อนาถปิณฑิโกวาทสูตรและสัจจวิภังคสูตร

S08E13

Time  Index

[00:39]  อนาถปิณฑิโกวาทสูตร 

[15:38]  สัจจวิภังคสูตร 

[35:14]  อธิบายเนื้อหาใน "อนาถปิณฑิโกวาทสูตร" 

[54:20]  อธิบายเนื้อหาใน "สัจจวิภังคสูตร" 

อนาถปิณฑิโกวาทสูตร เป็นโอวาทที่ท่านพระสารีบุตรให้ไว้กับท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีในตอนท้าย ๆ ของชีวิต (ซึ่งมีพระสารีบุตรและท่านพระอานนท์ไปเยี่ยมขณะที่ท่านป่วยหนัก) ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นผู้ที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาและเป็นเลิศในการให้ทานอย่างมาก มีจิตใจที่มีคุณธรรมในเรื่องศีล ในเรื่องทานอยู่แล้ว แต่การภาวนาที่จะให้เห็นการเกิดขึ้นการดับไปของสิ่งต่าง ๆ ยังไม่เคยได้ฟัง พระสารีบุตรให้พิจารณาให้เห็นผัสสะต่าง ๆ นั้นไม่ใช่ของตน ไม่ให้ยึดถือในตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจซึ่งเป็นอายตนะภายใน นอกจากนี้ยังพูดถึงอายตนะภายนอกรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ อย่าไปยึดถือในสิ่งเหล่านั้น วิญญาณที่อาศัยสิ่งเหล่านั้นก็จะไม่มี จะสามารถเหนือจากการครอบงำเหล่านั้นได้

ใน สัจจวิภังคสูตร พระพุทธเจ้าทรงเปรียบท่านพระสารีบุตรเป็นผู้ให้กำเนิด ท่านพระโมคคัลลานะเป็นผู้บำรุงเลี้ยงทารก เป็นบุคคลที่น่าคบ พระพุทธเจ้าตรัสพระสูตรนี้ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เป็นสถานที่หมุนธรรมจักรครั้งแรกเมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จเข้าทีี่ประทับท่านพระสารีบุตรก็นำเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตรให้ภิกษุในที่นั้นได้ฟังอีกครั้ง การที่พระสารีบุตรกลับมาที่ตัวแม่บทเป็นการทำเป็นตัวอย่างแบบนี้จะทำให้คำสอนไม่สูญหายไป ทำให้คำสอนตั้งอยู่ได้กาลนาน

  • ธรรมะเป็นของดี แม้คนไม่ดีนำไปใช้ก็ทำให้เขากลายเป็นคนดีขึ้นมาได้
  • หากเราไม่ยึดถือในอายตนะภายในและภายนอก วิญญาณที่ก้าวลงตรงนั้นก็จะไม่มี เราจะสามารถพ้นจากการครอบงำตรงนั้นได้
  • เราไม่ควรไปยึดถือเหตุแห่งความยึดถือ 10 อย่างที่จะครอบงำจิตของเรา 10 อย่างนั้นประกอบด้วยอะไรบ้าง ???

สัปดาห์นี้เป็นเรื่องของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นเนื้อหาในมัชฌิมนิกาย … เป็นโอวาทที่ท่านพระสารีบุตรให้ไว้กับท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีในตอนท้ายๆ ของชีวิต(ซึ่งมีพระสารีบุตรและท่านพระอานนท์ไปเยี่ยมตอนสุดท้ายของชีวิต) เป็นการป่วยหนักของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี … ซึ่งท่านเป็นผู้ที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาและเป็นเลิศในการให้ทานอย่างมาก ตั้งโรงทานในจุดต่างๆ ของเมืองเพื่อให้ข้าวแก่คนยากและคนที่ผ่านไปผ่านมา ...จิตใจมีคุณธรรมในเรื่องศีล ทานอยู่แล้ว แต่การภาวนาที่ให้เห็นการเกิดขึ้นการดับไปของสิ่งต่างๆ ไม่เคยได้ฟัง ได้ฟังตอนที่ท่านพระสารีบุตรมาโปรดขณะที่ป่วยเจ็บในท้องในไส้ซึ่งเป็นการป่วยหนักในครั้งนี้ ปวดหัวเหมือนมีคนเอามีดคมๆ มาเจาะ ร่างกายร้อนเหมือนถูกคนจับไปย่างบนหลุมถ่านเพลิงซึ่งความเจ็บปวดที่ท่านเศรษฐียกขึ้นอธิบาย เหมือนพระพุทธเจ้าเปรียบเทียบการเจ็บป่วยของพระองค์เมื่อตอนเป็นโพธิสัตว์ … ความเจ็บปวดของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีนั้นเจ็บปวดระบมไปทั้งตัว ท่านพระสารีบุตรให้พิจารณาให้เห็นผัสสะต่างๆ นั้นไม่ใช่ของตน ไม่ให้ยึดถือในตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจซึ่งเป็นอายตนะภายใน นอกจากนี้ยังพูดถึงอายตนะภายนอกรูป เสียง กลิ่น รส โพฐัพพะ ธรรมารมณ์ อย่าไปยึดถือในสิ่งเหล่านั้น วิญญาณที่อาศัยสิ่งเหล่านั้นก็จะไม่มี แล้วเราจะเหนือจากการครอบงำเหล่านั้นได้...ถ้าเราไปยึดถือสิ่งใดสิ่งหนึ่งใน 10 หัวข้อนี้สิ่งนั้นจะมาครอบงำวิญญาณและ จิตของเราได้ทันที ทำให้เพลิดเพลินไปตามผัสสะนั้น ทั้งเพลิดเพลิน หรือ ขยะแขยงสิ่งนั้น …สิ่งที่ไม่ควรเข้าไปยึดถือประกอบด้วย เรื่องของอายตนะภายใน 6 อย่าง, อายตนะภายนอก 6 อย่าง, ไม่ยึดถือในจิตที่เข้าไปรู้แจ้ง , เรื่องของผัสสะทั้ง 6 อย่าง , เวทนาความรู้สึก , ธาตุทั้ง 5 ,ขันธ์ 5 , อรูป 4 อย่าง , ไม่ยึดถือในโลกนี้ - โลกหน้า , อารมณ์ 6 อย่าง…เป็นธรรมะ 46 อย่างที่ไม่สามารถยึดถือได้เลย และเป็นธรรมะที่ท่านเศรษฐีไม่เคยได้ฟังมาก่อน

คนจะบริสุทธิ์ได้ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิด เพราะทรัพย์สินที่มี แต่เป็นคนที่มีกรรมดี มีศีล มีธรรมะ...ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีได้ฟังธรรมแล้วก็สบายใจ ท่านพระสารีบุตรและท่านพระอานนท์ก็เดินทางกลับวัด ซึ่งเมื่อท่านทั้ง 2 กลับไปไม่นานท่านเศรษฐีก็สิ้นใจ ไปเกิดเป็นเทวดาชั้นดุสิตได้มาเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อกับกล่าวคาถาหนึ่งที่ยกย่องวัดเชตวันและพระสารีบุตร พระพุทธเจ้าทรงได้ฟังธรรมะนั้นว่า คนจะบริสุทธิ์ได้ไม่ใช่เพราะชาติกำเนิด เพราะทรัพย์สินที่มี แต่เป็นคนที่มีกรรมดี มีศีล มีธรรมะ พระพุทธเจ้าก็นำความของท่านอนาถเทพบุตรไปบอกเหล่าภิกษุซึ่งพระอานน์ก็อยู่ในที่นั้นด้วย

ท่านพระสารีบุตรมีความเฉียบคม ปัญญาดี ใน สัจจวิภังคสูตร … พระพุทธเจ้าทรงเปรียบท่านพระสารีบุตรเป็นผู้ให้กำเนิด ท่านพระโมคคัลลานะเป็นผู้บำรุงเลี้ยงทารก เป็นบุคคลทีี่น่าคบ… พระพุทธเจ้าตรัสพระสูตรนี้ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน … เป็นสถานที่หมุนธรรมจักรครั้งแรกเมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จเข้าทีี่ประทับท่านพระสารีบุตรก็นำเรื่องที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมจักรกัปปวัตนสูตรให้ภิกษุในที่นั้นได้ฟังอีกครั้ง … การที่พระสารีบุตรกลับมาที่ตัวแม่บทเป็นการทำเป็นตัวอย่างแบบนี้จะทำให้คำสอนไม่สูญหายไป ทำให้คำสอนตั้งอยู่ได้กาลนาน

135
1
นาทีในการอ่าน