จตุกกนิบาต: อินทริยวรรค ข้อที่ 159 - 160 และปฏิปทาวรรค ข้อที่ 161 - 168, 170

S64E30

Time index

[04:03] ภิกขุณีสูตร ว่าด้วยภิกษุณี

[12:46] สุคตวินยสูตร ว่าด้วยพระสุคตและวินัยของพระสุคต

[22:56] ปฏิปทาวรรค:สังขิตตสูตร ว่าด้วยปฏิปทาโดยย่อ

[25:43] วิตถารสูตร และอสุภสูตร

[41:26] ปฐม/ทุติยขมสูตร ว่าด้วยปฏิปทาที่อดทน

[45:53] อุภยสูตร ว่าด้วยปฏิปทาที่มีลักษณะเหมือนกันทั้ง 2 ส่วน

[49:35] มหาโมคคัลลานสูตรและสารีปุตตสูตร

[52:57] ยุคนัทธสูตร ว่าด้วยการเจริญสมถะและวิปัสสนาควบคู่กันไป

“ให้เราเข้าใจว่าตัวเราเป็นประเภทไหน จะได้ไปได้”

ภิกขุนีสูตรท่านพระอานนท์ชี้ให้เห็นว่ากายนี้อาศัยอาหาร ตัณหา มานะ เมถุนจึงเกิดขึ้น ถ้าละได้จะบรรลุธรรมขั้นสูง ในสุคตวินยสูตรกล่าวถึงสิ่งที่จะทำให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้ด้วยการรักษาเหตุ 4 ประการ คือ เล่าเรียนถูกต้องทั้งแม่บทและอรรถะ เป็นผู้ว่าง่าย พหูสูตรถ่ายทอดให้สืบต่อ เถระเป็นตัวอย่างที่ดี จบอินทริยวรรค

ปฏิปทาวรรค ปฏิปทา คือ วิธีการปฏิบัติ ในสังขิตตสูตร วิตถารสูตร และอสุภสูตร มีหัวข้อเดียวกันแต่อธิบายลึกต่างกัน พูดถึงปฏิปทา 4 แบบโดยการนำตัวแปร คือ การปฏิบัติลำบากหรือสบายมาจับคู่กับการบรรลุเร็วหรือช้า ทุกขาปฏิปทาในกระบวนการปฏิบัติจะเจอความทุกข์ เพราะมีราคะโทสะโมหะกล้าจึงยากในการเข้าสมาธิ ให้เห็นความทุกข์ความไม่น่ายินดีในราคะโทสะโมหะนั้น ส่วนสุขาปฏิปทาในกระบวนการจะเจอความสุข เพราะความที่มีราคะโทสะโมหะเบาบางจึงเข้าสมาธิได้ง่าย มีสุข เห็นความสงบนั้น การเข้าใจว่าตัวเราเป็นประเภทไหนจะช่วยให้พัฒนาไปได้ การบรรลุเร็วหรือช้าขึ้นกับความแก่กล้าของอินทรีย์ 5 และกำลังของเสกขพล เสกขพลจะเป็นฐานพัฒนาให้อินทรีย์แก่กล้าได้ 

ในปฐม และทุติยขมสูตร พูดถึงปฏิปทา 4 แบบ คือ ไม่อดทน อดทน ข่มใจ และระงับ

อุภยสูตรเปรียบเทียบความประณีต หรือหยาบจากข้อปฏิบัติ และรู้ได้เร็วช้า

โมคคัลลานสูตร และสารีปุตตสูตรกล่าวถึงปฏิปทาที่ท่านบรรลุ ท่านพระโมคคัลลานเป็นทุกขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา ท่านพระสารีบุตรเป็นสุขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา ท่านทั้งสองมีทั้งสมถะวิปัสสนา อยู่ที่ใช้อะไรนำ ดั่งการแบ่งตามในยุคนัทธสูตร

43
1
นาทีในการอ่าน