โทษภัยของลาภสักการะ

โทษภัยของลาภสักการะ
S08E23

Time Index

[07:15]  เกริ่นนำ

[16:24]  ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ - ลาภสักการะและเสียงเยินยอ

[42:31]  อธิบายทำความเข้าใจเนื้อหาใน "ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์"

 

  • การฟังธรรมตามกาลเป็นมงคล แต่เมื่อไหร่ที่มีการคิดการทำไม่ดีทางกาย วาจา ใจ เมื่อนั้นเป็นการกระทำที่ไม่ดีทำเมื่อไหร่ก็ไม่เป็นมงคลเมื่อนั้น
  • ลาภสักการะและชื่อเสียงสรรเสริญเยินยอ มีความทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุมรรคผลนิพพานอันเกษมจากโยคะเปรียบเหมือน สนัขขี้เรื้อน, เต่าติดชนัก, ปลากลืนเบ็ด,ตัวกังสฬกะ ซึ่งกินคูถเป็นอาหาร, ผู้ติดเซิงหนาม...,ลูกสุนัขดุถูกขยี้ด้วยดีสัตว์,ความฉิบหายของผู้หลงสักการะ,การออกผลเพื่อฆ่าตนเอง
  • สิ่งที่เป็นตัวดึงให้เราลงต่ำอยู่ในลาภสักการะก็คือความกำหนัด ความพอใจยินดีในการได้ในสิ่งนั้น
  • เราจะพ้นจากอำนาจตัณหาด้วยการมีความเพียรทำจริงแน่วแน่จริง

รัชชุสูตร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ เผ็ดร้อน หยาบคาย เป็นอันตรายแก่การบรรลุธรรมอันเกษมจากโยคะ ซึ่งไม่มีธรรมอื่นยิ่งไปกว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย ลาภสักการะและชื่อเสียง ย่อมตัดผิว แล้วตัดหนัง แล้วตัดเนื้อแล้วตัดเอ็น แล้วตัดกระดูก แล้วตั้งอยู่จดถึงเยื่อในกระดูก ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุรุษแข็งแรง เอาเชือกหางสัตว์อย่างเหนียว พันแข้ง แล้วสีไปสีมา เชือกนั้นพึงบาดผิว แล้วบาดหนังแล้วบาดเนื้อ แล้วตัดเอ็น แล้วตัดกระดูก แล้วตั้งอยู่จดถึงเยื่อในกระดูก ฉันใดลาภสักการะและชื่อเสียง ย่อมตัดผิว แล้วตัดหนัง แล้วตัดเนื้อ แล้วตัดเอ็นแล้วตัดกระดูก แล้วตั้งอยู่จดถึงเยื่อในกระดูก ฉันนั้นเหมือนกัน ดูกรภิกษุทั้งหลายลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณอย่างนี้แล ฯลฯ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

 

สิคาลสูตร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายเห็นสุนัขจิ้งจอกแก่ซึ่งอยู่ในกลางคืนตลอดถึงเช้าตรู่หรือหนอ ฯ

ภิ. เห็นพระเจ้าข้า ฯ

พ. ดูกรภิกษุทั้งหลาย สุนัขจิ้งจอกแก่ตัวนั้นเป็นโรคอุกกรรณ์ [โรคเรื้อน] อยู่บนบกก็ไม่สบาย อยู่โคนไม้ก็ไม่สบาย อยู่ในที่แจ้งก็ไม่สบาย เดินยืน นั่ง นอนในที่ใดๆ ก็ไม่สบาย เป็นทุกข์ในที่นั้นๆ ภิกษุบางรูปในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน อันลาภสักการะและชื่อเสียงครอบงำ ย่ำยีจิตแล้วอยู่ที่เรือนว่างก็ไม่สบาย อยู่ที่โคนไม้ก็ไม่สบาย อยู่ในที่แจ้งก็ไม่สบาย เดินยืน นั่ง นอนในที่ใดๆ ก็ไม่สบาย เป็นทุกข์ในที่นั้นๆ ดูกรภิกษุทั้งหลายลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

 

กุมมสูตร

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ในห้วงน้ำแห่งหนึ่ง มีตระกูลเต่าใหญ่อยู่อาศัยมานาน ครั้งหนึ่ง เต่าตัวหนึ่งเข้าไปหาเต่าอีกตัวหนึ่งพูดว่าพ่อเต่า เจ้าอย่าได้ไปยังประเทศนั้นนะ ฯ

เต่าตัวนั้นได้ไปยังประเทศนั้นแล้ว ถูกนายพรานยิงด้วยลูกดอก ลำดับนั้น เต่าตัวที่ถูกยิงเข้าไปหาเต่าตัวนั้น เต่าตัวนั้นได้เห็นเต่าตัวที่ถูกยิงกำลังมาแต่ไกล จึงถามว่า พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ไปยังประเทศนั้นหรือ ฯ

เต่าตัวที่ถูกยิงตอบว่า พ่อเต่า ฉันได้ไปยังประเทศนั้นมาแล้ว ฯ

เต่าตัวนั้นถามว่า พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ถูกทุบถูกตีดอกหรือ ฯ

เต่าตัวที่ถูกยิงตอบว่า ฉันไม่ได้ถูกทุบถูกตี แต่ฉันมีเชือกเส้นหนึ่งติดหลังมานี้ ฯ

เต่าตัวนั้นกล่าวว่า พ่อเต่า เจ้าไม่ได้ถูกทุบถูกตีก็ดีละ พ่อเต่า บิดามารดา ปู่ ย่า ตา ยาย ของเจ้าได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ เพราะเชือกเส้นนี้แหละ ไปเดี๋ยวนี้ เจ้าไม่ใช่พวกของเราแล้ว ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย คำว่า "พราน" นี้เป็นชื่อของมารใจบาปคำว่า "ลูกดอก" เป็นชื่อของลาภ สักการะและชื่อเสียง คำว่า "เชือก" นี้เป็นชื่อของนันทิราคะ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุบางรูปยินดี พอใจ ลาภ สักการะ และชื่อเสียงที่เกิดขึ้นแล้ว ภิกษุนี้เรากล่าวว่า ได้รับทุกข์ ถึงความพินาศ เพราะลาภ สักการะและชื่อเสียง ดุจลูกดอก ถูกมารทำได้ตามความพอใจ ลาภสักการะและชื่อเสียง ทารุณ ฯลฯ อย่างนี้แล เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ

 

………………………………………

 

คนที่มีการได้เงินทอง ชื่อเสียง เกียรติยศ เรื่องดีๆ ในชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่ง… เป็นการได้ลาภมาแล้วนั่นคือบุญของเรา นั่นคือดีแล้วอย่าให้เสื่อมฉิบหาย ถอยหลังลง อย่าให้มันดึงเราลงต่ำ สิ่งที่เป็นตัวดึงให้เราลงต่ำอยู่ในลาภสักการะก็คือความกำหนัด ความพอใจยินดีในการได้ในสิ่งนั้นแม้ว่าสิ่งนั้นจะมีค่าน้อยก็ตาม … การข้องนั้นคือนันทิราคะที่ทำให้เกิดความพินาศด้วยตัณหาราคะ แล้วถ้ามันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก็จะพบแต่ความฉิบหายแน่นอน … ตัณหาเป็นสิ่งไม่ดี แม้แต่การทำดีที่เป็นกุศลธรรมถ้าทำไม่ดีก็มีตัณหาเข้าไปติดได้ ลาภสักการะและชื่อเสียงสรรเสริญเยินยอ เปรียบเหมือน สุนัขขี้เรื้อน, เต่าติดชนัก, ปลากลืนเบ็ด,ตัวกังสฬกะ ซึ่งกินคูถ...สายเส้นที่ทำให้ติดในตัณหาได้คือนันทิราคะที่ทำให้เกิดความพอใจในลาภสักการะ เหมือนพรานที่ปลูกผักเพื่อวางเหยื่อให้กวางมากิน เหมือนเราที่เกิดมาในโลกที่เป็นภพแห่งกามที่มีความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ที่เป็นเหยื่อล่อของนายพรานซึ่งคือมารผู้ใจบาปทำให้เราเสื่อมถอยในความดี กลายเป็นคนถอยคนถ่อยเสื่อมลงเพราะกับดักของมาร … แล้วถ้าเรายิ่งไม่เห็นทุกข์โทษที่ซ่อนอยู่เราก็จะเพลิน หลงติดกับดักของมาร ให้มีสติแน่วแน่ในสามัญญผล ในการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบให้ตั้งความเพียรเต็มที่ ให้มีเป้าหมายในชีวิตที่ไม่ใช่ชื่อเสียงเงินทองเกียรติยศ แต่ให้หวังในการทำความดีเล็งไปที่สามัญญผลที่จะได้และจะไม่เป็นภัยอันตรายห่อหุ้มจิตได้…เราจะพ้นภัยในวัฏฏะได้ก็ด้วยการมีความเพียรให้มีการทำจริงแน่วแน่จริง

    93
    1
    นาทีในการอ่าน