อย่าเป็นพาลหาโทษใส่ตน แต่เป็นผู้คุ้มครองตนด้วยปัญญา

อย่าเป็นพาลหาโทษใส่ตน แต่เป็นผู้คุ้มครองตนด้วยปัญญา

S07E66

Time index

[00:45] เริ่มปฏิบัติ: ฝึกสมาธิ ด้วยการกำหนดรู้ลมหายใจเข้า ลมหายใจออก เพื่อให้เกิดปัญญาในการชำแรกกิเลสได้

[16:44] ใต้ร่มโพธิบท: เปรียบเทียบคุณสมบัติของ พาล (คนโง่) กับ บัณฑิต (คนฉลาด) ที่ประกอบด้วยธรรม 4 ประการ อันหาโทษและมิใช่โทษแก่ตน และการประสบสิ่งที่เป็นบุญและมิใช่บุญเป็นอันมาก

[19:18] พระสูตรแม่บท "ขตสูตร" ในจตุกกนิบาต (หมวด หัวข้อธรรม 4 ข้อ) 

[27:13] อธิบายเนื้อหา ขตสูตรที่ 1 | ว่าด้วยเรื่องการสรรเสริญ การติเตียน และความเลื่อมใส

[43:13] อธิบายเนื้อหา ขตสูตรที่ 2 | ว่าด้วยเรื่องการประพฤติปฏิบัติต่อบุคคล 4 

[54:37] สรุป ต้องรู้จักสรรเสริญ ต้องรู้จักเสื่อมใส รู้จักที่จะเข้าไปปรนนิบัติดูแลถ้าเป็นมารดาบิดา รู้จักฟังคำสอน ปฏิบัติตามคำสอน ถวายอามิสทาน อุปัฏฐากอุปถัมภ์ในเหล่าสาวกของพระพุทธเจ้า หรือในพระพุทธเจ้าก็ตาม แค่ว่าเรายกประคองอัญชลี (ยกมือขึ้นไหว้) ก็ชื่อว่าในเรือนนั้นมี อัญชลีกรณียบุคคล ให้ทานด้วยก็ชื่อว่า ทักขิเณยบุคคล

พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ใน "ขตสูตร" เปรียบเทียบในสองนัยยะ ถึงคุณสมบัติและการประกอบด้วยธรรมของบุคคล 2 กลุ่มไว้ในเรื่องของการสรรเสริญ การติเตียน และความเลื่อมใส และในเรื่องของการประพฤติปฏิบัติต่อบุคคล 4 ซึ่งเป็นผู้มีอุปการะต่อเรา

โดยกลุ่มหนึ่งเป็นคนพาล ไม่ฉลาดเฉียบแหลม ไม่รู้จักคุ้มครองรักษาตน หาโทษใส่ตัว มีบาปกรรม ถูกเขาติเติยนได้ จึงเป็นบุคคลผู้หาโทษ และประสบสิ่งที่มิใช่บุญเป็นอันมาก

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเป็นบัณฑิต ฉลาดเฉียบแหลม รู้จักคุ้มครองรักษาตน สร้างบุญ ทำประโยชน์ ทำสิ่งที่ไม่เกิดโทษแก่ตน จึงเป็นบุคคลผู้หาโทษมิได้ และประสบสิ่งที่เป็นบุญเป็นอันมาก 

202
1
นาทีในการอ่าน