รสอร่อย โทษอันต่ำทราม และวิธีนำออกจากรูป

S08E07

Time  Index 

[00:19]  รสอร่อยของรูป

[03:15]  พึงพิจารณากายนี้ตั้งแต่พื้นเท้าไปสู่เบื้องบน

[15:32]  พึงพิจารณาให้เห็นกายนี้มีทุกข์ มีอาพาธในโรคต่างๆ มาก 

[22:14]  ขยายความเนื้อหาในพุทธพจน์ทั้งหมด เรื่องกายในกาย

กายของเรามีข้อดีที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ สุขโสมนัสใดอาศัยกายนี้แล้ว ความสุขนั้นเรียกว่า “รสอร่อย” อย่างเราไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างจังหวัด ดูนกดูไม้ เราเห็นได้ ได้กินอาหารอร่อยๆ ได้สัมผัสอากาศ ทั้งหมดนี้ก็เพราะ “กาย” เป็นความสุขที่ได้จากกายนี้ แต่เมื่อเทียบกับทุกข์ที่ได้จากกายนี้ กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว โทษของกายมีมากมหาศาล กายนี้มีอาพาธต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ตั้งแต่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง

กายนี้ไม่ใช่ของเรา เป็นเพียงที่ประชุมลงของธาตุทั้ง 4 อาศัยมารดาบิดาและข้าวสุกขนมสดเพียงเท่านั้น

เราพึงพิจารณากายแยกเนื้อ หนัง เอ็น กระดูก ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ อากาศธาตุ ออกจากกันจะสามารถตัดละความยึดถือในกายนี้ได้

กายของเรามีข้อดีที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ สุขโสมนัสใดอาศัยกายนี้แล้ว ความสุขนั้นเรียกว่า “รสอร่อย” อย่างเราไปเที่ยวต่างประเทศ ต่างจังหวัด ดูนกดูไม้ เราเห็นได้ ได้กินอาหารอร่อย ๆ ได้สัมผัสอากาศ ทั้งหมดนี้ก็เพราะ “กาย” เป็นความสุขที่ได้จากกายนี้ แต่เมื่อเทียบกับทุกข์ที่ได้จากกายนี้ กลับต่างกันราวฟ้ากับเหว โทษของกายมีมากมหาศาล กายนี้มีอาพาธต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างอื่น ตั้งแต่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง โรคเกิดได้หมดจากภายนอกนี้ อย่างผมก็เป็นรังแค หนังพอโดนแดดก็ลอกออกเป็นขุย เวลาทาครีม แต่งหน้า ทายาก็ฉาบอยู่บนผิว ซึ่งพอลอกผิวทั้งตัวออกมาปั้นก็เล็กกว่าลูกปิงปองเสียด้วยซ้ำ เพราะผิวหนังบางมาก พอลอกผิวออกก็จะเหลือแต่เนื้อแดง ๆ ชมพู ๆ เพราะมีเลือดหล่อเลี้ยงคือ ฮีโมโกบินซึ่งมีธาตุเหล็กหล่อเลี้ยงทำให้เลือดเป็นสีแดง สารอาหารที่อยู่ในเลือดในเนื้อของเรามีมาก เป็นแหล่งอาหารของเชื้อโรค อย่างโรคมะเร็งที่กินผิวหนังก็ได้ กินเนื้อก็ได้ กินอวัยวะภายในก็ได้ ถ้าเรารูดหนังรูดเนื้อออกมากองไว้กองหนึ่ง รูดเนื้อทั้งตัวมาไว้กองหนึ่ง รูดหนังทั้งตัวมากองไว้กองหนึ่ง ดึงเครื่องในและไส้ต่าง ๆ ออกมากองไว้กองหนึ่ง มันสมอง ไขสันหลังเอาออกมากองไว้อีกกองหนึ่ง

พระพุทธเจ้าเปรียบเทียบไว้เหมือนกับคนฆ่าโค เวลาฆ่าโคเขาก็ต้องตัดส่วนที่เป็นข้อเท้าทั้ง 4 ข้างออกไป ค่อย ๆ แล่เอาหนังออกไปกองทางหนึ่ง แล่เนื้อสัน เนื้อที่คอ เนื้อที่ส่วนต่างๆ กองไว้เป็นกอง ๆ ตัดกระดูกกองไว้อีกกอง ให้น้อมมาพิจารณาเข้ามาในกายของเรา ให้แยกเนื้อ หนัง อวัยวะภายในแยกออก เอาน้ำเลือด น้ำเลือดปัสสาวะใส่กาละมังแยกไว้เป็นธาตุน้ำ, ความร้อนที่อยู่ในกาย ก็มาจากอาหารที่เรากินเข้าไป เกิดการย่อยในกระเพาะ ลักษณะเหมือนเตาเผา เป็นความร้อนเดียวกับที่ทำให้ร่างกายเราทรุดโทรม หรือ แก่ชรา ถ้าธาตุไฟสม่ำเสมอก็จะมีร่างกายที่เอื้อต่อการทำความเพียร แต่ถ้าธาตุไฟไม่สม่ำเสมอ เย็นเกินร้อนเกินก็มีปัญหาได้, ธาตุลม ลมหายใจเข้า ออก ลมในท้อง ลมในไส้ ลมที่แล่นไปตามอวัยวะน้อยใหญ่, ธาตุช่องว่างหรืออากาศธาตุ คือพื้นที่ภายในที่่ว่างๆ จุดไหนในร่างกายที่ไม่มีเลือดเนื้อเข้าไปบรรจุ ตรงนั้นก็คืออากาศธาตุหรือธาตุช่องว่าง 

กายเป็นรังของโรคตั้งแต่ปลายผมจนถึงพื้นเท้า โรคภัยไข้เจ็บเกิดขึ้นที่กายนี้เท่านั้น เป็นสักแต่ว่าธาตุ คือ

1) เป็นของรังโรค

2 มีความอาพาธ คือ มีความเปลี่ยนแปลงไป อย่างผมที่เคยดำก็กลายเป็นผมหงอกขึ้นมา หรือผิวหนังที่ดี ๆ ก็เหี่ยวย่น สีสันเปลี่ยนไป

3) เวลาเปลี่ยนแปลงที่อยู่ กายนี้ก็มีความเปลี่ยนแปลงไป คือ อย่างเส้นผมที่เคยอยู่บนหนังศีรษะก็ไปอุดตันอยู่ในท่อ ก็มีความเน่าเหม็นไม่น่าดูเกิดขึ้น ยิ่งไปอยู่ในชามก๋วยเตี๋ยวก็ยิ่งไม่น่าดูน่ากิน อย่างนี้ก็เป็นอาพาธ เหมือนอย่างฟันที่ทนเจ็บไปดัด ไปขัดไปฟอกให้ขาวอย่างดีเลย แต่พอไปกินน้ำแกงในร้านบุฟเฟ่ต์ เจอฟันเป็นซี่ ๆ อยู่ในน้ำแกงนั้น แล้วเราจะกล้ากินซุปฟันหรือ?

กายนี้เปรียบเหมือนถุงผ้าที่เปิดได้ 2 ทาง ที่ชาวนาชาวไร่เอาไว้เก็บเมล็ดธัญพืชของเขา...กายของเราเป็นถุงหนังที่มีปากเป็นทางเข้า มีทวารหนัก-ทวารเบาเป็นปากทางออก เป็นถุงที่มีระยางค์ยื่นออกมา 5 แห่ง คือ แขน 2 ขา 2 และศีรษะ 1 ถุงหนังก็จะซึมด้วยเหงื่อ ขี้ไคล เป็นของเหม็นเพราะข้างในมันเน่าเต็มไปด้วยของปฏิกูล ออกมาจึงมีกลิ่นเน่ากลิ่นเหม็นออกมา

กายจากที่ไม่ขาวนัก ไม่ผอมนัก ไม่อ้วนนัก ไม่ดำนัก พออายุมากขึ้น 80-90 ปี อะไรก็เปลี่ยนแปลงไปหมด เรียกว่าชราทรุดโทรม มีกายคดไปคดมา เดินตัวสั่นเทิ้ม ตายแล้วก็ขึ้นอืดเพราะมีแบคทีเรียเข้าทำงาน ตอนที่ยังไม่ตายกายขับถ่ายปกติร่างกายก็ดูสดดูงาม แต่พอตายไปแล้วระบบขับถ่ายไม่ทำงาน ของเสียออกไปไม่ได้ก็เริ่มเน่าจากในภายใน ก็อืดขึ้นพองขึ้นเพราะจูลินทรีย์-แบคทีเรีย แมลงวันก็มาตอมมาไข่ มีหนอนบ่อนไชไปตามร่างกายที่เปื่อยเน่า กินซากเน่าของกายอย่างเมามัน นกอีแร้ง หมาจิ้งจอก สัตว์ที่จ้องจะกินซากก็แห่กันมากัดกินจนเหลือแต่โครงกระดูกที่มีเนื้อติดเล็กน้อย

เวลาผ่านไป ๆ กระดูกก็เริ่มเปลี่ยนสีไป ตัวคนนี้ไม่เหลืออะไร เป็นเพียงการประกอบกันของธาตุ 4 ดิน น้ำ ไฟ ลม มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด เจริญเติบโตด้วยข้าวสุกและขนมสด ต้องประคบประหงม ประกอบด้วยความอาพาธต่าง ๆ เต็มไปด้วยของปฏิกูล

 
63
1
นาทีในการอ่าน