โต้ตอบคนพาลด้วยกำลังของบัณฑิต

โต้ตอบคนพาลด้วยกำลังของบัณฑิต
S07E35
  • พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะความโกรธด้วยความเมตตา เอาชนะคำไม่จริงด้วยคำจริง แล้วการที่จะเอาชนะสิ่งเหล่านั้นได้ สิ่งที่พระองค์ใช้มาตลอดก็คือ “ความอดทน”
  • บนสวรรค์แม้แต่ท้าวสักกะก็ต้องอดทนเมื่อถูกท้าวเวปจิตด่าว่า ซึ่งยกตัวอย่างจาก “เวปจิตติสูตร”
  • บุคคลผู้ไม่โกรธตอบต่อผู้ที่โกรธ ย่อมชื่อว่าชนะสงครามซึ่งเอาชนะได้ยาก ผู้ใดรู้ว่า ผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติระงับไว้ได้ ผู้นั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย
  • คนพาล คนโง่ คนไม่มีกำลัง … คนเหล่านี้ไม่มีปัญญา ไม่มีกำลังแต่คิดว่า ตัวเองมีกำลังเลยแสดงพลังของตัวเองด้วยคำด่า คำว่า เพราะคิดว่านั่นคือกำลังของตน แต่เป็นกำลังของคนโง่
  • การอดทนที่ถูกคือ การอดทนแบบมีหิริโอตตัปปะ … มีความเมตตา อดทนต่อกัน เราจะมีสวรรค์เป็นที่ไป มีนิพพานเป็นที่ไป

…เมื่อไหร่ก็ตามที่เราประสบความทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่ง ในการทำงาน เช่น ถูกด่า ถูกว่า ให้กระทบกระเทือน ต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พอใจ ซึ่งคนที่มีปัญญาเมื่อถูกความทุกข์อย่างใดอย่างหนึ่งเข้ามากระทบแล้ว จะทำความหลุดพ้นนี้ได้อย่างไร ธรรมะจึงมีส่วนเข้ามาช่วยได้มาก …. เวลาที่เรามีคนมาด่ามาว่า หรือ พูดจาทิ่มแทงใส่ให้ วิธีการที่เราจะรักษาจิตก็ได้ยกตัวอย่างถึงพระพุทธเจ้าของเราที่ถูกพราหมณ์ภาระทวาชะ 4 พี่น้อง เมื่อถูกพราหมณ์ 4 พี่น้องด่าเรียบร้อยแล้ว พระพุทธเจ้าก็นิ่งเย็นสงบ เอาชนะความโกรธด้วยความเมตตา เอาชนะคำด่าว่า – คำไม่จริงด้วยคำจริง แล้วการที่จะเอาชนะสิ่งเหล่านั้นได้ก็คือ “ความอดทน” ที่แฝงอยู่ในนั้น หรือแม้แต่ท่านพระสารีบุตรก็มีความอดทนมาก ถูกเขาตีที่หลัง ถูกพราหมณ์มาด่าว่าก็นิ่งสงบเย็น แล้วทำได้อย่างไร??? หรืแม้แต่เทวดาอย่างท้าวสักกะก็ถูกอสูรเบียดเบียนเช่นกัน แล้วท่านทำอย่างไรได้มีการกล่าวไว้ใน “เวปจิตติสูตร”

 

เวปจิตติสูตร

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระพุทธพจน์นี้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายเรื่องเคยมีมาแล้ว สงครามระหว่างเทวดากับอสูรประชิดกันแล้ว ดูกรภิกษุทั้งหลายครั้งนั้นแล ท้าวเวปจิตติจอมอสูรตรัสกะพวกอสูรว่า ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลายถ้าเมื่อสงครามระหว่างเทวดากับอสูรประชิดกัน พวกอสูรพึงชนะ พวกเทวดาพึงปราชัยไซร้ ท่านทั้งหลายพึงมัดท้าวสักกะจอมเทวดา ด้วยการมัดห้าแห่งอันมีคอเป็นที่ ๕ แล้วพึงนำมายังอสูรบุรี ในสำนักของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้ท้าวสักกะจอมเทวดาก็บัญชากะเทวดาชั้นดาวดึงส์ทั้งหลายว่า ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ทั้งหลายถ้าเมื่อสงครามระหว่างเทวดากับอสูรประชิดกัน พวกเทวดาพึงชนะ พวกอสูรถึงปราชัยไซร้ ท่านทั้งหลายพึงมัดท้าวเวปจิตติจอมอสูร ด้วยการมัดห้าแห่งอันมีคอเป็นที่ ๕ แล้วพึงนำมายังสุธรรมาสภา ในสำนักของเรา ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็แลในสงครามครั้งนั้น พวกเทวดาชนะ พวกอสูรปราชัย ครั้งนั้น เทวดาชั้นดาวดึงส์ได้จับท้าวเวปจิตติจอมอสูรมัดด้วยการมัดห้าแห่ง อันมีคอเป็นที่ ๕ แล้วนำมายังสุธรรมาสภา ในสำนักของท้าวสักกะจอมเทวดา ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ได้ทราบว่า ในครั้งนั้น ท้าวเวปจิตติจอมอสูรถูกมัดด้วยการมัดห้าแห่งอันมีคอเป็นที่ ๕ ได้ด่าบริภาษท้าวสักกะจอมเทวดาซึ่งกำลังเสด็จเข้าและออกยังสุธรรมาสภา ด้วยวาจาอันหยาบคาย มิใช่ของสัตบุรุษ ฯ

ดูกรภิกษุฯ ครั้งนั้นแล มาตลีเทพบุตร ผู้สงเคราะห์ได้ทูลถามท้าวสักกะจอมเทวดาด้วยคาถาว่า

ข้าแต่ท้าวสักกะมัฆวาน พระองค์ได้ทรงสดับถ้อยคำอันหยาบคาย เฉพาะหน้า ของท้าวเวปจิตติจอมอสูร ยังทรงอดทนได้ เพราะความกลัว หรือเพราะไม่มีกำลัง พระเจ้าข้า ฯ

ท้าวสักกะตรัสตอบว่า

เราอดทนถ้อยคำอันหยาบคายของท้าวเวปจิตติได้ เพราะความกลัวหรือเพราะไม่มีกำลัง ก็หาไม่ วิญญูชนผู้เช่นเราไฉนจะพึงโต้ตอบกับคนพาลเล่า ฯ

มาตลีเทพบุตรกราบทูลว่า

คนพาลพึงทำลายได้อย่างยิ่ง ถ้าไม่พึงเกียดกันเสียก่อน เพราะฉะนั้น ธีรชนพึงเกียดกันคนพาลด้วยอาชญาอย่างรุนแรง ฯ

ท้าวสักกะตรัสตอบว่า

ผู้ใดรู้ว่าคนอื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติสงบระงับได้ เราเห็นว่าการสงบระงับได้ของผู้นั้นแล เป็นการเกียดกันคนพาลละ ฯ

มาตลีเทพบุตรกราบทูลว่า

ข้าแต่ท้าววาสวะ ข้าพระองค์เห็นโทษในความอดทนนี้แล เมื่อใด คนพาลย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่า ผู้นี้ย่อมอดกลั้นต่อเราเพราะความกลัว เมื่อนั้น คนมีปัญญาทรามยิ่งข่มขี่ผู้นั้นเหมือนโคยิ่งข่มขี่โคตัวที่แพ้หนีไป ฉะนั้น ฯ

ท้าวสักกะตรัสตอบว่า

บุคคลจงสำคัญเห็นว่า ผู้นี้อดกลั้นต่อเราเพราะความกลัวหรือ หาไม่ก็ตามที ประโยชน์ทั้งหลายมีประโยชน์ของตนเป็นอย่างยิ่ง ประโยชน์ยิ่งกว่าขันติไม่มี ผู้ใดแลเป็นคนมีกำลังอดกลั้นต่อคนผู้ทุรพลไว้ได้ความอดกลั้นของผู้นั้น บัณฑิตทั้งหลายกล่าวว่าเป็นขันติอย่างยิ่ง คนทุรพลจำต้องอดทนอยู่เป็นนิตย์ บัณฑิตทั้งหลายกล่าวกำลังของผู้ซึ่งมีกำลังอย่างคนพาลว่ามิใช่กำลัง ไม่มีผู้ใดที่จะกล่าวโต้ต่อผู้มีกำลังผู้ซึ่ง ธรรมคุ้มครองแล้วได้เลย เพราะความโกรธนั้น โทษที่ลามกจึงมีแก่ผู้ที่โกรธตอบต่อผู้ที่โกรธ บุคคลผู้ไม่โกรธตอบต่อผู้ที่โกรธ ย่อมชื่อว่าชนะสงครามซึ่งเอาชนะได้ยาก ผู้ใดรู้ว่า ผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติระงับไว้ได้ ผู้นั้นชื่อว่าประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายตนและคนอื่น คนที่ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมสำคัญเห็นผู้รักษาประโยชน์ของ ทั้งสองฝ่าย คือ ของตนและของคนอื่น ว่าเป็นคนโง่ ดังนี้ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ท้าวสักกะจอมเทวดาพระองค์นั้น เข้าไปอาศัยผลบุญของพระองค์เป็นอยู่ เสวยรัชสมบัติมีความเป็นใหญ่ยิ่งด้วยความเป็นอิสระแห่งเทวดาชั้นดาวดึงส์ ยังจักพรรณนาคุณของขันติและโสรัจจะได้ ฯ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ข้อที่พวกเธอบวชแล้วในธรรมวินัยที่เรากล่าวชอบแล้วเช่นนี้ เป็นผู้อดทนและสงบเสงี่ยมนี้ จะพึงงามในธรรมวินัยนี้โดยแท้ ฯ

 

……….

 

ท้าวสักกะยกตัวอย่างให้เห็นถึงความอดทนที่มีต่อคำด่าทอของท้าวเวปจิต ไม่ใช่นิ่งเงียบเพราะความกลัว … การอดทนด้วยปัญญา ทำให้เห็นว่าไม่มีประโยชน์ที่จะโต้ตอบกับคนพาล คนโง่ คนไม่มีกำลัง … คนประเภทนี้ไม่มีปัญญา ไม่มีกำลังแต่คิดว่า ตัวเองมีกำลังเลยแสดงพลังของตัวเองด้วยคำด่า คำว่า เพราะคิดว่านั่นคือกำลังของตน แต่เป็นกำลังของคนโง่ คนแบบนี้ไม่มีปัญญาจึงไม่สามารถตัดความโกรธ ความโลภ ความโลภไม่ได้ … ถ้าเราอดทนอดกลั้นแบบไม่มีปัญญา คอยเก็บกดโทสะ โมหะเอาไว้แบบนี้ไม่ถูกแบบนี้คือการอดทนที่ไม่ถูก แต่การอดทนที่ถูกคือ การอดทนแบบมีหิริโอตัปปะ ….ถ้าเราไม่มีหิริโอตัปปะพูดจาทิ่มแทงกัน มันไม่ดี มันจะทำให้ไปอบาย แต่ให้เรามีความรัก ความเมตตากัน อดทนต่อกัน บางทีเขาอาจจะพูดด้วยความพลั้งเผลอ พูดไปด้วยความที่ลืมคิดไป อย่างเพื่อนกันก็พูดโดยที่ลืมคิดไปก็ทำให้เขากระเทือนใจ เพราะไม่คิดว่าคำพูดนั้นจะไปกระเทือนใจเขา แต่ถ้าจิตใจเรามีความเมตตา อดทนต่อกัน เราจะมีสวรรค์เป็นที่ไป มีนิพพานเป็นที่ไป…

184
1
นาทีในการอ่าน