ธรรมะพระพุทธเจ้าชนะทุกสิ่ง

S09E20
  • แนวทางแก้ไข เมื่อมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับคนในครอบครัว
  • ทวีป “อุตตรกุรุทวีป” จะใช้แสงสว่างจากแก้วมณีอย่างเดียว เพราะพระอาทิตย์ส่องไปไม่ถึงใช่หรือไม่ อย่างไร
  • มนุษย์ในชมพูทวีป หมายถึงมนุษย์ที่อยู่ในโลกนี้ใช่หรือไม่
  • พระปัจเจกพระพุทธเจ้าแตกต่างกับพระพุทธเจ้าอย่างไร
  • ควรใช้ธรรมะใด เมื่อบุตรธิดาติดมือถือ มีอารมณ์ฉุนเฉียว ไม่ฟัง และทำให้มีการโต้เถียงกัน
  • แนวทางแก้ไขเพื่อไม่ให้อกุศลธรรมเจริญ เมื่อมีเหตุให้เสื่อมศรัทธาในบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
  • ขยายความเพิ่มเติมสำหรับข้อความในพระสูตรที่ว่า “ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?” จาก “ความไม่เที่ยง” แล้วโยงมา “ไม่เป็นเรา” สามารถเชื่อมโยงมาหรือเกี่ยวเนื่องกันอย่างไร
  • ทำความเข้าใจในเชิงรูปธรรมเพื่อหาที่สุดจบจาก “ทุกอย่างไม่ใช่ตัวตน ต้องอาศัยเหตุปัจจัยจึงเกิดขึ้นได้ ”

คำถาม 1: ผู้ถามมีความทุกข์ใจที่มีปัญหากับพี่สาว อยากจะขอคำแนะนำเพื่อหาแนวทางแก้ไขคือ จะมีปากเสียงกันบ่อยและช่วงหลังก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวผู้ถามก็จะพยายามถอยออกมา แต่พี่สาวจะส่งข้อความมาด่า โทรมาด่ากับพ่อบ้าง ด่าฝากหลานบ้าง หรือไปโพสต์ด่าทาง Facebook ส่วนตัวผู้ถามเองได้บล็อกพี่สาวทุกช่องทาง เพราะไม่อยากรู้ไม่อยากเจ็บ ไม่อยากร้องไห้เสียใจว่าเขาด่าว่าอะไร พี่สาวชอบคิดว่าผู้ถามอิจฉาซึ่งผู้ถามไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แต่จะมีอาการน้อยใจที่มีพี่สาวเพียงคนเดียว แต่กลับเป็นคนเดียวที่คอยทำร้ายในทุกเรื่อง ถึงแม้เป็นน้องก็ไม่เคยทำตัวให้ลำบาก ทั้งดูแลพ่อแม่ที่ป่วย รวมถึงลูกตนเอง หรือแม้เวลาที่พี่สาวทุกข์ใจต้องการความช่วยเหลือผู้ถามก็พร้อมที่จะช่วย ผู้ถามคงทำกรรมไม่ดีกับพี่สาวไว้มากหรือเปล่าถึงทำให้รู้สึกทุกข์ใจ ที่คิดถึงหรือได้ยินจากคนอื่นมาพูดให้ฟังว่าพี่สาวโพสต์ว่าเกลียดมาก อาจจะเป็นเพราะผู้ถามกลัวพี่สาวโดนหลอก ซึ่งเวลาที่พี่สาวด่าจะด่าหยาบๆ ชอบด่าว่าสร้างภาพฟังธรรมะ มือถือสากปากถือศีลจากการที่ผู้ถามแชร์ธรรมะของพระอาจารย์มาปีกว่าแล้วและฟังเกือบทุกวัน เพราะธรรมะขัดเกลาจิตใจผู้ถามให้ดีขึ้น ถ้าเป็นแต่ก่อนก็ไม่ปฏิเสธที่จะด่ากลับทุกทางและถึงกับลงไม้ลงมือ เพราะผู้ถามเป็นคนใจร้อนถ้าสติหลุดก็อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล แต่ทุกวันนี้ผู้ถามก็พยายามทำศีล 5 ให้ครบ ตอนนี้พี่สาวหลงกับเงินทองและความรักของเขามาก รบกวนขอคำแนะนำว่า ควรจะทำอย่างไรดีกับพี่สาว

คำตอบ 1: พระพุทธเจ้าทรงเอาชนะความไม่ดีทั้งปวงโดยการใช้ธรรมะล้วนๆ ไม่บังคับด้วยไม่ใช้อาชญา ด้วยไม่ใช้ศาสตรา และยังทรงรับรองคำพูดของท้าวสักกะเทวราชที่ว่า “ไม่มีใครที่จะเอาชนะผู้ที่มีธรรมะคุ้มครองได้เลย”

คนในครอบครัวเดียวกันและคนที่รักกัน ควรพูดจาด้วยคำสุภาพ คำที่ทำให้ตั้งอยู่ในสมาธิได้ เป็นคำฟูใจ ให้กำลังใจกัน ไม่ยุยงให้แตกกัน เป็นต้น อย่างไรก็ตามเราอาจจะได้พบเจอคนพาล คนโง่ คนจนปราศจากกุศลธรรม มีแต่สร้างอกุศลธรรมอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นเราต้องเอาชนะด้วยอริยทรัพย์ ด้วยการรักษาศีล มีศรัทธา จาคะ และปัญญา เอาชนะคนพาลด้วยความอดทน เอาชนะความโกรธด้วยความเมตตา เอาชนะคนโง่ด้วยปัญญาที่เห็นความเกิดขึ้น ความดับไป ความไม่เที่ยงในสิ่งต่างๆ

นอกจากนั้น เรายังควรโยนิโสมนสิการ ด้วยการทำความเข้าใจให้ถูกต้องถึงสาเหตุที่อาจจะเป็นเพราะอารมณ์ อากาศ หรือเหตุแวดล้อมอื่นๆ ไม่เหมารวมว่าเป็นกรรมเก่าทั้งหมด ให้มีปัญญาเห็นตามความเป็นจริงและจะทำให้เรามองข้ามความกังวลนี้ไปได้

 

คำถาม 2: จากการฟังเรื่อง “พระโชติกเถระ” แล้วมีการพูดทวีปที่ชื่อ “อุตตรกุรุทวีป” ว่าที่นั้นจะใช้แสงสว่างจากแก้วมณีอย่างเดียว จึงมีข้อสงสัยว่าพระอาทิตย์ส่องไปไม่ถึงทวีปนั้นหรือไม่ อย่างไร

คำตอบ 2: อ้างอิงจากพระสูตรที่กล่าวถึงความเป็นไปของโลก สามารถแบ่งออกเป็น 4 ทวีปดังนี้

  1. ชมพูทวีป มนุษย์ชาวชมพูทวีปมีหน้ารูปไข่เหมือนดุมเกวียน อายุอาจยาวหรือสั้นเพราะบางครั้งมีศีลธรรม บางคราวไม่มี อายุของมนุษย์ในชมพูทวีปจึงกำหนดไม่ได้ ซึ่งเป็นดินแดนที่มีต้นชมพูอยู่มาก
  2. บุรพวิเทหทวีป มนุษย์ที่เกิดในทวีปนี้มีหน้ากลมเหมือนเดือนเพ็ญกลมดังหน้าแว่น ทวีปนี้อยู่ทางทิศตะวันออกเขาพระสุเมรุ กว้าง 7000 โยชน์ มีทวีปบริวาร 500 มีท้าวพระยา และนายบ้านนายเมืองปกครองดูแลมีอายุยืน 100 ปีจึงตาย
  3. อุตตรกุรุทวีป มนุษย์ที่เกิดในทวีปนี้มีหน้ารูปสี่เหลี่ยมกว้างและยาวเท่ากัน ทวีปนี้อยู่ทางทิศเหนือเขาพระสุเมรุ กว้าง 8000 โยชน์ มีทวีปบริวาร 500 มีภูเขาทองล้อมรอบทวีป ทุกคนอยู่ดีมีสุขเพราะบุญของเขาที่ได้ทำกันมา มีอายุยืน 1000 ปีจึงตาย
  4. อมรโคยานทวีป อยู่ทางทิศตะวันตกเขาพระสุเมรุ กว้าง 7000 โยชน์ มีทวีปบริวาร มีแม่น้ำ ภูเขา มีบ้านเมืองใหญ่น้อย มนุษย์ที่เกิดในทวีปนี้มีหน้าดังเดือนแรม 8 ค่ำ อายุยืนอยู่ 400 ปี

อย่างไรก็ตาม ยังมีนักวิชาการให้ความเห็นที่แตกต่างกันไป เช่น

  • ชมพูทวีปคือ ประเทศอินเดียเท่านั้น แต่อุตตรกุรุทวีปคือ ประเทศอื่นๆในโลก
  • ชมพูทวีปคือ โลกใบนี้ แต่อุตตรกุรุทวีปคือ ดินแดนอื่นหรือโลกใบอื่นที่ไม่ใช่โลกมนุษย์

 

คำถาม 3: มนุษย์ในชมพูทวีป หมายถึงมนุษย์ที่อยู่ในโลกนี้ใช่หรือไม่

คำตอบ 3: ขึ้นอยู่กับการตีความ อาจจะเป็นไปได้ทั้งที่เป็นมนุษย์ในประเทศอินเดีย หรือมนุษย์ในโลกใบนี้ทั้งหมดก็ได้

 

คำถาม 4: พระปัจเจกพระพุทธเจ้าแตกต่างกับพระพุทธเจ้าอย่างไร

คำตอบ 4: พระปัจเจกพระพุทธเจ้ากับพระพุทธเจ้า แตกต่างกันดังนี้คือ

  1. พระปัจเจกพระพุทธเจ้า
    • มีตำแหน่งหรือคุณสมบัติเป็นพระปัจเจกพุทโธ
    • เป็นผู้ที่ตรัสรู้ได้ด้วยตนเอง สามารถบอกสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งถึงศีล สมาธิ แต่ยังไม่มีปัญญามากพอที่จะรู้ตามได้
    • มีสาวกไม่มากและยังไม่สามารถบรรลุธรรมถึงขั้นพระโสดาบันหรือพระอรหันต์ได้
    • ระยะเวลาในการบำเพ็ญบารมี นานเป็นครึ่งเดียวของพระสัมมาสัมพุทโธคือ 2 อสงไขยมหากัป กับอีกแสนมหากัป
  2. พระพุทธเจ้า
    • มีตำแหน่งหรือคุณสมบัติเป็นพระสัมมาสัมพุทโธ
    • เป็นผู้ที่ตรัสรู้ได้ด้วยตนเอง สามารถบอกสอนผู้อื่นให้รู้แจ้งตามในศีล สมาธิ และปัญญาได้ด้วย
    • มีสาวกบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ตามมาเป็นจำนวนมาก
    • ระยะเวลาในการบำเพ็ญบารมี เริ่มตั้งแต่ 4 อสงไขยมหากัป กับอีกแสนมหากัป จนกระทั่งถึง 80 อสงไขยมหากัป กับอีกแสนมหากัป ทั้งนี้ขึ้นกับลำดับขั้นของการปรารถไว้

 

- - - ตอบคำถาม : คุณแนท (บางแค)

 

คำถาม 5: ผู้ถามมีลูกชาย 2 คน อายุ 12 ขวบและ 6 ขวบ ช่วงนี้จะติดมือถือและมีอารมณ์ฉุนเฉียวไม่ฟังทำให้มีการโต้เถียง ผู้ถามไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย จึงต้องการขอคำแนะนำว่าควรจะนำธรรมะข้อใดมาใช้ดี

คำตอบ 5: สาเหตุเกิดจากกาม ซึ่งก็คือความกำหนัด ยินดี พอใจ ในสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นจากตา หู จมูก ลิ้น หรือกาย ในที่นี้ก็คือ โทรศัพท์มือถือหรือวัตถุกาม นั่นเอง

หากเราต้องการตัดความยึดถือ ยินดี พอใจออกให้ได้ ด้วยการอยู่ลำบากแล้วทำสิ่งที่เป็นกุศลธรรมทดแทนให้เกิดมากขึ้น เช่น การดูแลเอาใจใส่ มีเมตตา อยู่กันด้วยความอดทน พูดจากันด้วยสัมมาวาจา เป็นต้น

 

“เพราะกามเป็นเหตุ เพราะกามเป็นปัจจัย เพราะกามบังคับให้กระทำ เป็นไปเพราะกามนั่นเทียว”

 

- - - ตอบคำถาม : คุณชนาธิป สิขัณฑกนาค

 

คำถาม 6: ผู้ถามมีทุกข์คือ รู้จักพระที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งก็รู้จักมานานแล้ว และมีเหตุให้เสื่อมศรัทธาอย่างยิ่ง รู้สึกจิตตก จะมีทางแก้อย่างไรเพื่อไม่ให้อกุศลธรรมเจริญ

คำตอบ 6: อ้างอิงจากพระสูตร “ปุคคลปสาทสูตร” ได้กล่าวถึงโทษในความเลื่อมใสที่เกิดขึ้นในบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แล้วไม่ไปคบหากับภิกษุหรือบุคคลเหล่าอื่น จึงไม่ไปฟังธรรมและเสื่อมจากธรรม จนทำให้สัทธรรมตกในที่สุด ซึ่งประกอบด้วย 5 ประการ ดังนี้

  1. บุคคลนั้นต้องอาบัติ อันเป็นเหตุให้สงฆ์ยกวัตร (ถูกลงโทษให้แยกจากหมู่)
  2. บุคคลนั้นต้องอาบัติ อันเป็นเหตุให้สงฆ์บังคับให้เขานั่งที่สุดสงฆ์ เช่น อาบัติสังฆาทิเสส หรือโดนขังคุก
  3. บุคคลนั้นหลีกไปสู่ทิศเสีย เช่น การหลีกหนีหายไปที่อื่น
  4. บุคคลนั้นลาสิกขา
  5. บุคคลนั้นกระทำกาละเสีย

สิ่งนี้ถือเป็นโทษของความไม่มีศรัทธา ซึ่งวิธีแก้ไขคือ เอาศรัทธาของเราไปเลื่อมใสหรือตั้งไว้ในภิกษุเหล่าอื่นที่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เพื่อหวังมรรคผลนิพพานในชาตินี้ เพื่อที่จะไม่ทำให้เสื่อมจากสัทธรรม สามารถทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในการปฏิบัติธรรมได้

 

- - - ตอบคำถาม : คุณ Tinn

 

คำถาม 7: จากคำถามที่ว่า “ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือจะตามเห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตนของเรา?” แต่ผู้ถามมีข้อสงสัยเพิ่มเติมคือ ร่างกายอันนี้ที่เราเห็นว่าเป็นเรา เป็นของเรา พอเราพิจารณาดู แล้วก็เห็นจริงว่าร่างกายนี้ไม่เที่ยง แปรปรวนไปเรื่อยๆ แล้วทำไมต้องเห็นว่า มันไม่เป็นเรา ไม่เป็นของเรา ด้วยคือ เห็นมันแปรปรวน แต่เราไม่แปรปรวนตามมัน เรากับมันเลยเป็นคนละอย่างกัน แบบนี้ใช่หรือไม่ จาก “ความไม่เที่ยง” แล้วโยงมา “ไม่เป็นเรา” มันโยงมาอย่างไร เกี่ยวเนื่องกันอย่างไร

คำตอบ 7: หลายคนยังเข้าใจว่ามีสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวเรา และไม่ไปยึดในส่งอื่นที่แวดล้อมอยู่ภายนอก แท้จริงแล้วสิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เป็นตัวเรานั้นก็ไม่มีจริง ดังนั้นให้ค่อยๆพิจารณาเห็นสิ่งใดๆในโลกล้วนไม่เที่ยง มีเหตุปัจจัยปรุงแต่งให้เกิดขึ้น จึงจะทำให้ความรู้สึกนั้นค่อยๆถอนออกได้

 

คำถาม 8: ผู้ถามเข้าใจว่า “ทุกอย่างไม่ใช่ตัวตน ต้องอาศัยเหตุปัจจัยจึงเกิดขึ้นได้” ในส่วนของนามธรรมค่อนข้างเข้าใจว่ามันเป็นแบบนั้น แต่ในส่วนของรูปธรรมยังมีความสงสัยอยู่คือ พวกธาตุสี่ที่เป็นร่างกาย มันมีธาตุที่เป็นธาตุตั้งต้นหรือธาตุที่เล็กที่สุดใช่หรือไม่ ถ้ามีเหตุปัจจัยของธาตุนั้นคืออะไร มันแยกได้ไปสุดแค่ไหน พระพุทธเจ้าท่านได้กล่าวเรื่องธาตุที่เป็นรูปธรรมที่เล็กที่สุดไว้หรือไม่ เช่น น้ำก็แยกออกมาเป็น H2O แล้วถ้าจะแยกลงไปเรื่อยๆ มันจะไปสุดที่ตรงไหน

คำตอบ 8: เมื่อร่างกายของเราแตกดับจนกลายเป็นธาตุสี่คือ ดิน น้ำ ไฟ ลม ละเอียดลงไปเรื่อยๆจนเป็นอะตอมหรือหน่วยที่เล็กที่สุด ก็ไม่สามารถหาที่สุดจบได้ ซึ่งก็เหมือนกับอวิชชา คือความไม่รู้ จะวนไปเรื่อยๆเพื่อการเสาะหาความรู้ที่มากขึ้น แล้วทำให้เราทราบว่ายังมีสิ่งที่ไม่รู้อีกมากมาย หากต้องการให้ถึงที่สุดจบได้ก็ต้องเดินมาตามทางของมรรคแปดนั่นเอง

 

- - - ตอบคำถาม : คุณ Tony

    111
    1
    นาทีในการอ่าน