พึงเตือนตนด้วยตน

พึงเตือนตนด้วยตน
S01E31

Time index

[05:37] ธรรมบทแปล เรื่อง มารธิดา ภาคที่ 6 เรื่องที่ 148
[16:45] ธิดามารประเล้าประโลมพระศาสดา
[26:09] เรื่องประกอบเพิ่มเติม มาคันทิยสูตรว่าด้วยมาคันทิยพราหมณ์
[34:46] ธรรมบทแปล เรื่อง พระปิโลติกเถระ ภาคที่ 5 เรื่องที่ 116
[37:59] พระปิโลติกเถระบรรลุพระอรหัต
[44:32] ธรรมบทแปล เรื่อง พระนังคลกูฏเถระ หรือพระคันไถ ภาคที่ 8 เรื่องที่ 261
[54:27] ธรรมบทแปล เรื่อง นายจุนทสูกริก หรือผู้เลี้ยงสุกร ภาคที่ 1 เรื่องที่ 10 

  ตัณหาเป็นเรื่องที่เราทั้งหลายต้องระมัดระวัง พระพุทธเจ้าก็ทรงคอยระมัดระวังแวดล้อมรักษาจิตด้วยองค์แห่งมรรค อีกทั้งการคอยตักเตือนตนด้วยตนเป็นสิ่งที่เราควรต้องทำอยู่เป็นประจำ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ว่า “ท่านทั้งหลายจงมีความเพียร มีความสลดใจ เหมือนม้าดีถูกเขาตีด้วยแส้แล้ว (มีความบากบั่น) ฉะนั้น. ท่านทั้งหลายเป็นผู้ประกอบด้วยศรัทธา ศีล วิริยะ สมาธิ และ ด้วยคุณเครื่องวินิจฉัยธรรม มีวิชชาและจรณะถึงพร้อม มีสติมั่นคง จักละทุกข์อันมีประมาณไม่น้อยนี้ได้”

    ดังตัวอย่างในนิทานพรรณนาซึ่งได้หยิบยกเรื่อง ผู้ที่มีความเพียรคอยตักเตือนตนด้วยตน เพื่อละซึ่งตัณหา จำนวน 3 ท่าน คือ พระพุทธเจ้า โดยนำเสนอไว้ในเรื่องของมาคันทิยะพราหมณ์  ซึ่งทรงเล่าให้มาคันทิยะพราหมณ์และภรรยาฟัง เป็นเรื่องตั้งแต่ทรงออกผนวช และทรงละซึ่งกิเลส ถึงแม้จะถูกธิดามารมาเล้าโลม พระองค์ก็ไม่หวั่นไหว พระปิโลติกเถระ และพระนังคลกูฏเถระ ทั้ง  2 รูป มีความเหมือนกันคือ หลังจากบวชแล้วก็มีความต้องการที่อาจจะสึกเป็นอย่างมาก แต่ก็มีความเพียรปรับปรุงพัฒนาจิตใจด้วยการตักเตือนตนด้วยตน และบรรลุพระอรหัตผลในที่สุด

  สุดท้ายได้ยกตัวอย่างโทษของการเตือนตนด้วยตนไม่ได้ คือนายจุนทสูกริก ประกอบอาชีพเป็นคนฆ่าหมู ได้รับความทุขเวทนาแม้ยังมีชีวิตอยู่ หลังตายไปเกิดในอเวจีมหานรกเสวยผลกรรมตามก่อไว้
 

นิทานพรรณนา
329
1
นาทีในการอ่าน