หัดปล่อยให้กุศล

หัดปล่อยให้กุศล
S07E33
  • ธรรมเทศนาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติในทางจิตภาวนา เรื่อง “หัดปล่อยให้กุศล” โดย พระครูสิทธปภากร (หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส) เจ้าอาวาสวัดป่าดอนหายโศก
  • ธรรมบทเรื่อง นายทารุสากฏิกะ (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง)เป็นเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่นึกพุทโธ ระลึกถึงพระพุทธเจ้าเสมอ
  • นิทานชาดกเรื่อง มตกภัตตชาดก ว่าด้วยสัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์ (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง)เป็นเรื่องบุพกรรมของแพะตัวหนึ่งที่ต้องมารับผลกรรมถูกตัดหัว

ธรรมเทศนาที่เกี่ยวกับการปฏิบัติในทางจิตภาวนา เรื่อง “หัดปล่อยให้กุศล” โดยท่านพระครูสิทธิปภากรหรือหลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาใส เจ้าอาวาสวัดป่าดอนหายโศก

“...ในโลกนี้ ผู้ปฏิบัติธรรมจึงถึงความสุข ผู้ไม่ปฏิบัติธรรมไม่ถึงความสุข เกิดมาตายเปล่า ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย มาแล้วก็ตายไป ไม่ได้ให้ทานไว้ ไม่รักษาศีลไว้ ไม่ปฏิบัติธรรมไว้ จะเอาอะไรเป็นที่พึ่ง ก็ไม่มีที่พึ่ง คนปฏิบัติธรรมเปรียบเทียบกับวัว

วัวตัวหนึ่ง มีเขา 2 เขา ที่เหลือก็เป็นขน คนที่ไปสู่สุคติสวรรค์เท่ากับเขาโค มี 2 เขา ที่เหลือไปสู่อบายภูมิทั้งหมด ตกนรก เดือดร้อน ให้คิดดูว่าคนในโลกนี้ปฏิบัติธรรมมีมากขนาดไหน มันไม่มาก มันมีเท่าเขาโคนี่เอง ขนโคมันมากมั๊ย? คนที่ไปสู่อบายภูมิเหมือนขนโค ลองคิดดูซฺิ! มันตกนรกนานมั๊ย? นานเท่ากับขนโคนั่นแหละ ให้คิดว่าเราประมาท เราไม่ได้บำเพ็ญคุณงามความดีไว้ โอกาสที่เราจะตกต่ำมีมาก

พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า “ผู้ใดไปสู่สถานที่ 4 ตำบลด้วยความศรัทธาเลื่อมใส ไปยังสถานที่ 4 ตำบลที่อยู่เนปาล (ประสูติ), ที่ต้นโพธิ์ (สถานที่ตรัสรู้) เขาก็สร้างเจดีย์ใหญ่ไว้, ที่แสดงธรรมจักร, ที่ปรินิพพาน ที่ถวายพระเพลิง ใครมีความเลื่อมใสไปกราบไปไหว้ สถานที่ 4 ตำบลนี้ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ตายแล้วจะไม่ไปสู่อบายภูมิ จะไปสู่สวรรค์” ผู้ที่มีความเลื่อมใสไปแล้วก็เบาใจได้ ว่าตายแล้วเราไม่ตกต่ำ ถ้าไม่ทำบาปอย่างอื่น ถ้าไม่ฆ่าพ่อฆ่าแม่ ไม่ฆ่าพระอรหันต์ ไม่ทำลายสงฆ์ให้แตกกัน ไปสู่สวรรค์หมด แต่มันมากมั๊ย?...มันน้อย ไม่มาก

ขอให้ตั้งใจปฏิบัติ...เราหาโอกาสของเรา ขอให้กำหนด พุทโธ ๆ อยู่ ก็จะถึงความสุขความเจริญ ขอให้ตั้งใจปฏิบัติไปเรื่อย ๆ ได้ความสงบทางใจ นี้ก็ดีแล้ว ยอมรับได้เลยว่า เราต้องไม่ไปสู่อบายภูมิ ถ้าเราปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีมรรคมีผล เราไม่ได้ไปสู่นรกหรอก เพราะเราทำถูกต้อง มีการให้ทาน รักษาศีล บำเพ็ญความเพียรภาวนา ถ้าเราทำอย่างนี้อยู่ ใจเราจะมีความสุขมาก ตายไปแล้วก็ไม่อดไม่อยาก เพราะเราทำทานบริจาค ทำบุญทำกุศลอยู่ ไม่มีคำว่าตกต่ำ ถ้าไม่ประมาท..ถ้าเราประมาท มันก็ให้เราหลงยึด หลงถือ หวงแหนไว้ หวงแหนในทรัพย์ ไม่กล้าบริจาค ไม่กล้าทำบุญ

ผู้ไม่ประมาทย่อมทำความดีเหล่านี้ไว้ เราเอาไปไม่ได้หรอก ทรัพย์สินเงินทองเราเอาไปไม่ได้ แม้เราจะเก็บรวบรวมไว้เท่าไหร่ล้านเท่าไหร่แสนก็ตาม เราเอาไปด้วยไม่ได้ แต่ถ้าเราบริจาคไว้ เราเอาไปได้ นำจิตของเราให้ถึงความสุขในทิพยสมบัติได้ ปฏิบัติธรรมก็สูงส่ง พ้นทุกข์ เป็นพระอรหันต์ ตายแล้วไม่ต้องไปเกิดในภพไหนภูมิไหน ไปพระนิพพานอย่างเดียว คนที่ไปพระนิพพานก็มีความสุข ที่เรียกว่า นิพพานัง ปรมัง สุขัง พระพุทธเจ้าตรัส พระนิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง คือสุขกว่าอะไร ๆ ในโลกนี้ ที่ว่าเราได้รับความสุข มันยังไม่สุขเท่าพระนิพพาน ใครจะถึงพระนิพพานได้ ก็ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบจึงถึงสวรรค์ถึงนิพพาน...ขอให้ตั้งใจปฏิบัติ ระลึกถึงพุทโธอยู่เป็นประจำ ก็จะมีความสุขความเจริญ เริ่มตั้งแต่ให้ทาน รักษาศีล บำเพ็ญภาวนา ก็จะมีความสุขความเจริญตลอดไป

 

ได้ยกเรื่องราวประกอบในธรรมเทศนานี้ 2 เรื่องด้วยกัน ดังนี้

    • ธรรมบทเรื่อง นายทารุสากฏิกะ (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง)เป็นเรื่องของเด็กชายคนหนึ่งที่นึกพุทโธ ระลึกถึงพระพุทธเจ้าเสมอ...พระพุทธเจ้าทรงปรารภบุตรของนายทารุสากฏิกะ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า

       

      “สติของชนเหล่าใด ไปแล้วในพระพุทธเจ้าเป็นนิตย์ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน, ชนเหล่านั้นเป็นสาวกของพระโคดม ตื่นอยู่ด้วยดีในกาลทุกเมื่อ.

      สติของชนเหล่าใด ไปแล้วในพระธรรมเป็นนิตย์ ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน, ชนเหล่านั้นเป็นสาวกของพระโคดม ตื่นอยู่ด้วยดีในกาลทุกเมื่อ.

      สติของชนเหล่าใด ไปแล้วในพระสงฆ์เป็นนิตย์ ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน, ชนเหล่านั้นเป็นสาวกของพระโคดม ตื่นอยู่ด้วยดีในกาลทุกเมื่อ.

      สติของชนเหล่าใด ไปแล้วในกายเป็นนิตย์ ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน, ชนเหล่านั้นเป็นสาวกของพระโคดม ตื่นอยู่ด้วยดีในกาลทุกเมื่อ.

      ใจของชนเหล่าใด ยินดีแล้วในอันไม่เบียดเบียน ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน, ชนเหล่านั้น เป็นสาวกของพระโคดม ตื่นอยู่ด้วยดีในกาลทุกเมื่อ.

      ใจของชนเหล่าใด ยินดีแล้วในภาวนา ทั้งกลางวันทั้งกลางคืน, ชนเหล่านั้นเป็นสาวกของพระโคดม ตื่นอยู่ด้วยดีในกาลทุกเมื่อ.”

 

  • นิทานชาดกเรื่อง มตกภัตตชาดก ว่าด้วยสัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์ (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง)เป็นเรื่องบุพกรรมของแพะตัวหนึ่งที่ต้องมารับผลกรรมถูกตัดหัว...พระพุทธเจ้าทรงปรารภมตกภัต จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า “ถ้าสัตว์ทั้งหลายพึงรู้อย่างนี้ว่า ชาติสมภพนี้เป็นทุกข์ สัตว์ไม่ควรฆ่าสัตว์ เพราะว่า ผู้มีปกติฆ่าสัตว์ ย่อมเศร้าโศก”

 

26
1
นาทีในการอ่าน