กว่าจะเป็นทองคำ

กว่าจะเป็นทองคำ

S08E33

Time index

[01:59] หาที่สงบ นำธรรมะเข้าสู่ใจด้วยการเจริญพุทธานุสติในข้อ "พุทโธ" 

[03:40] พุทโธเป็นพุทธพจน์  เป็นผู้ไม่มีกิเลส 

[6:40] การระลึกถึงพุทโธนี้คือสติ ความละเอียดมากน้อยมีต่างกัน

[10:18] จะอยู่เหนือธรรมชาติของจิตได้ต้องนำธรรมชาติของจิตมาใช้งาน ให้ระลึกมาที่พุทโธ 

[11:45] เริ่มที่ศีล แล้วทำให้ละเอียดขึ้นเหมือนการกว่าจะได้มาของทองคำ 

[13:45] สังฆสูตร ว่าด้วยคนล้างฝุ่นคนล้างทอง 

[21:03] ใช้เครื่องมือให้ถูก 

[22:21] ศีล: เครื่องมือชำระอุปกิเลสอย่างหยาบ

[31:19] สติสัมปชัญญะ: เครื่องมือชำระอุปกิเลสอย่างกลาง พอมีสติก็จะเริ่มแยกแยะได้  

[34:26] จิตมีฐานที่พุทโธ เหมือนสัตว์ทั้ง 6 ที่ถูกผูกไว้ที่เสา 

[35:23] ผลจากการรักษาศีลคืออวิปปฏิสาร ผลของการมีสติคือสมาธิ  

[39:51] อุปกิเลสอย่างละเอียด ก็คือ อาสวะอันเป็นส่วนแห่งบุญ  ควรละบาป ลอยบุญ ทำจิตให้บริสุทธิ์ 

[44:35] ศีล สติ สมาธิไม่เที่ยง ล้วนมีเหตุปัจจัย เกิดดับได้อุปมาดั่งน้ำท่วม จึงควรรักษาเหตุปัจจัยให้ดี โดยเฉพาะมรรค 

[47:49] เพราะจิตมีความเป็นประภัสสร อาสวะจึงสะสมไว้ที่จิต 

[50:34] ละบุญละความยึดถือในจิต เพราะจิตมีความไม่เที่ยงเปลี่ยนแปลงได้ มีสภาพความเป็นทุกข์

[55:43] ปัญญาเป็นเครื่องมืออย่างละเอียดในการกำจัดอุปกิเลสอย่างละเอียด  ผลที่ได้คือความเย็นคือนิพพาน 

กว่าจะได้ทองคำเนื้อดีต้องผ่านกระบวนการหลายอย่างจิตเราก็เช่นกัน ศีลเป็นเครื่องมือที่ใช้ชำระอุปกิเลสอย่างหยาบ ความทุจริตทางกายวาจาใจ เมื่อมีศีลก็จะมีความไม่ร้อนใจ  อบรมกายวาจาใจให้สูง  

พอมีศีลแล้วเราจะเห็นว่าบางครั้งจิตยังคิดเรื่องไม่ดีในทางกามพยาบาทเบียดเบียน เป็นเครื่องเศร้าหมองอย่างกลาง จะชำระได้ก็ด้วยสติสัมปชัญญะ พอมีสติจะแยกแยะได้ มีอะไรมากระทบก็ไม่ตามไป กลับมาที่พุทโธ เหมือนการผูกสัตว์ทั้ง 6 ชนิดไว้กับเสา ผลของการมีสติก็คือสมาธิ  

จิตที่มีสมาธิจะก่อให้เกิดปัญญาใช้ชำระอุปกิเลสอย่างละเอียดคืออาสวะที่เป็นส่วนแห่งบุญได้ เป็นความยึดถือที่ละเอียด เกาะอยู่ที่จิต จะกำจัดอุปกิเลสอย่างละเอียดได้ คือไม่ใช่ไม่ทำบุญ เพราะคำสอนคือละบาป สร้างกุศล ทำจิตให้บริสุทธิ์  ยิ่งต้องทำทานศีลภาวนา เพราะว่าส่วนที่จะทำจิตให้บริสุทธิ์ เราจะเห็นได้เข้าใจได้เราต้องมีบุญ บุญนี้จะทำให้เราเหนือบุญได้ จะอยู่เหนือบุญได้ก็ต้องละบุญ จะละบุญได้อยู่ที่จิตของเรา เพราะว่าบุญและบาปเกาะอยู่ที่จิต จะละบาปคือไม่ทำมัน แต่บุญท่านให้ทำให้สร้างให้ปฏิบัติ เราก็ทำสร้างปฏิบัติ แต่อย่ายึดถือ

ยึดถือนี้ยึดถือที่จิต จิตนี้เดี๋ยวตกในอำนาจของบุญบ้างบาปบ้าง มีความไม่เที่ยงแปรปรวนได้ตามเหตุตามปัจจัย จึงไม่ควรยึดถือว่าจิตเป็นตัวเราของเรา จะละความยึดถือในสิ่งนั้นได้ ต้องมีความหน่ายในสิ่งนั้น ต้องเห็นจิตตามความเป็นจริง นั่นคือเครื่องมือที่จะใช้กำจัดอุปกิเลสอย่างละเอียด คือวิปัสสนา ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นความเย็นคือนิพพาน

111
1
นาทีในการอ่าน