รักษาระวังของร้อนด้วยสติ

รักษาระวังของร้อนด้วยสติ
S07E58

Time index

[00:54] นำธรรมะเข้าสู่ใจโดยตั้งสติเอาไว้ที่ลมหายใจ รับรู้ที่ตรงไหนให้เอาสติตั้งไว้ ณ ที่ตรงนั้น ดุจยามรักษาป้อม จิตที่เป็นอารมณ์อันเดียวหมายถึงจิตไม่ได้เป็นของสิ่งอื่นแต่เป็นตัวของมันเอง

[13:06] พิจารณาของร้อน 

[20:58] ไฟราคะโทสะโมหะเป็นไฟที่ไม่มีเปลวแต่เผาร้อนแรงมาก

[32:10] ยอมตัดอวัยวะดีกว่าไปเจ็บในนรก 

[40:40] ระวังรักษาของร้อนด้วยสติ 

[45:10] วิญญาณกับสติแยกไม่ออกจากกันในการเกิด แต่แยกออกจากกันในการทำหน้าที่ ทำปัญญาให้เกิดจะปล่อยวางได้

[53:03] ลำดับของการปล่อยวาง รักษาจิตด้วยสติชื่อว่าเป็นผู้ตื่นในธรรมะ

 

ถ้าเราไม่รักษาตาหูจมูกลิ้นกายและใจ จะไปในที่ที่ไม่ดีได้ เป็นของร้อน ของร้อนต่างๆเหล่านี้เราต้องรู้จักรักษาป้องกันให้ดี เพราะมันเป็นเหมือนไฟ เป็นสิ่งที่มีภัยเกิดขึ้นในระหว่าง ที่เรียกว่าเป็นอันตรายเกิดขึ้นได้ ต้องระวังรักษาของร้อนเหล่านี้ด้วยสติ  ถ้าจิตของเราไม่มีสติ นั่นคือให้เชื้อเพลิงให้มันไหม้ไฟเกิดขึ้นแล้ว แต่ถ้าเรามีสติ นั่นคือเราดึงเชื้อไฟออกไป ตั้งสติไว้ที่ลมหายใจ อย่าลืมลม

สติต้องเจริญให้มาก วิญญาณต้องกำหนดรู้ ในสิ่งเดียวกันนั่นแหละ แยกไม่ออกจากกัน แต่แยกออกจากกันในการทำหน้าที่ รับรู้ตรงไหน เจริญปัญญาขึ้นตรงนั้น รับรู้ตรงไหน เจริญสติขึ้นตรงนั้น 

ถ้าไม่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริงในความที่เป็นของร้อนของตา หู จมูก ลิ้นกาย ใจ ถ้าไม่มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริงในความเป็นของร้อนของรูป รส กลิ่น เสียง โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์ ถ้าไม่มีปัญญาในการที่จะเห็นตามความเป็นจริงในวิญญาณที่เกิดจากการกระทบของมันตามช่องทางมา ถ้าไม่มีปัญญาจะไม่มีนิพพิทาญาณได้ เราจะไม่มีปัญญาได้เลยถ้าไม่ตั้งสติเอาไว้

การปล่อยวางต้องเป็นไปตามกระบวนการนี้ จึงจะชื่อว่าเป็นผู้ที่รักษาตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ การรักษาไม่ใช่ว่าไม่มองไม่ดูไม่เห็นไม่ทำอะไร หรือควักดวงตาออก นั่นไม่ใช่การรักษาที่ดี ให้รักษาด้วยสติจึงจะถูก

พอเรารักษาด้วยสติ ปัญญาก็เกิดเจริญมีมากขึ้น พอมีปัญญาก็จะมีนิพพิทา มีความหน่ายก็จะมีความคลายกำหนัด พอมีความคลายกำหนัดก็จะทำให้เกิดการปล่อยวางได้ เกิดการหลุดพ้นได้ สติจึงมีวิมุตเป็นที่แล่นไปสู่ ตั้งสติไว้ที่ลมหายใจใคร่ครวญให้ดี ตั้งสติให้มีอยู่ตลอดทั้งวัน

38
1
นาทีในการอ่าน