ความแตกต่างระหว่างปุถุชนกับอริยบุคคล

ความแตกต่างระหว่างปุถุชนกับอริยบุคคล

S08E29

Time index

[00:01] เริ่มปฏิบัติ ด้วยการเจริญเมตตา 

[05:58] เกริ่นใต้ร่ม 

[08:17] ความแตกต่างระหว่างปุถุชน กับ อริยบุคคล

[11:06] อธิบายคำว่า หัวข้อ แม่บท & อรรถ

[12:29] พระสูตร ว่าด้วย ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ

[18:13] อธิบาย หัวข้อและอรรถ

[20:00] อธิบายเวทนาทางกายและทางใจ และเวทนาทางกายเข้าทางใจได้อย่างไร 

[27:13] อธิบายอนุสัย เป็นการสะสมในจิต ท่านใช้คำกิริยาว่า เป็นการนอนตาม/ ปฏิฆะนุสัย คือ ความขัดเคือง ความไม่พอใจ คือ “โทสะ” 

[29:22] ราคะนุสัย คือ ความยินดีพอใจ คือ “ราคะ”

[31:54] อวิชชานุสัย คือ ความไม่รู้ ความหลง คือ “โมหะ”

[36:59] พระสูตร ว่าด้วย อริยสาวกผู้ได้สดับ

[40:56] อธิบาย สิ่งที่ป้องกันใจคือ “สติ” 

[45:41] พอใจกับขัดเคืองเหมือนกัน  /กามสุขอาจไม่มีกามวัตถุก็ได้ แค่นึกพอใจ ราคะก็แทรกซึมแล้ว 

[47:49] แก้ไขให้เป็นอริยบุคคลด้วยสติ 

[51:41] มรรค 8 เป็นกัลยาณมิตร

[56:08] สรุป ให้สติเป็นนายทวาร แล้วค่อยๆปรับเอา คนเราปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้

 

 “การฟังธรรมแล้วเรารู้ว่า เราไม่รู้อะไร ดีกว่า ที่ว่า เราไม่รู้ว่า เราไม่รู้อะไร...เราทำความเข้าใจไปทีละประเด็น ความไม่รู้เริ่มหายไป เราจะเริ่มมีความรู้ในสิ่งที่ไม่รู้นั้น” 

 หัวข้อในวันนี้ พระพุทธเจ้าท่านยกหัวข้อขึ้น และ อธิบายเอง มาในสังยุตตนิกาย สฬายตนวรรค ท่านได้ยกอุปมา คนถูกยิงด้วยลูกศรเป็นตัวเปรียบเทียบ เมื่อเวทนาเกิดขึ้นแล้ว เพราะอะไรอริยบุคคลผู้มีการสดับ จึงเกิดเวทนาแค่ทางกายเท่านั้น ไม่เกิดเวทนาทางจิตด้วย ท่านอุปมาเหมือนถูกยิงด้วยลูกศรเพียงดอกเดียว แต่ปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เกิดเวทนาขึ้นทางกายแล้ว ก็เกิดเวทนาขึ้นทางจิตด้วย อุปมาเหมือนถูกยิงด้วยลูกศร 2 ดอก ซึ่งเวทนาทางกายเข้ามาทางใจได้อย่างไร ธรรมใดที่ช่วยป้องกันไม่ให้เวทนาซึมซาบเข้าสู่จิต และเมื่อมีอนุสัยตามนอนเนื่องอยู่ในจิตแล้ว อุบายใดที่จะนำออก หลุดลอกออก ซึ่งอนุสัย และไม่ให้มาแทรกซึมอยู่ในจิตได้.

150
1
นาทีในการอ่าน