โลกเย็นด้วยเมตตา

โลกเย็นด้วยเมตตา

S08E28

Time index

[01:44] ทำจิตให้สงบด้วยอานาปานสติ 

[03:17] ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า ปริมุขํ

[11:50] ผูกสัตว์ 6 ชนิดไว้กับเสา ไม่ให้เสาล้ม ไม่ให้เชือกขาด จิตก็เช่นกัน ไม่ลืมลม ถ้าเผลอไปก็แค่ตั้งขึ้นใหม่

[17:33] จิตระงับ กายระงับ เป็นสมาธิ รักษาไว้ให้ดี

[22:25] แยกชั้น ไม่เกลือกกลั้ว ด้วยสติ

[24:02] ทบทวน : สติก่อให้เกิดสมาธิได้อย่างไร นี้แลเรียกว่า”อานาปานสติ”

[25:07] ตั้งจิตไว้ด้วยเมตตา

[27:27] เมตตสูตร

[31:18] เมตตาคืออาวุธ จิตต้องเป็นสมาธิ

[32:02] เตรียมตัวให้มีคุณธรรมที่เปรียบดั่งด้ามมีด

[39:41] การแผ่เมตตาคืออาวุธที่คมแหลม

[46:12] แผ่ไปไม่มีประมาณ ไม่เว้นใครๆ ทำทุกอริยาบท ชื่อว่าเป็นการอยู่อย่างประเสริฐ เป็นพรหมวิหาร

[50:00] สถานการณ์ที่ร้อนใจ จบลงด้วยดี ด้วยเมตตา 

“บุคคลที่มีจิตเมตตาเป็นอาวุธ ด้ามจับต้องมั่นคง คือคุณธรรมของเราต้องมีไว้ คมต้องแหลม จะฝ่าฟันอุปสรรคใดๆได้ ไม่ได้ด้วยการเกลียดชัง ไม่ได้ด้วยการผูกเวร แต่ด้วยเมตตา”

ในตอนนี้กล่าวถึงการทำจิตให้เป็นสมาธิด้วยอานาปานสติ เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วก็ให้ตั้งจิตไว้ด้วยเมตตา ได้ยกพระสูตรเมตตสูตร ที่พระพุทธเจ้าแนะอาวุธแก่ภิกษุในการปรับตัวกับเทวดา แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่หนึ่งคือการเตรียมตัวเองให้มีคุณธรรมเปรียบดั่งด้ามมีด เช่น ไม่เย่อหยิ่ง สันโดษ ไม่ทำสิ่งที่วิญญูชนตำหนิ เป็นต้น

ส่วนที่สองเปรียบดั่งความคมของอาวุธคือการแผ่เมตตา ให้แผ่เมตตาอย่างไม่มีประมาณในสัตว์ทั้งหลายเสมอหน้ากัน ไม่เว้นใครๆ ไปในทุกทิศทาง ทำในทุกอิริยาบท จะได้ชื่อว่าเป็นการอยู่อย่างประเสริฐ เป็นพรหมวิหาร 

จิตที่ประกอบด้วยเมตตาจะสามารถละมิจฉาทิฏฐิได้ มีสัมมาทิฏฐิความครบทั้งมวลของมรรค8ก็ตามมา สามารถปฏิบัติทำได้จนถึงนิพพาน 

...ในสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้ เราจะผ่านไปได้ก็ด้วยเมตตา...

 

229
1
นาทีในการอ่าน