การเพ่งอย่างบุคคลอาชาไนย

การเพ่งอย่างบุคคลอาชาไนย

S08E28

Time index

[00:10] เริ่มปฏิบัติ ด้วยการเจริญเมตตา 

[08:50] การเพ่งอย่างอาชาไนย 

[09:43]  อ่านพระสูตร

[14:39] ม้ากระจอก คือ ม้าที่ใช้งานอะไรไม่ได้ เลี้ยงไว้เฉยๆ จิตใจจะเพ่งในทางกาม

[17:45] ม้าอาชาไนย คือ ม้าชั้นยอด จิตใจจะเพ่งไปที่ผล

[21:34] บุคคลอาชาไนย จะเพ่งไปที่ผล ที่เป็นสามัญผล คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ทำให้เกิด สุจริต 3 

[23:11] การนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน  ด้วยการวางจิตและเพ่งไปให้ถูกต้องตามทาง

[31:17] อ่านพระสูตร 

[36:23] ม้าอาชาไนย 4 ประเภท อธิบายจากประเภทที่ 4 ย้อนขึ้นไปประเภทที่ 1

[39:47] คนอาชาไนย 4 ประเภท อธิบายไปตามลำดับ จากประเภทที่ 1ถึงประเภทที่ 4

[49:53] อธิบายคำว่า “ร้อนใจ” ความร้อนใจ เป็นเหตุให้เกิดการปฏิบัติ จนไม่ร้อนใจ จนกระทั่งมีความผาสุก

[55:19] สรุป ยิ่งใกล้ deadline ยิ่ง productive สูง เหมือนคนใกล้ตายอินทรีย์จะแก่กล้าขึ้นมาทันที

  พระพุทธเจ้าตรัสกับภิกษุที่ชื่อ สันธะ อย่างนี้ว่า “สันธะ ! เธอจงเพ่งอย่างการเพ่งของสัตว์อาชาไนย ; อย่าเพ่งอย่างการเพ่งของสัตว์กระจอก” จากพุทธพจน์นี้ ม้าอาชาไนยจะเล็งเห็นผลของการเป็นม้าชั้นยอด ส่วนม้ากระจอกจะมุ่งไปแต่ในทางกาม เมื่อจิตใจปรารถนาที่ผลคนละแบบ จึงเพ่งไปคนละที่ ทำให้การกระทำและผล ออกมาแตกต่างกัน เปรียบเทียบกับคน ที่มีสถานการณ์ใดๆก็ตาม  อย่างในสถานการณ์โรคระบาดเป็นจุดที่จะทดสอบว่าเราเอาจิตไปจดจ่อ เพ่ง ไว้ที่ไหน  ถ้าเราเพ่งมาถูกจุด ไม่ใช่ในทางกาม เห็นความสำคัญในสามัญผล คือ ศีล สมาธิ ปัญญา จะทำให้เราเป็นบุคคลอาชาไนยได้ ทำความเพียร สามารถเห็นตามที่เป็นจริง คือ ปรมัตถ์สัจจะ และทำจิตให้หลุดพ้นได้ 

133
1
นาทีในการอ่าน