ความดับในการเกิด

S10E11

Time index

[01:46] แจกสื่อธรรมะเพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ฟังทุกท่าน

[08:44] เราเกิดมาทำไม และทำไมต้องเกิด

[17:31] "เราเกิดมาทำไม" ทุกคนต้องหาคำตอบให้กับตนเอง เพราะเกี่ยวเนื่องกับการดำเนินชีวิตและการยังชีพในแต่ละคนนั่นเอง

[19:02] "ทำไมต้องเกิด" เพราะเกี่ยวเนื่องด้วยปฏิจจสมุปบาท กล่าวคือธรรมที่อาศัยกันและกันแล้วจึงเกิดขึ้น

[27:22] ทำความดับไม่ให้เหลือของการเกิดได้ โดยการปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด

[29:39] ประเทศไทยเป็นเมืองพุทธ แต่ทำไมมีคนทำผิดศีลธรรมกันมากมาย พระสงฆ์จะมีส่วนช่วยสังคมในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

[32:21] อ้างอิงจาก "สุริยสูตร" และ “อัคคัญญสูตร” พระสูตรว่าด้วยการกำเนิดจักรวาล โลก มนุษย์ และสิ่งต่างๆ

[42:19] สิ่งที่สำคัญคือ ควรทุ่มเทปฏิบัติตามหลักคำสอนของพระพุทธเจ้าที่เป็น "สวากขตธรรม" และอย่าให้ความดีมาสุดจบที่ตัวเราด้วยการเป็นเครื่องมือของมาร (ผู้ล้างผลาญความดี) หรือถูกควบคุมบังคับด้วยกิเลสมาร (ราคะ โทสะ โมหะ)

[49:09] คนที่ทุ่มเทกับการอ่านพระไตรปิฎกมากๆ อาจจะวันละหลายชั่วโมง แต่ไม่ทุ่มเทกับการปฏิบัติภาวนาเลย จัดว่าการอ่านเเบบนี้ไม่มีประโยชน์พอๆ กับการอ่านหนังสือที่ก่อให้เกิดอกุศลธรรมหรือไม่

[51:42] หากเปรียบเทียบการอ่านพระไตรปิฎกมากๆ แล้วยังมีความดีมากกว่ากิจกรรมอื่นที่เนื่องด้วยกาม แต่หากต้องการให้เกิดประโยชน์สูงสุดที่ก่อให้เกิดกุศลธรรมด้วย ควรจะอ่านพระไตรปิฎกด้วยความใส่ใจที่จะทำจิตให้สงบ เข้าใจธรรมในเรื่องที่ทรงจำได้ รู้ซึ้งถึงซึ่งธรรมนั้น สามารถใคร่ครวญธรรม ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ตั้งตนไว้ในธรรมนั้นได้ จนจิตเป็นสมาธิ เห็นความไม่เที่ยง สามารถปล่อยวางได้ในที่สุด

รายการธรรมะรับอรุณได้รวบรวมสรุปธรรมะบรรยายและธรรมะสากัจฉาของพระอาจารย์มหาไพบูลย์ อภิปุณฺโณ ตลอดปี 2562 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่แก่ผู้ฟังทุกท่าน ซึ่งสามารถดาวน์โหลดได้โดยตรงจากทาง website ที่ www.donhaisok.fm หรือสามารถรับเป็นแบบ SD CARD โดยมีกติกาการรับดังนี้

  1. เตรียมซองจดหมายขนาดปกติ (หรือซอง A) จำนวน 1 ซอง
  2. ติดแสตมป์ 5 บาท บนซองจดหมายขนาดปกติ (ซอง A)
  3. จ่าหน้าที่ซองจดหมายขนาดปกติ (ซอง A) นี้ถึงตัวท่านเอง
  4. นำซองจดหมายขนาดปกติ (ซอง A) นี้พับใส่ในซองธรรมดา (หรือซอง B) อีกซองหนึ่ง
  5. ติดแสตมป์ 3 บาทบนซองธรรมดา (ซอง B) นี้
  6. จ่าหน้าซองธรรมดานี้ (ซอง B) ไปที่

สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย
ถ.วิภาวดีรังสิต  เขตดินแดง
กรุงเทพมหานคร 10400

 

“เพราะสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป”

ไม่ว่าจะสุขที่เจอหรือทุกข์ที่เจอต่างก็เป็นทุกข์เช่นเดียวกัน คนที่เจอสุขแล้วไม่เจอทุกข์ แล้วเพลินไปในการเกิด ไม่เข้าใจให้ดีและถูกต้อง ยิ่งจะเป็นโทษมากขึ้นอีก ในทางตรงข้าม หากผู้ใดพบเจอแต่ทุกข์มากกว่าสุขแล้วทำความเข้าใจด้วยปัญญาอันแจ่มแจ้งชัดเจน จะสามารถระงับทุกข์ที่เนื่องจากการเกิดนั้นได้อย่างถูกต้อง ซึ่งเราสามารถทำความดับไม่เหลือของการเกิดให้มีได้ โดยการทำความเข้าใจและนำไปปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด

ปฏิจจสมุปบาท อธิบายเกี่ยวกับการเกิดขึ้นพร้อมแห่งธรรมทั้งหลายเพราะอาศัยกันและกัน การที่สิ่งทั้งหลายอาศัยกันและกันจึงเกิดมีขึ้น จากตัวแม่บทที่กล่าวถึงการเกิดขึ้นของปฏิจจสมุปบาทเมื่ออธิบายตามหลักไวยากรณ์ของภาษาบาลีแล้ว หมายถึงว่าแต่ละคู่สามารถจบในตัวได้เลย โดยที่ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตามลำดับต่อเนื่อง เช่น ทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีปัจจัย 12 เรื่อง (11 คู่ 12 อาการ) เกิดขึ้นสืบเนื่องกันมาเป็นคู่ๆดังนี้ คือ

  1. เพราะอวิชชา(ความไม่รู้ในอริยสัจสี่)เป็นปัจจัย สังขาร(การปรุงแต่งทางกาย วาจา และใจ)จึงมี
    • หากปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์แปดจะทำให้อวิชชาดับ และสังขารก็จะดับตามไปด้วย
  2. เพราะสังขารเป็นปัจจัย วิญญาณ(การรับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ)จึงมี
  3. เพราะวิญญาณเป็นปัจจัย นามรูปจึงมี
    • นาม ประกอบด้วย เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ
    • รูป ประกอบด้วย ธาตุทั้งสี่
  4. เพราะนามรูปเป็นปัจจัย สฬายตนะจึงมี
    • สฬายตนะ ประกอบด้วย
      • อายตนะภายใน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
      • อายตนะภายนอก ได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ และธรรมารมณ์
  5. เพราะสฬายตนะเป็นปัจจัย ผัสสะจึงมี
    • ผัสสะเป็นการประจวบพร้อมกันหรือการกระทบกันของวิญญาณ นามรูป และสฬายตนะ จึงทำให้มีการปรุงแต่งที่เรียกว่าสังขาร และไปรับรู้นามรูป ซึ่งเกิดขึ้นได้เพราะมีอวิชชาครอบคลุมไว้ และทำให้เกิดผัสสะขึ้นมาได้
  6. เพราะผัสสะเป็นปัจจัย เวทนา(ความรู้สึก)จึงมี
    • สุขเวทนา
    • ทุกขเวทนา
    • อทุกขมสุข
    • เวทนาทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ
    • สุข ทุกข์ โสมนัส โทมนัส และอุเบกขา
  7. เพราะเวทนาเป็นปัจจัย ตัณหา(ความทะยานอยาก)จึงมี
    • กามตัณหา คือ ความทะยานอยากในกาม
    • ภวตัณหา คือ ความทะยานอยากในความมีความเป็น
    • วิภวตัณหา คือ ความทะยานอยากในความไม่มีไม่เป็น
  8. เพราะตัณหาเป็นปัจจัย อุปทาน(ความยึดถือ)จึงมี
    • กามุปาทาน คือ ยึดติดในกาม
    • ทิฏฐุปาทาน คือ ยึดถือในทิฏฐิ
    • สีลัพพัตตุปาทาน คือ ยึดถือในศีลวัตรหรือการปฏิบัติที่งมงาย
    • อัตตวาทุปาทาน คือ ยึดมั่นในตัวเอง ของตัวเอง
  9. เพราะอุปาทานเป็นปัจจัย ภพ(สภาวะ)จึงมี
    • กามภพ คือ การยึดถือในลักษณะกาม
    • รูปภพหรืออรูปภพ คือ การยึดถือที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยกาม
  10. เพราะภพเป็นปัจจัย ชาติ(การเกิด)จึงมี
  11. เพราะชาติเป็นปัจจัย ชรามรณะ(ความแก่ ความตาย ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ และความคับแค้นใจทั้งหลาย)จึงมี
140
1
นาทีในการอ่าน