได้อภิญญา 6 ที่มีความเด่นครบทั้ง 6 ด้าน คือ

    1. อิทธิวิธี (วิธีเพื่ออิทธิ) เช่น แยกร่างได้ เหาะได้ ทะลุฝา ทะลุกำแพงได้ เสกไฟได้ พ่นควันได้ ดำดินได้
    2. ทิพพโสต (หูทิพย์) หรือทิพยโสตธาตุ คือ ได้ยินเสียงที่เป็นทิพย์ หรือทั้งได้ยินเสียงที่เป็นเสียงของมนุษย์ ทั้งในที่ใกล้ หรือที่ไกล เช่น เทวดามาบอกว่า พระเทวทัตจะทำสังฆเภท ท่านพระมหาโมคคัลลานะก็ได้ยิน
    3. เจโตปริยญาณ (รู้วาระจิตคน) รู้ว่ามีราคะ มีโทสะไหม จิตน้อมไปทางไหน
    4. ปุพเพนิวาสานุสติญาณ (คือรู้ว่าอดีตเป็นมาอย่างไร) รู้ว่าในชาติก่อน ๆ มีที่อยู่อาศัย มีความเป็นมายังไง มีความสัมพันธ์อย่างไรในอดีตชาติ
    5. ทิพพจักษุ (รู้อนาคตว่าจะไปเกิดที่ไหน) และ จะต่อไปอย่างไร ๆ รู้อดีต รู้อนาคต
    6. อาสวักขยญาณ (ญาณที่จะทำอาสวะให้สิ้น) หรือญาณที่จะทำอาสวะจะสิ้น

     

    ด้วยความที่ท่านเป็นผู้มีฤิทธิ์มาก ในบางครั้งพระพุทธเจ้าได้ให้ท่านพระมหาโมคคัลลานะใช้ฤิทธ์ของท่านเพื่อปราบมาร ปราบพญานาค ปราบนันโทปนันทะนาคราช ปราบเศรฐีขี้เหนียว ปราบอัคคิทัตพราหมณ์ รวมทั้ง ใช้ฤิทธิ์ เทสนาสอนผู้อื่น ด้วย อีกทั้งสามารถมองเห็นเปรต ผี เทวดา

     

    การปรินิพพานของท่านพระมหาโมคคัลลานะนั้น เกิดเนื่องจากท่านถูกโจรทำร้าย ทุบจนกระดูกแตก เท่าเมล็ดข้าว และเพราะด้วยผลกรรมที่ท่านเคยทำมา จากการฆ่าพ่อและแม่ในชาติก่อนๆท่านได้รับผลกรรมที่ท่านทำมาเป็นลำดับ ท่านตกนรกเป็นเวลานานมาก ท่านเคยเกิดเป็นมาร จนกระทั้งชาติสุดท้ายนี้ ก็ยังได้รับเศษกรรม ถูกตีจนกระทั้งกระดูกแตกละเอียด และได้ใช้ฌานเป็นเครื่องประสานกระดูกเพื่อไปทูลลาพระพุทธเจ้า และ ไปปรินิพพานที่เมืองกาลศิลา ทีบริเวณที่ท่านตรัสรู้ แถวบ้านเกิดของท่านนั่นเอง

     

    ในเรื่องลำดับการปรินิพพานนั้น อัคครสาวกต้องปรินิพพานก่อนพระพุทธเจ้า โดยพระอัครสาวกเบื้องขวาต้องปรินิพพานก่อน ตามด้วยพระอัครสาวกเบื้องซ้าย และ พระพุทธเจ้าปรินิพพานเป็นลำดับสุดท้าย ตามแบบนี้เสมอ เพื่อให้เกิดความเหมาะสม ให้ธรรมวินัยคงไว้ซึ่งความเป็นศาสดา คงอยู่ต่อไปไม่เสื่อมสูญ

     

    พระพุทธเจ้ารัก ภิกษุ 2 รูปนี้มาก ด้วยความที่ท่านมี ศีล สมาธิ ปัญญา และ วิมุตติของท่านสูง จึงระลึกถึงท่านทั้ง 2 เสมอ จึงได้เคยตรัสไว้ว่า ถ้าพวกเธอจะเอาตัวอย่างในเรื่องความดี ความงาม ความเลิศ ให้เอาท่านพระมหาสารีบุตรและท่านพระมหาโมคคัลลานะเป็นตัวอย่าง

     

    พระอัครสาวกทั้ง 2 ท่านทำงานอยู่กับพระพุทธเจ้า ใกล้ชิด ติดตามไปในที่ประชุมบ่อยครั้งโดยเฉพาะในตอนดึก พระพุทธเจ้าจะทรงเอนพัก และมักตรัสมอบหมายให้ท่านพระมาหาสารีบุตรทรงแสดงธรรมกถาแก่ภิกษุสงฆ์ (เช่นทีเกิดสังคีติสูตร ขึ้นเป็นต้นแบบของการสังคายนา) จบแล้วเสด็จลุกขึ้น แสดงสาธุการจึงเป็นธรรมดาที่เทศนาของท่านพระมหาสารีบุตรเป็นพระสูตรอยู่ในพระไตรปิฎกมากมาย

      193
      1
      นาทีในการอ่าน