เจริญกายคตาสติเพื่อความหลุดพ้น

เจริญกายคตาสติเพื่อความหลุดพ้น
S07E44

Time Index

[0.00] เริ่มการปฏิบัติ ตั้งสติไว้ในกาย กายนี้มีอะไรบ้าง ไล่ไปตั้งแต่ปลายผมจนถึงเท้า จากปลายเท้าถึงปลายผม
[3.07] กายของมนุษย์ข้างในแข็งข้างนอกนิ่ม
[3.41] เริ่มพิจารณาจากกระดูกศรีษะ
[7.56] กระดูกกราม จมูกจริงๆไม่มีดั้งเป็นโพรง
[9.42] กายคตาสติคือการตั้งสติไว้ในกายไม่เหมือนการเรียน anatomy เอาสติไม่เอากาย
[11.14] กายนี้มีแดนเกิด ไล่ลำดับตามการปฏิสนธิ
[16.07] ไหล่ ไหปลาร้า
[17.10] กระดูกแขน กระดูกสันหลัง กระดูกซี่โครง
[19.59] กระดูกเอว
[21.39] กระดูกเชิงกราน
[24.10] กระดูกขา
[25.47]เส้นเอ็นยึดกระดูก
[27.14] จิตใจของเราไม่ให้ออกนอกขอบของกาย ให้อยู่ในกาย กายนี้มีกระดูกเป็นโครง มีหลายชิ้นต่อกัน จากกระโหลกศรีษะจนถึงกระดูกปลายเท้า ยึดโยงกันด้วยเส้นเอ็น ทุกคนเหมือนกันหมด ยอมรับมันคือเข้าใจไปในกายของเรา ทำความเข้าใจให้ถึงใจ เงื่อนไขคือความไม่เที่ยง ความเป็นอนัตตา เป็นเงื่อนไขที่ต้องยอมรับ ต้องทำความเข้าใจ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา ความรู้คือญาณนี้ต่างหากที่ต้องทำเกิดขึ้น ความสงบระงับแห่งสังขารนี้ได้ต่างหากเล่าจึงจะเป็นสุขอันเกษม เห็นความจริง แล้วจะหน่าย คลายกำหนัด วางความยึดถือในกายนี้ได้ วางความยึดถือ จิตให้อยู่กับสติ สติอยู่ในกาย ตั้งสติไว้ในกายให้เห็นตามความเป็นจริง
[28.47] จิตใจของเราอาศัยกายก้อนนี้เกาะอยู่ยึดอยู่ ยึดกายก้อนนี้ที่มีกระดูกเป็นโครง ยึดเอาไว้ จิตของเรายึดกายนี้ด้วยความเป็นตัวตน
[29.41] ส่องกระจกให้สะท้อนถึงกระดูก
[30.26] คนตายย่อมย่อยสลายตามกาลเวลาตัวเราอยู่ตรงไหน ไม่มี
[38.07] อาศัยธาตุ4เป็นวัตถุดิบ มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด โตมาด้วยอาหาร มีกรรมยึดโยงเป็นเหตุปัจจัยให้ดำเนินต่อไปได้ กายของเรามีลักษณะแบบนี้ เหมือนกันทุกคน
[39.10] อาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้น มีอยู่ดำรงอยู่ได้ชั่วเวลาที่เหตุปัจจัยนั้นมันยังคงมีอยู่
[39.35] ถ้าเหตุปัจจัยเปลี่ยนแปลงไป กายนี้ก็เสื่อมไป ไม่เหลืออะไร แยกไปตามธาตุ ไม่ใช่ตัวตน เป็นอนัตตา
[40.25] เราปรับเปลี่ยนกายนี้ได้ตามที่มันอนุญาตให้เรามีได้ตามเหตุตามปัจจัย
[42.43] อย่าหลง อย่าเพลิน อย่าเข้าใจผิด แต่ให้เกิดปัญญา
[43.58] มันไม่ได้เป็นของเรามาแต่ก่อน เขาให้ยืมใช้เฉยๆ นี่คือเงื่อนไข
[45.55] ยอมรับมันคือเข้าใจไปในกายของเรา ทำความเข้าใจให้ถึงใจว่าร่างกายของเราเป็นแบบนี้ มีความไม่เที่ยง เป็นอนัตตา เปลี่ยนแปลงได้ตามเหตุตามปัจจัย ถ้ายึดว่าร่างกายนี้เป็นของเราคุณมีปัญหาทันที คุณไม่ได้ยอมรับเงื่อนไขที่ต้องยอมรับไว้แต่แรก
[46.20] เงื่อนไขคือความไม่เที่ยง ความเป็นอนัตตา
[46.43] เงื่อนไขที่ต้องยอมรับ ต้องทำความเข้าใจ
[47.06] สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา ความรู้คือญาณนี้ต่างหากที่ต้องทำให้เกิดขึ้น ความสงบระงับแห่งสังขารนี้ได้ต่างหากเล่าจึงจะเป็นสุขอันเกษม
[48.59] เห็นความจริง แล้วจะหน่าย คลายกำหนัด วางความยึดถือในกายนี้ได้
[49.34] กายมีกระดูกเป็นแก่น หาสาระไม่ได้ เพราะมันหาสาระไม่ได้ ไม่ยั่งยืน ไม่มีเจ้าของ เป็นไปตามของมันอย่างนั้นเอง
[51.33] วางความยึดถือ จิตให้อยู่กับสติ สติอยู่ในกาย ตั้งสติไว้ในกายให้เห็นตามความเป็นจริง
[52.25] การที่ใคร่ครวญพิจารณาไปในกายแบบนี้ ตั้งสติเอาไว้ให้ดี นี้เรียกว่ากายคตาสติ

กายนี้อาศัยธาตุ4เป็นวัตถุดิบ มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด โตมาด้วยอาหาร มีกรรมยึดโยงเป็นเหตุปัจจัยให้ดำเนินต่อไปได้ กายของเรามีลักษณะแบบนี้ เหมือนกันทุกคนอาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้น มีอยู่ดำรงอยู่ได้ชั่วเวลาที่เหตุปัจจัยนั้นมันยังคงมีอยู่ ถ้าเหตุปัจจัยเปลี่ยนแปลงไป กายนี้ก็เสื่อมไป ไม่เหลืออะไร แยกไปตามธาตุ ไม่ใช่ตัวตน เป็นอนัตตา

เราปรับเปลี่ยนกายนี้ได้ตามที่มันอนุญาตให้เรามีได้ตามเหตุตามปัจจัย อย่าหลง อย่าเพลิน อย่าเข้าใจผิด

แต่ให้เกิดปัญญา

ยอมรับมันคือเข้าใจไปในกายของเรา ทำความเข้าใจให้ถึงใจ

เงื่อนไขคือความไม่เที่ยง ความเป็นอนัตตา เป็นเงื่อนไขที่ต้องยอมรับ ต้องทำความเข้าใจ สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งหมดล้วนมีความดับไปเป็นธรรมดา ความรู้คือญาณนี้ต่างหากที่ต้องทำเกิดขึ้น ความสงบระงับแห่งสังขารนี้ได้ต่างหากเล่าจึงจะเป็นสุขอันเกษม

เห็นความจริง แล้วจะหน่าย คลายกำหนัด วางความยึดถือในกายนี้ได้ วางความยึดถือ จิตให้อยู่กับสติ สติอยู่ในกาย ตั้งสติไว้ในกายให้เห็นตามความเป็นจริง

355
1
นาทีในการอ่าน