มหาโควินทพราหมณ์

มหาโควินทพราหมณ์
S08E31

Time Index

[06:29]  เข้าสู่การอธิบายเนื้อหามหาโควินทสูตร

[18:35]  การมาของสมังกุมารพรหม

[28:57]  เรณุราชกุมารขึ้นครองราชย์ และ แบ่งสมบัติ

[37:28]  มหาโควินทพราหมณ์เพ่งกรุณาฌาน

[44:20]  สนังกุมารพรหมเปิดโอกาสให้มหาโควินทพราหมณ์ถามคำถาม

[49:20]  มหาโควินทพราหมณ์ตัดสินใจออกหลีกเร้น

  • สัมมาทิฐิ คือ ความเห็นที่จะทำให้เกิดความสงบระงับของกิเลสที่อยู่ในใจ
  • พระพุทธเจ้าของเรามีความพยายามอย่างมากที่หาหนทางที่จะนำไปสู่ความเกษมแก่คนจำนวนมาก
  • สนังกุมารพรหม คือ พระนิยตโพธิสัตว์ที่ได้รับการพยากรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
  • ครั้งหนึ่งสนังกุมารพรหม (พรหมมีอายุขัยยืนยาวนาน) ได้มีโอกาสพบพระพุทธเจ้าของเราสมัยที่เป็นพราหมณ์
  • มหาโควินทพราหมณ์ถามสนังกุมารพรหมว่าจะทำอย่างไร ธรรมะอะไรจะให้เข้าถึงพรหมโลกอันเป็นอมตะได้
  • กลิ่นชั่วร้ายที่สนังกุมารพรหมกล่าวถึง มี 14 อย่างคือ ความโกรธ, พูดเท็จ, ฉ้อโกง, ประทุษร้ายมิตร, ตระหนี่, ดูหมิ่น, ริษยา, ปรารถนาลามก, ลังเลเคลือบแคลง, การเบียดเบียนผู้อื่น, ความโลภอยากได้, ความคิดประทุษร้าย, ความมัวเมา, และความหลง เมื่อมีแล้วจะต้องลงไปอบาย
  • อริยมรรคมีองค์ 8 คือ ทางเพื่อให้ถึงความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด รู้ยิ่งรู้พร้อม เพื่อนิพพาน

“สัมมาทิฐิ” คือ ความเห็นที่จะทำให้เกิดความสงบระงับของกิเลสที่อยู่ในใจ… ไม่ว่าความทุกข์และปัญหาที่เราเจอกันทุกวันนี้ก็มาจากกิเลสในใจมนุษย์ทั้งสิ้น เพราะถ้ากิเลสมา ก็จะเบียดเบียนกันไปเป็นวงกว้าง… พระพุทธเจ้าของเราจึงมีความพยายามอย่างมากที่มองหาหนทางที่จะนำไปสู่ความเกษมแก่คนเป็นจำนวนมากและคนอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต ผู้นำแบบนี้เป็นผู้นำที่ดี จริงใจ มีความสามารถ ถึงแม้วันนี้พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้วแต่ยังมีคำสอน… เป็นมรดกตกทอดที่สำคัญกับเราเป็นอย่างมาก

ใน มหาโควินทสูตร คือ เรื่องของพระพุทธเจ้าของเราที่ชาติหนึ่งเคยเกิดเป็นมหาโควินทพราหมณ์และทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม… และได้มีการเล่าเรื่องราวครั้งก่อนๆ ของพระพุทธเจ้าโดยสนังกุมารพรหมว่า พระพุทธเจ้ามีความเป็นไปอย่างไรในแต่ละชาติ เรื่องราวเหล่านี้เริ่มต้นที่วันออกพรรษา ว่ามีการประชุมของเหล่าเทวดารวมถึงเหล่าเทวดาจตุมหาราชิกาเข้าประชุมในวันนั้นด้วย… เวลาที่ผู้คนรักษาศีลไปวัด ปฏิบัติธรรม บูชาพระด้วยดอกไม้ ก็จะมีคนที่เก็บดอกไม้ไป นั่นก็คือ “คนธรรพ์” ชื่อปัญจะสิกขะ เปรียบเหมือนการทำบัญชีของคนที่ทำความดี เครื่องบูชาหรือดอกไม้ที่มาจากจิตใจที่ดี ปัญจะสิกขะก็จะไปรับมาจากคนที่ทำความดีและนำไปให้มาตาลีเทพบุตรทราบ แล้วมาตาลีเทพบุตรก็จะนำไปแจ้งกับท้าวสักกะทราบ ถ้ามีมากก็จะทำให้รู้ว่าเทวโลกจะมีคนดี ๆ ขึ้นมาอุบัติขึ้น… แล้วในพรรษานั้นมีคนรักษาศีลทำความดีเต็มที่ ทำให้ไปอุบัติไปอยู่บนชั้นดาวดึงส์เป็นจำนวนมาก และสนังกุมารพรหมก็ได้ปรากฏตัวขึ้น…

“สนังกุมารพรหม” คือ โพธิสัตว์ที่ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าองค์ใดองค์หนึ่งในโลก และได้รับการพยากรณ์เป็นที่เรียบร้อยแล้วเป็นพระนิยตโพธิสัตว์ ซึ่งมีครั้งหนึ่งสนังกุมารพรหมได้มีโอกาสพบกับพระพุทธเจ้าของเราสมัยที่เป็นพราหมณ์มหาโควินท… เรื่องมีอยู่ว่า พระเจ้าทิสัมบดีมีโอรสเป็นมกุฎราชกุมารพระองค์หนึ่ง ชื่อ เรณุกุมาร และมีลูกที่เกิดจากญาติเหล่าอื่นอีก 6 องค์ด้วยกัน รวมเป็น 7 องค์ และ มีปุโรหิตคนหนึ่งที่ช่วยดูแลเรื่องบริหารจัดการบ้านเมือง… ซึ่งเป็นหน้าที่ของโควินทและเขาก็มีลูกคนหนึ่ง ในวันที่ลูกเกิด อาวุธทุกอย่างก็เรืองแสงขึ้นหมดเลย เหล่าไพร่พลก็พากันตกใจและไปถามโควินทพราหมณ์ ปุโรหิตเลยบอกพระเจ้าทิสัมบดีว่าเป็นลางดี เพราะบุตรของเขาที่เกิดมาจะช่วยดูแลจัดการบริหารบ้านเมืองได้อย่างดี  พระราชาดีใจเลยพระราชทานสิ่งของต่าง ๆ มากมายให้และตั้งชื่อว่า โชติปาละ (คือพระพุทธเจ้าของเรา เป็นคนละชาติเมื่อครั้งที่ท่านเป็นเพื่อนกับช่างปั้นหม้อ)… ต่อมาเมื่อบิดาของโชติปาละเสียชีวิต ท่านเรนุราชกุมารได้กราบทูลให้พระบิดาเรียกตัวโชติปาละมาเป็นปุโรหิตต่อจากบิดาของตน และก็ทำหน้าที่บริหารจัดการอย่างดี… ดียิ่งกว่าพ่อของตนเลยได้ถูกเรียกว่า “มหาโควินทพราหมณ์” ซึ่งเป็นที่มาของพระสูตรนี้ … เมื่อเวลาผ่านไป ๆ มหาโควินทก็กราบทูลท่านเรณุราชกุมารว่าจะต้องได้ขึ้นครองราชย์ องค์อื่นที่เหลือ 6 องค์ ไม่ได้แน่ ๆ คนทั้งหมดเลยได้ทำข้อตกลงกันระหว่างกษัตริย์ 7 พระองค์ว่า ถ้าได้ขึ้นครองราชย์ก็จะแบ่งสมบัติให้ เมื่อพระเจ้าทิสัมบดีสวรรคตลง ท่านเรณุราชกุมารก็เลยได้ขึ้นครองราชย์ต่อ และ แต่งตั้งให้มหาโควินทจัดการบริหารบ้านเมืองให้เข้าที่เรียบร้อย จากนั้นไม่นานกษัตริย์ทั้ง 6 องค์ก็มาทวงคำสัญญา จึงเกิดปัญหาที่แก้ไม่ตก เพราะแบ่งอาณาเขตไม่ลงตัว มหาโควินทพราหมณ์จึงเข้ามาจัดการให้แบ่งได้ 7 ส่วนพอดี โดยไม่ต้องไปเบียดเบียนแผ่นดินอีกแว่นแคว้นอื่น และตั้งชื่อเมืองหลวง ชื่อรัฐทั้ง 7 รัฐ จนเป็นที่พอใจของทุกฝ่ายโดยมีเมืองของพระเจ้าเรณุอยู่ตรงกลาง นอกจากนี้ท่านมหาโควินทก็ยังช่วยพระเจ้าเรณุจัดการกิจการงานต่าง ๆ จนบ้านเมืองรุ่งเรือง ประชาชนอยู่ดีมีสุข อิ่มหนำสำราญกันถ้วนหน้า และทำให้ชื่อเสียงมหาโควินทพราหมณ์ขจรขจายไปทั่ว เพราะต่างเชื่อว่าที่ท่านบริหารบ้านเมืองได้ดีแบบนี้เพราะท่านรู้จักกับพรหม

ต่อมาก็มีความคิดที่จะอยู่หลีกเร้นเจริญกรุณาฌาณ จึงขอพักงานกับพระเจ้าเรณุ 4 เดือน ห้ามผู้ใดรบกวนยกเว้นคนส่งอาหาร แล้วได้ให้เหตุผลกับทุกคนว่าที่ต้องไปหลีกเร้นเพราะตนเองไม่ได้มีความสามารถเห็นพรหมดังที่ชาวบ้านป่าวประกาศไว้ แล้วก็ไปเพ่งกรุณาฌาณ แม้ 4 เดือนก็ยังไม่เห็นพรหม กระทั่งท้อใจ  สนังกุมารพรหมก็เข้ามาหามหาโควินทพรามหณ์…ซึ่งมหาโควินทก็ตกใจและได้เอ่ยถามว่าท่านคือใคร  จึงได้ทราบว่าผู้มาคือพรหมมาหา และได้ให้การต้อนรับ-บูชาผู้มาสู่เรือน โดยถวายน้ำตาลเคี่ยวแก่พระพรหม… และพรหมก็ได้เปิดโอกาสให้มหาโควินทพราหมณ์ถามคำถาม จึงได้ถามว่าจะทำอย่างไรให้ชาติหน้า ชาติต่อ ๆ ไปให้ชีวิตมีประโยชน์ ธรรมะอะไรจะให้เข้าถึงพรหมโลกอันเป็นอมตะ (เพราะเข้าใจว่าพรหมเป็นอมตะ)

สนังกุมารพรหมเลยตอบว่า

1. สัตว์ผู้ละว่าเราเป็นเรา

2. เป็นผู้อยู่ผู้เดียว น้อมใจไปในกรุณา (พรหมวิหาร4)

3. ไม่มีกลิ่นชั่วร้าย (ความโกรธ, พูดเท็จ, ฉ้อโกง, ประทุษร้ายมิตร, ตระหนี่, ดูหมิ่น, ริษยา, ปรารถนาลามก, ลังเลเคลือบแคลง, การเบียดเบียนผู้อื่น, ความโลภอยากได้, ความคิดประทุษร้าย, ความมัวเมา, ความหลง)

เว้นเมถุน ทั้ง 3 อย่างนี้จะทำให้ถึงความเป็นพรหมได้

 

มหาโควินทพราหมณ์ได้ยินดังนั้นเลยตัดสินใจออกบวชเป็นภิกษุ  เลยไปลากับกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์และไปลาภรรยาทั้ง 40 คน ซึ่งทั้งหมดก็ได้ตัดสินใจออกบวชตามโชติปาลมานพหรือมหาโควินทด้วยการปฏิบัติกรุณาฌาณ คนที่ปฏิบัติได้อย่างเคร่งครัดก็ไปเกิดเป็นพรหม ถ้าคลาดเคลื่อนเล็กน้อยก็ไปเกิดเป็นเทวดาบนปรนิมมิตสวัสดี หรือ เทวดาชั้นจตุมหาราชิกา หรือมนุษย์ และการปฏิบัติที่ปฏิบัติให้จบเลยก็คือ การปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 อันประเสริฐ เพื่อเป็นไป เพื่อการสลัดแอก; นั่นก็คือ อริยมรรคมีองค์ 8 เพื่อเป็นไป เพื่อความรู้ยิ่งรู้พร้อม เพื่อนิพพาน

41
1
นาทีในการอ่าน