เมื่อเข้าใจความคิดความตริตรึกจะพ้นทุกข์

เมื่อเข้าใจความคิดความตริตรึกจะพ้นทุกข์
S07E42

Time Index

[00.00] เข้าใจธรรมด้วยการปฏิบัติ เริ่มด้วยการตั้งสติ

[6.23] สติปัฏฐาน4 เห็นกายในกายคือเห็นโดยความเป็นจริงเป็นของไม่สวยงาม,เห็นเวทนาในเวทนาคือเห็นความระงับลงไปของเวทนา,เห็นจิตในจิต ไม่ใช่เห็นความคิด แต่เห็นความเป็นประภัสสร,เห็นธรรมในธรรมคือเห็นธรรมะที่พระผู้มีพระภาคประกาศไว้ดีแล้ว

[11.27] สัมมาสติเป็นการระลึกที่จะทำให้จิตของเราออกจากเครื่องรัดคือกิเลส

[13.36] อนุสติ10

[16.30] ฝึกแบบอานาปานสติ ตั้งสติอยู่กับลม ไม่ใช่การฝึกการหายใจแต่มาฝึกจิต

[17.50] เริ่มเรื่องความคิดนึก

[20.34] ในช่องทางคือใจมีหลายอย่าง จัดหมวดหมู่ออกเป็น2ส่วน คือกุศลธรรมส่วนนึงมี 3 ข้อ อกุศลธรรมก็อีกส่วนนึงมี 3 ข้อเช่นกัน

[21.16] อกุศลที่เป็นกามวิตก

[22.08] อกุศลที่เป็นพยาบาทวิตก

[22.25] อกุศลที่เป็นในทางเบียดเบียน วิหิงสาวิตก

[23.22] ในส่วนกุศล เริ่มด้วยการหลีกออกจากกาม เนกขัมมวิตก

[24.42] อัพ์ยาปาทวิตก

[25.22] อวิหิงสาวิตก

[25.55] แบ่งออกโดยลักษณะของ 2 ส่วน จัดเป็นหมวดหมู่ตามเรื่องของกาม พยาบาท เบียดเบียน

[27.18] ในช่องทางคือใจมีหลายอย่างแล้วเราจะแยกแยะได้มั้ยว่าอะไรคือกุศล อะไรคืออกุศล

[27.35] จะแยกแยะได้ต้องแบ่งมันได้ก่อน แบ่งแล้วรู้คุณสมบัติของมัน

[30.03] ทำไมมีความคิดดีหรือไม่ดีเกิดขึ้น

[31.06] ทุกอย่างมีเหตุปัจจัยจึงเกิดขึ้น เข้าใจอย่างนี้แล้วจะเข้าใจสภาวะจิตตน ในแต่ละอย่าง ๆใน 6 ข้อจะเกิดขึ้นได้ต้องมีเหตุปัจจัย

[32.44] ธาตุ ในแต่ละธาตุประกอบกันขึ้นเป็นสิ่งต่างๆ ความคิดนึกก็เช่นกันมีธาตุ

[34.04] ทั้งฝ่ายกุศลหรืออกุศลล้วนมีธาตุของมัน

[35.39] เพราะมีธาตุจึงมีความหมายรู้คือสัญญา หมายรู้ว่ามีอยู่ในโลก

[37.30] หมายรู้ไม่ใช่เป็นการปรุงแต่ง ไม่ใช่กรรมของเรา ยกตัวอย่างพระพุทธเจ้า/การทราบข่าวสาร

[38.50] สิ่งที่รับรู้นั้น คือ ธรรมารมณ์ ไม่ใช่จิตตสังขาร

[39.18] จากสัญญาอาจเปลี่ยนเป็นสังกัปปะ เพราะอาศัยกามสัญญาจึงเกิดมีกามสังกัปปะ

[41.48] จากสังกัปปะก็จะมีฉันทะ กามฉันทะ เป็นความเร่าร้อน แล้วจึงเกิดการแสวงหากาม/พยาบาท/เบียดเบียน แสวงหาด้วยกาย วาจา ใจ

[43.59] การแสวงหาเริ่มจากในใจก่อนแล้วมาทางวาจา กาย คืบคลานเนียนๆ ไล่จากกามธาตุ มาเป็นกามสัญญา กามสังกัปปะ ฉันทะ แสวงหา

[44.43] พยาบาทก็เช่นกัน

[46.13] ความเบียดเบียน วิหิงสาก็เช่นกัน

[48.05] รู้เขารู้เรา พอเข้าใจในเรื่องโครงสร้างฝ่ายไม่ดีแล้วจะแก้ไขได้ เหมือนกับหมอที่เรียนรู้เรื่อง anatomy มารักษาคน

[49.06] ถ้ารู้ว่าเป็นแค่สัญญา เราจะหยุดมันได้

[49.40] เพราะตริตรึกไปทางไหน จะทำให้สิ่งนั้นมีพลัง เราจะให้กำลังแก่ฝ่ายไหน

[51.22] ในทางกุศล ทำการพัฒนาให้เกิดกุศลธรรมขึ้น เนกขัมมธาตุมีอยู่ เป็นเนกขัมสัญญา เป็นเนกขัมมสังกัปปะ จะมีความร้อนใจในการทำความดีดุจคนจะดับไฟที่ผม แสวงหาในความคิด เนกขัมมจิต วาจากายก็ตามมา

[54.10] ความไม่พยาบาทก็เช่นกัน

[56.39] เช่นเดียวกันในทางไม่เบียดเบียน พัฒนาได้

[58.21] สรุปธรรมารมณ์กับสังขารแยกกันได้ ไม่ใช่ตัวเดียวกัน

[59.39] ปิด เข้าใจธรรมะด้วยการปฏิบัติ

ฟังตอนนี้แล้วต้องตอบได้ว่าความคิดนึกที่เกิดขึ้นในช่องทางคือใจ นี่มันไม่ใช่ของฉัน คือมันเป็นสัญญา เป็นความหมายรู้ที่เกิดขึ้นภายนอก ความคิดไม่ดีนี้เป็นกามสัญญา เป็นพยาบาทสัญญา ไม่ใช่เป็นการปรุงแต่งที่เกิดขึ้นจากในจิตของเรา ไม่ใช่จิตตสังขาร แต่เป็นแค่ธรรมารมณ์ แต่ต่างก็เกิดขึ้นในช่องทางคือใจ เข้าใจว่ามันเป็นสัญญาตรงนี้แหละเราจะหยุดมันได้

76
1
นาทีในการอ่าน