ซีซั่น 3 ตอนที 9 "สัตว์ที่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์มีน้อย"

S03E09

Time index

[4:12] วันมาฆะบูชา

[10:18] เริ่ม จตุตถวรรค

[12:04] 322- อุปมายกมา น้อย/มาก

[14:09] สัตว์บกน้อย / สัตว์น้ำมาก

[15:58]  323 - มา มนุษย์ น้อย ไป อบาย มาก

[17:50] 324 - มีปัญญา / โง่เขลา

[22:38] 325 - ปัญญาจักษุ / อวิชชา

[23:59] 326 - เห็นตถาคน / ไม่เห็น

[34:08] 333 - บรรลุ / ไม่บรรลุ

[36:10] 334 - ได้รสเลิศ / ไม่ได้

[45:50] 336 - มนุษย์ ไป น้อย / มาก - 338

"สัตว์ที่กลับมาเกิดในหมู่มนุษย์มีจำนวนน้อย

ส่วนสัตว์ที่ไปเกิดใน กำเนิดอื่น(นรก, กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน, แดนเปรต และอสูรกาย)

นอกจากมนุษย์มีจำนวนมากกว่า"

#พระพุทธพจน์

- เอกธัมมบาลี

- จตุตถวรรค 

ข้อ ๓๒๒-๓๖๕

 

อธิบายข้อ ๓๒๓) "สัตว์ที่กลับมาเกิดสู่มนุษย์มีน้อย
 
สัตว์ที่กลับมาเกิดกำเนิดอื่นที่ไม่ใช่มนุษย์ มีมาก" 

คำว่า "อื่นๆ" คือ นรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน แดนเปรต และอสูรกาย  

เปรียบเทียบกันกับ ที่กลับมาสู่มนุษย์ มีน้อย

อธิบายข้อ ๓๒๔) สัตว์ที่มีปัญญา ไม่โง่เขลา ไม่เหมือนกับ คนหูหนวก เป็นใบ้ และก็สามารถรู้เนื้อความแห่งคำสุภาษิต รู้เนื้อความแห่งที่เป็นทุพภาษิตได้ มีน้อย 

ส่วนสัตว์ที่ไม่มีปัญญา มีความโง่เขลา เหมือน เป็นคนหูหนวก เป็นใบ้ และจะไม่รู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ และสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ได้ มีมากกว่า 

เพราะฉะนั้น ข้อที่ ๓๒๔ นี้ ยกเรื่องของ "ปัญญา" ขึ้นมา

สัตว์ที่ปัญญา มีน้อย
สัตว์ที่ไม่มีปัญญา มีมาก
"ปัญญา" ในที่นี้ พูดถึง ปัญญา ๕ อย่าง ได้แก่
๑) "ปัญญา" ที่เห็นเรื่องของกรรม ว่า "สัตว์โลก ย่อมเป็นไปตามกรรม" ท่านใช้คำว่า "กัมมัสสกตาปัญญา" 

๒) "ฌานปัญญา" คือ ปัญญาที่จะเห็นเรื่องของสมาธิ อย่างถ้าคุณจะเข้าสมาธิได้ คุณจะต้องมีปัญญาที่จะเห็นว่า "เรื่องกาม มันไม่มีสาระ ชั้นไม่เอาหรอก ความคิดนึกไปในทางกาม เช่น กินอาหารอร่อย เที่ยวนั่นนี่ ชั้นไปนั่งสมาธิดีกว่า"  การที่คุณมามีปัญญาเห็นข้อนี้ได้ คือ "ฌานปัญญา" คุณจะได้สมาธิอย่างไง คุณก็ต้องมีปัญญา ในระดับนี้

๓) "วิปัสสนาปัญญา" คือ ปัญญาที่จะเห็นตามที่เป็นจริง ในความเป็นของไม่เที่ยง 

๔) "มรรคปัญญา" คือ ปัญญาที่จะเห็นทาง ที่จะแยกเป็น ๔ ทาง พูดถึง "โสดาปัตติมรรค", แตกต่างกับ "สกทาคามีมรรค", แตกต่างกับ "อนาคามีมรรค", แตกต่างกับ "อรหัตตมรรค" 

๕) "ผลปัญญา" คือ ในการที่คุณทำได้แล้ว และคุณก็บรรลุถึงผล ตามมรรคขั้นๆ นั้นๆ 

ซึ่งเรื่องของปัญญา ๕ อย่าง เป็นส่วนที่มาในพระ"อภิธรรมปิฎก"

ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงจัด ปัญญาญาณไว้ ๓ อย่าง ได้แก่ ปัญญาในข้อที่ว่า "รู้ทุกข์, รู้ว่า ควรทำอย่างไงกับทุกข์ และ ได้ทำให้เข้าใจในเรื่องทุกข์นั้นแล้ว  ปัญญา ๓ อย่าง ในอริยสัจ ๔ แบบนี้ก็มี" 

(๓๒๖-๓๓๓) จะเป็น ซีรี่กันมา

อธิบาย ๓๒๖) พูดถึง สัตว์ที่เห็นพระตถาคต กับ สัตวที่ไม่เห็นพระตถาคต 
สัตว์ที่เห็นพระตถาคต จะมีน้อย
สัตว์ที่ไม่ได้เห็น พระตถาคต จะมีมาก 

"ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา"
เพราะฉะนั้น "เห็นธรรม" ในที่นี้ หมายถึง เห็นพระตถาคต นั่นเอง 
เห็นธรรมะในที่นี้ หมายถึงอะไร?
"คุณจะต้องมีศรัทธาในชนิดที่หยั่งลงมั่น ไม่หวั่นไหว ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และก็มีศีล คือ อย่างน้อยคุณจะต้องเป็นโสดาบัน ไม่ว่าจะขั้นมรรค หรือขั้นผล ก็ตาม" 
ซึ่งจะได้ คือ หมายถึงว่า คุณจะเห็นอยู่
แต่ถ้าไม่ได้ ก็คือ ไม่เห็น
ต่อให้ คนที่อยู่ต่อหน้าพระพุทธเจ้า คุณนั่ง Time machine ย้อนกลับไป เห็นพระพุทธเจ้าอยู่ แต่ไม่เห็นธรรม ยกตัวอย่าง กรณีของพระเทวทัต เป็นต้น เห็นพระพุทธเจ้าอยู่ ร่วมสมัยกัน แต่ว่าก็ไม่เห็นธรรมะ  คือ ไม่เห็นพระพุทธเจ้า นั่นเอง 

[๓๓๙-๓๔๑] สัตว์ที่จุติ(เคลื่อน,ตาย) จากมนุษย์ไปเกิดในหมู่เทวดามีจำนวนน้อย

ส่วนสัตว์ ที่ตายจากมนุษย์ไปเกิดในนรก ฯลฯ เกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ เกิดในเปรตวิสัย มีจำนวนมากกว่า 

[๓๔๘-๓๕๐] สัตว์ที่ตายจากนรก มาเกิดในหมู่มนุษย์มีจำนวนน้อย

ส่วนสัตว์ ที่ตายจากนรกไปเกิดในนรก ฯลฯ เกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ เกิดในเปรตวิสัย มีจำนวนมากกว่า"

สรุป พูดถึง "ความน้อย ความมาก เปรียบเทียบกัน โดยมีอุปมา อุปไมย เปรียบเทียบไว้อย่างนี้"  

- จตุตถวรรค จบ

 

 

 

39
1
นาทีในการอ่าน