การตักเตือนที่ไม่ควรถูกตำหนิ

S64E34

Time index

[04:10] ตอบคำถามเรื่อง ปฏิปทา 4

[10:34] สสังขารสูตร ว่าด้วยผู้เป็นสสังขารปรินิพพายีในปัจจุบัน

[17:59] สมณสัจจสูตร ว่าด้วยสัจจะที่เป็นเหตุให้ไม่สำคัญตนว่าเป็นสมณะ

[28:41] อุปกสูตร ว่าด้วยอุปกมัณฑิกาบุตร

[43:36] สัจฉิกรณียสูตร ว่าด้วยธรรมที่ควรทำให้แจ้ง

[49:47] อุโปสถสูตร ว่าด้วยทรงสรรเสริญภิกษุในวันอุโบสถ

[53:58] สรุป

ย้อนกลับมาในปฏิปทา 4: สสังขารสูตร สสังขาร หมายถึง อนาคามี สสังขารเป็นการพิจารณาความไม่งาม คือ ทุกขาปฏิปทานั่นเอง อสังขารเข้าสมาธิลึกเป็นสุขาปฏิปทา จับคู่กับปรินิพพานในปัจจุบันหรือตายแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับความแก่กล้าแห่งอินทรีย์ ความแก่อ่อนของอินทรีย์ก็มาจากเสกขพละ

สมณสัจจสูตร: สัจจะของพราหมณ์ที่พระพุทธเจ้าเห็นด้วยเหมือนกัน ว่าเป็นคำจริง ไม่สำคัญตนว่าเป็นสมณะ ประเสริฐ หรือเสมอ หรือด้อยกว่า เมื่อบุคคลมีสัจจะนี้แล้ว จะตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท คือ สัตว์ไม่ควรถูกฆ่า กาม และภพทั้งปวงไม่เที่ยงเป็นทุกข์ และไม่มีเรา/ไม่มีผู้อื่นเป็นที่กังวล

อุปกสูตร: น่าสนใจตรงที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า การตักเตือนกันด้วยหลักธรรม แล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง บุคคลที่เตือนนั้นไม่ควรถูกตำหนิ ให้ดูที่กุศลควรเจริญ หรืออกุศลที่ควรละ

สัจฉิกรณียสูตร: ธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยกาย คือ ทำกายให้เป็นที่ภาวนา ทำสมาธิให้เกิดขึ้น ให้แจ้งด้วยสติ คือ การตามระลึกถึงภพที่เคยผ่าน ให้แจ้งด้วยจักษุมีตาทิพย์เห็นการจุติ และอุบัติของสัตว์ แจ้งด้วยปัญญา คือ ทำอาสวขยญาณให้เกิดขึ้น

อุโปสถสูตร: ทรงสรรเสริญภิกษุด้วยความเป็นเทวดา: ฌาน 1 - 4, พรหม: พรหมวิหาร, อเนญชะ: อรูปฌานอริยะ: รู้อริยสัจ 4 จบโยธาชีววรรค

(จตุกกนิบาต: สสังขารสูตร ข้อที่ 169 โยธาชีววรรค ข้อที่ 185 และ 188 - 190)

20
1
นาทีในการอ่าน