เมณฑกเศรษฐี

เมณฑกเศรษฐี
S01E09

Time Index

[00:03]  ธรรมบทแปล เรื่อง "เมณฑกเศรษฐี" 

[03:35]  บุพกรรมของท่านเศรษฐี 

[07:16]  เศรษฐีประสบฉาตกภัย

[11:47]  เศรษฐีถวายภัตแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า พร้อมอานิสงส์

[22:57]  เศรษฐีและคณะไปเกิดที่ภัททิยนคร

[28:46]  โทษของคนอื่นเห็นง่าย

การศึกษาจากการปฏิบัติเรียกว่า “สิกขา” การฟังธรรม ในหมวดธรรมะใดๆ จะทิ้งเรื่องการปฏิบัติไม่ได้เลย การฟังสิ่งใดๆ และต้องการให้เกิดกุศลธรรม ให้ราคะโทสะโมหะลดลงไปอันนี้คือสิ่งที่ควรทำ แต่ถ้าศึกษาแล้วทำให้ศรัทธาเราลดลงไป ทำให้ราคะ โทสะ โมหะ มากขึ้นยิ่งระลึกถึงเรื่องที่ไม่ดีที่ผ่านมาก็จะทำให้อกุศลธรรมมากขึ้นอย่างนี้ไม่ดี …สิ่งนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ทีนี้คนที่ไม่ได้ศึกษาเต็มที่ก็ให้มาอาศัยการฟัง… ในสัปดาห์นี้ก็เอาเรื่องของเศรษฐี 2 คนมาให้ฟังคือเรื่องของ โชติกเศรษฐี (โชติกเถระ) และ เมณฑกเศรษฐี ถ้ากล่าวถึงโชติกเศรษฐีก็ต้องกล่าวถึงเมณฑกเศรษฐีด้วย แล้วจุดที่มาเชื่อมโยงกันได้ก็คือเรื่องชฏิลเศรษฐี (เท่ากับว่าได้ฟังเรื่องของเศรษฐีทั้ง 3) ในช่วงปีใหม่มักจะมีคำอวยพรให้เป็นเศรษฐี แล้วทีนี้การเป็นเศรษฐีนี้เขาเป็นกันได้ยังไง? แน่นอนว่าเขาต้องอาศัยเหตุปัจจัย ไม่ใช่ได้ด้วยการอ้อนวอน ขอร้อง

เหตุปัจจัยในการเป็นเศรษฐีของแต่ละคนนั้นไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่เป็นรูปแบบที่ต้องทำเหมือนกันคือ การให้ทาน รักษาศีล มีการเจริญภาวนา …. ทีนี้เรามาเปรียบเทียบเรื่องของโชติกเศรษฐี (มีเรื่องของชฏิลเศรษฐีแทรกด้วย) และ เมณฑกเศรษฐี… 2 เรื่องราวนี้เป็นเรื่องของสาวกที่อุปัฏฐากพระพุทธเจ้าของเราเหมือนกันมีที่มาคล้ายกัน แต่มีที่ไปแตกต่างกันจึงจะยกมาเปรียบเทียบให้ฟัง ข้อแรกให้ทำความเข้าใจการปกครองที่แบ่งเป็นรัฐ เป็นแคว้นและมีกษัตริย์ที่เป็นเมืองขึ้นของเมืองใดๆ โชติกเศรษฐีอยู่ในแคว้นมคธ มีเมืองหลวงชื่อราชคฤห์ ส่วนเมณฑกเศรษฐีอยู่ในแคว้นอังคะ เมืองหลวงคือภทิยนคร พระพุทธเจ้าของเราก็เสด็จไปโปรดทั่วทั้งราชคฤห์ ภทิยนคร สาวัตถี พาราณสี เสด็จไปหลายแห่ง…ในสมัยนั้นคนที่จะเป็นเศรษฐีต้องได้รับการแต่งตั้งจากพระราชาเพราะมีอิสริยยศเป็นกำลัง เพราะฉะนั้นใครมีกำลังด้านไหนก็แต่งตั้งให้เป็นอำมาตย์บ้าง เสนาบดีบ้าง … แล้วคหบดีที่มีเงินมากๆ เกิดจากบุญหรือเกิดจากการทำงานอย่างใดอย่างหนึ่งก็มีการแต่งตั้งยศเศรษฐีให้ดูแลเรื่องเศรษฐีกิจ การค้าขาย แล้วแต่เศรษฐีจะใช้จ่ายทรัพย์อย่างไรๆ .

โชติกเศรษฐี กับ เมณฑกเศรษฐีมีบุรพกรรมเกี่ยวพันกันมา เคยเป็นลุงและหลานกันมา (โชติกเศรษฐีเป็นลุง) ซึ่งลุงเคยสร้างกุฏิถวายพระวิปัสสี หลานก็ได้ขอทำด้วยแต่ลุงไม่ให้ จะทำเองคนเดียวและทำด้วยทองคำเพชรนิลจินดางดงาม หลานเลยไปสร้างศาลารายล้อมรอบกุฏิพระพุทธเจ้าที่งดงามเช่นกัน มีที่นั่งเป็นรูปแพะ ซึ่งเขาจึงเรียกเมณฑกเศรษฐีแพะเพราะภายหลังที่บ้านเศรษฐีมีรูปปั้นแพะทองคำผุดขึ้นมาที่บ้านเมณฑกเศรษฐี ส่วนโชติกเศรษฐีที่ได้ชื่อนี้เพราะตอนเกิดนั้นมีแสงสว่างเกิดขึ้นที่อาวุธของพระราชา…เป็นนิมิตว่าเป็นคนที่มีความสำคัญที่จะมาช่วยเหลือกันมาเกิด …โชติกเศรษฐีก่อนจะมาสร้างกุฏิภวายพระพุทธเจ้าวิปัสสีก็ได้ถวายน้ำอ้อยแก่พระปัจเจกพุทธเจ้ารูปหนึ่ง ส่วนเมณฑกเศรษฐีก็มี 2 บุญเด่นๆ คือการสร้างศาลาและการถวายภัตให้กับพระปัจเจกพุทธเจ้าในตอนภัยแล้ง ซึ่งจะเห็นว่าทั้ง 2 ทำกรรมที่มีรูปแบบลักษณะเด่นๆ มาคล้ายกัน … เรื่องที่น่าสนใจในเศรษฐีทั้ง 2 คือมีเรื่องที่ข้องใจ ยึดติดอยู่ จะวางก็วางไม่ได้ แต่สุดท้ายพอวางได้ปุ๊บก็เป็นบุญใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างตอนที่โชติกเศรษฐีสร้างกุฏิถวายพระพุทธเจ้าวิปัสสีก็มีเพชรนิลจินดามากมาย พระวิปัสสีท่านก็เกรงว่าจะเกิดเรื่องว่าเพชรนิจจินดาจะหายก็ไม่กล้ารับ แต่โชติกเศรษฐีก็ยืนยันว่าจะรักษาดูแล คือส่วนที่ให้ก็คือให้ ส่วนที่จะรักษาไว้ก็จะรักษา คราวนี้มีแก้วมณีชิ้นหนึ่งจะวางไว้ประดับไว้สวยงาม และมีพราหมณ์คนหนึ่งเล็งไว้และขโมยไป…ตรงนี้ทำให้เกิดความข้องขึ้น ทีนี้จุดที่เขาวางไว้คือ ตั้งจิตอธิษฐานให้มีความมั่นใจอย่างแรงกล้าว่าจะละให้ได้ และ ขอให้เกิดผลอย่างใดอย่างหนึ่งเผื่อให้เกิดกำลังใจ …เมื่อละวางจุดนี้ก็ทำให้ใครๆ เอาทรัพย์ของท่านไปไม่ได้ แม้พระเจ้าอชาตศัตรูก็ไม่อาจเอาไปไม่ได้ ส่วนเมณฑกเศรษฐีก็เจอภัยแล้ง พอรู้ความว่าจะเกิดภัยแล้งทั่วชมพูทวีปก็รีบขายทรัพย์สินเปลี่ยนเป็นข้าวเปลือกในยุ้งฉาง …ทีนี้บริวารก็มีมาก บริโภคไปๆ ก็เหลือข้าวแค่หม้อเดียว แล้วในจังหวะที่จะกินข้าวหม้อสุดท้ายที่เหลือก็ได้พบกองบุญใหญ่ คือได้พบปัจเจกพระพุทธเจ้าออกจากสมาบัติในวันนั้นพอดี เมณฑกเศรษฐีเลยมีความคิดว่าถ้าเรากินวันนี้มื้อนี้ พรุ่งนี้ก็ต้องหิว แต่ถ้าสละออกจะได้บุญที่รักษาตนไปนานเป็นกัปป์และอธิษฐานว่าอย่าได้เจอภัยแล้งเช่นนี้อีก …การอธิษฐานคือการทำในสิ่งที่ทำได้ยากในอันที่จะทำให้เกิดความสำเร็จขึ้น เรื่องนี้สำคัญ… เพราะต้องมีกำลังใจสูง …. สุดท้ายโชติกเศรษฐีก็ได้ขอบวชบรรลุเป็นพระอรหันต์ ส่วนเมณฑกเศรษฐีก็ดำรงตนเป็นคฤหัสถ์บรรลุเป็นโสดาบัน … การเป็นเศรษฐี พราหมณ์ กษัตริย์ไม่ได้เป็นด้วยการอ้อนวอนขอร้อง แต่เป็นผลจากการกระทำ บุคคลจะเป็นเศรษฐี พราหมณ์ กษัตริย์ขึ้นอยู่กับกรรมคือการกระทำทางกาย วาจา ใจ ถ้าจิตใจเรามีการกระทำทั้งหมดอย่างดีแล้ว นั่นคือสิ่งที่บ่งบอกสถานะที่แท้จริงของเราว่าเป็น เศรษฐี พราหมณ์ หรือ กษัตริย์ที่แท้จริง

  • โทษของคนอื่นเห็นได้ง่าย แต่โทษของตนเห็นได้ยากและคอยปกปิดโทษของตนเองไว้
  • การเป็นเศรษฐีไม่ได้เป็นด้วยการอ้อนวอนขอร้อง แต่มีเหตุปัจจัยมาจากการให้ทาน การรักษาศีล และ การภาวนา
  • เมื่อพราหมณ์มาขโมยแก้วมณีในกุฏิที่สร้างถวายพระเจ้าวิปัสสีไว้ โชติกเศรษฐีก็ได้ตั้งจิตอธิษฐาน (ตั้งใจมั่นอย่างแรงกล้า) ที่จะละวางความขัดข้องนี้ และส่งผลในชาติถัดมาว่า ไม่มีใครสามารถนำทรัพย์ของท่านไปได้
  • เมณฑกเศรษฐีเจอภัยแล้งทั่วชมพูทวีป ในจังหวะที่จะกินข้าวหม้อสุดท้ายก็ได้พบปัจเจกพระพุทธเจ้าออกจากสมาบัติในวันนั้นพอดี เมณฑกเศรษฐีเลยตั้งใจสละออกและอธิษฐานว่าอย่าได้เจอภัยแล้งเช่นนี้อีก
  • การที่คนเราจะมีกำลังใจสูงได้ ต้องตั้งใจอธิษฐานด้วยใจมั่นอย่างแรงกล้า ทำในสิ่งที่ทำได้ยากในอันที่จะทำให้เกิดความสำเร็จขึ้นและทำให้เรามีกำลังใจสูงขึ้น
  • การเป็นเศรษฐี พราหมณ์ กษัตริย์ไม่ได้เป็นด้วยการอ้อนวอนขอร้อง แต่เป็นผลจากการกระทำทางกาย วาจา ใจ …ที่บ่งบอกสถานะที่แท้จริงของเราว่าเป็น เศรษฐี พราหมณ์ หรือ กษัตริย์
นิทานพรรณนา
285
1
นาทีในการอ่าน