พระเจ้ามหาสุทัศน์

พระเจ้ามหาสุทัศน์
S08E26

Time  Index 

[03:26]  เริ่มอธิบายเนื้อหา "สุทัสสนะสูตร" 

[12:09]  ความเป็นใหญ่ของพระเจ้าจักรพรรดิ

[15:07]  การปรากฏขึ้นของจักรแก้ว 

[28:20]  อธิบายถึงฤทธิ์ของพระเจ้าจักรพรรดิ และ การได้ธรรมปราสาท

[37:54]  การประพฤติพรหมจรรย์ของพระเจ้าจักรพรรดิ

  • สิ่งทั้งปวงที่อาศัยเหตุปัจจัยในการเกิด ย่อมมีการปรุงแต่งและมีความเป็นอนัตตาด้วยกันทั้งสิ้น
  • พระเจ้าจักรพรรดิเป็นได้ด้วยการทำบุญกุศลในปางก่อน และมีรัตนะ 7 ประการเป็นของคู่บารมี

อนิจจา วต สังขารา อุปปาทวยธัมมิโน อุปปัชชิตวา นิรุชชันติ เตสัง วูปสโม สุโข … สังขารทั้งหลายไม่เที่ยงหนอ มีอันเกิดขึ้นและเสื่อมไปเป็นธรรมดา …บังเกิดขึ้นแล้วย่อมดับไป การเข้าไประงับสังขารนั้นเสียได้เป็นสุข

สังขารทั้งหลายมันไม่เที่ยง มีความเปลี่ยนแปลงตามเหตุปัจจัยและการอาศัยเหตุปัจจัย ปรุงแต่งขึ้นมาก็เป็นความไม่เที่ยง มีความเป็นอนัตตา ไม่ว่าจะเป็นของใหญ่ – เล็ก ของแข็ง – เหลว นามหรือรูป เกิดขึ้นทางกาย วาจา หรือทางใจ จะในที่ใกล้หรือที่ไกล ของหยาบ กลาง ละเอียด หรือ ประณีตล้วนปรุงแต่งโดยอาศัยเหตุปัจจัยด้วยกันทั้งสิ้น สิ่งที่มีความไม่เที่ยงเราไม่สามารถที่จะเข้าไปยึดมั่นถือมั่น ย่อมทำไม่ได้เพราะถ้าเราไปยึดถือก็จะเกิดปัญหากับตัวเองทันที อย่างเราจะไม่หาแก่นไม้ในต้นกล้วยก็ย่อมที่จะหาไม่เจอ … เพราะมันไม่มี ฉะนั้นจะหาสาระแก่นสารในของที่ไม่เที่ยงย่อมหาไม่ได้

ในมหาสุทัสสนสูตร กล่าวถึงพระเจ้ามหาสุทัสน์ (ในภาษาบาลีเขียนสุทัสสนะ ภาษาไทยสุทัสน์) เป็นตอนที่พระพุทธเจ้ากำลังประทับสีหไสยาสน์ ณ ต้นสาละคู่(เป็นการนอนครั้งสุดท้ายจะไม่ลุกขึ้น) เมื่อนอนแล้วก็ได้เล่าเนื้อความเรื่องพระเจ้ามหาสุทัสน์ มีเมืองที่เป็นราชธานีชื่อเมืองกุสาวดีซึ่งเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่มาก … พระพุทธเจ้าได้ปรารภถึงคทาชายนายหนึ่ง ชายคนนี้เกิดอยู่ในสมัยพระพุทธเจ้ากัสสปะ (ในภัทรกัปป์นี้) ชายคนนี้หาเลี้ยงชีพด้วยการหาของป่า มีครั้งหนึ่งเข้าป่าไปพบพระรูปหนึ่งก็เกิดเลื่อมใสก็เข้าไปกราบ และ สร้างสิ่งปลูกสร้างให้ท่านอยู่เป็นที่เป็นทาง พอพระรูปนี้ไปออกบิณฑบาตร ชายคนนี้ก็ขนไม้ ดินเหนียว เพื่อก่อเป็นบรรณศาลามีที่นั่ง มีกำแพง ทำทางจงกรมอย่างดี พอพระรูปนั้นกลับมาเห็นทางจงกรมเห็นบรรณศาลาที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างดี เมื่อพิจารณาว่าสามารถใช้ได้ไม่เกิดฐานะของสมณะ ชายคนนั้นก็ดีใจและกราบนิมนต์ให้พระเถระไปรับภัตตาหารที่บ้านของเขา และได้ขุดสระขึ้นใบหนึ่งซึ่งสัตว์ก็มาใช้น้ำในสระนี้บ้าง ชายคนนี้เลยไปสร้างรั้วและปลูกต้นตาลเป็นแนวกำแพงธรรมชาติ บริเวณทางจงกรมที่สัตว์มาทำเปรอะเปื้อนก็ได้จัดการดูแลล้อมรั้วอย่างดี และดูและเครื่องใช้สอยของพระเถระรูปนั้นอย่างดี … ด้วยการทำทานครั้งนี้ทำให้ได้ครองความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิชื่อพระเจ้ามหาสุทัสน์ มีเมืองกุสาวดีเป็นราชธานี (ชายผู้นั้นก็คือพระพุทธเจ้าของเรานี่เอง) … ซึ่งการเป็นพระเจ้าจักรพรรดิได้นั้นเกิดขึ้นได้เพราะผลของบุญอันมีจักรแก้ว รัตนะ 7 ประการจะเกิดขึ้น อย่างแรกคือ จักรแก้ว เปรียบเหมือนบุญญาธิการที่มี , ช้างแก้ว (ช้างเผือก) ที่มีความเป็นมงคลทุกอย่างและมีฤทธิ์สามารถเหาะได้ , ม้าแก้ว ตระกูลม้าวลาหกเป็นม้าที่มีฤทธิ์ – กำลังมากและวิ่งได้เร็วมาก , แก้วมณี , นางแก้ว มีความสวยงามมากมีความเคารพในพระเจ้าจักรพรรดิอย่างมาก มีกลิ่นกายที่หอมมาก , คหบดีแก้วที่ดูแลเรื่องการคลัง มีตาทิพย์ว่าใครยักยอกใดๆ หรือไม่ มีช่องทำกินตรงไหนได้บ้าง , ปรินายกแก้ว ช่วยจัดการเรื่องบริหารบ้านเมือง … พระเจ้าจักรพรรดิมีฤทธิ์ 4 อย่าง คือเป็นที่รักของประชาชน มีรูปงามผิวพรรณผุดผ่อง มีอายุยืนไม่มีโรคภัยใดๆ ธาตุในกายสม่ำเสมอ … พระเจ้ามหาสุทัสน์ครองความเป็นพระราชาอยู่นาน ช่วงชีวิตของพระองค์แบ่งได้เป็น 4 ช่วง ช่วงแรกคือ ช่วงที่เป็นเด็ก , ช่วงที่ 2ก็ครองความเป็นอุปราช , ช่วงที่ 3 ขึ้นครองราชย์พระองค์ก็ได้มีการถือศีลด้วย ปรากฏจักรแก้วขึ้นมา ,ช่วงที่ 4 พระเจ้าจักรพรรดิ ในเมืองกุสาวดีนี้พระเจ้ามหาสุทัสน์ก็ให้การดูแล แล้วมีความดำริที่จะให้แนวต้นตาลตามประตูทั้ง 4 ทิศ ควรจะสร้างสระโบกขรณีขึ้นเพื่อให้ผู้คนได้ใช้พักก็เลยจัดสร้างขึ้นมีความห่างชั่ว 100 ธนู มีการสร้างด้วยอิฐแต่ละก้อนที่มีความวิจิตรงดงาม ปลูกดอกไม้ ดอกบัวหลากสีไว้ในสระและมีการจัดตั้งโรงทานไว้แจกน้ำแจกอาหารเอาไว้ ดูแลประชาชนและหมู่คนที่เข้า – ออกราชธานีอย่างดีจึงเป็นที่รักของประชาชนและคนทั่วไป ทำให้ชวนกันนำทรัพย์สินมาเพื่อถวายพระเจ้าจักรพรรดิ ท่านพระมหาสุทัสน์จึงบอกว่าสมบัติที่นำมาให้ถือว่าเป็นการบูชาแล้ว ขอท่านจงนำกลับไปพร้อมทรัพย์ของเราเพื่อเราได้ทำการบูชาท่านด้วย… ก็กลายเป็นว่าตนได้ทรัพย์เพิ่มจากการนำทรัพย์มาถวายพระเจ้าจักรพรรดิ ซึ่งทั้งหมดเลยตัดสินใจนำทรัพย์เหล่านั้นสร้างเป็นนิเวศน์ถวายพระมหาสุทัสน์ จึงเป็นที่มาของธรรมปราสาทซึ่งวิษณุเทพก็ได้รับบัญชาจากท้าวสักกะให้มาสร้างปราสาทให้พระเจ้าจักรพรรดิจึงมีความยิ่งใหญ่อลังการ ทำจากเงิน ทอง แก้วผลึก แก้วไพฑูรย์ มีต้นเสา 84,000 ต้น มีข่ายที่เป็นกระดิ่ง 2 ชั้น มีสระโบกขรณี มีต้นตาล 7 แถวเรียงด้วยอย่างดี … เป็นผลบุญของพระมหาสุทัสน์ที่เกิดจากการอุปถัมภ์พระรูปหนึ่ง

การประพฤติพรหมจรรย์ของพระเจ้าจักรพรรดินี้ไม่ได้ออกบวช อาศัยธรรมปราสาท… เมื่อเริ่มประพฤติพรหมจรรย์ก็ได้ฌาณ 1 – 4 แผ่เมตตาไปทั่ว แต่ด้วยความที่มีข้าราชบริพารมาถวายรายงานเรื่องบ้านเมืองทั้งเช้าและเย็น ก็ทำให้การถือพรหมจรรย์ไม่สงบจึงให้มารายงานความเคลื่อนไหวทุก 100 ปี (สมัยนั้นคนอายุ 800 ปี) … ในตอนสุดท้ายที่พระมหาสุทัสน์จะสรรคต ช่วงที่ประพฤติพรหมจรรย์ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับสตรีเพศหรือแม้แต่นางแก้ว แต่ในวันนั้นเทวดาได้ไปดลใจให้นางแก้วไปหาพระมหาสุทัสน์ โดยบอกว่าวันนี้คือวันที่พระเจ้าจักรพรรดิจะเสด็จสวรรคต ซึ่งพระเจ้าจักรพรรดิก็ไม่ยอมให้นางแก้วเข้าไปในอาคารที่ปฏิบัติธรรม พระองค์ก็เลยไปรอที่ต้นตาลคู่นอนสีหไสยาสน์ … นางแก้วก็เข้าไปปราศรัยด้วยความคิดถึงด้วยถ้อยคำน่ารักน่าฟูใจแก่พระเจ้าจักรพรรดิว่าให้ทรงอยู่ต่อ แต่พระเจ้าจักรพรรดิไม่ต้องการช้าง ม้า หรือสมบัติใดๆ ที่มี …มีการปล่อยวางตามความเป็นจริงด้วยจิตที่ประกอบด้วยเมตตา อัปปมัญญา 4 ของพระองค์ทำให้ไปเกิดในพรหมโลก…ทั้งหมดนี้ที่เลิศที่อลังการนี้ไม่เหลือเลย ไม่มี พอพระเจ้าจักรพรรดิสวรรคต ม้าแก้วช้างแก้ว ก็หมดฤทธิ์ สมบัติก็ไม่มี ธรรมปราสาทก็อันตรธานหายไป เพราะสังขารทั้งหลายล้วนไม่เที่ยง มีความล่วงลับ แปรปรวนไม่ยั่งยืน หวังอะไรไม่ได้ในสิ่งที่ไม่มีความยั่งยืน…ทั้งหมดนี้พอแล้วที่เราจะวางความยึดถือในสิ่งที่ไม่เที่ยงเหล่านี้

498
1
นาทีในการอ่าน