การหารือแบบเหล่าพระอริยเจ้า

การหารือแบบเหล่าพระอริยเจ้า
S07E18
  • ลักษณะคำพูดที่ควรพูดไม่ควรพูด และลักษณะของบุคคลผู้พูดนั้นๆ
  • การพูดจาที่ถูกต้องตามหลักคำสอน พูดฟังแล้วควรรู้ให้ได้ ละให้ได้ ทำให้แจ้งให้ได้ซึ่งอริยสัจสี่ จึงจะเป็นลักษณะของการหารือกันของเหล่าพระอริยเจ้า
  • ปกิณกธรรมเรื่องปฏิจจสมุปบาท

“..ชนเหล่าใด เป็นคนเจ้าโทสะ ฟุ้งซ่าน โอ้อวด เจรจา คนเหล่านั้นมาถึงคุณที่มิใช่ของพระอริยเจ้า ต่างหาโทษของกันและกัน ชื่นชมคำทุภาษิต ความพลั้งพลาด ความหลงลืม และความปราชัยของกันและกัน ก็ถ้าบัณฑิตรู้จักกาละแล้ว พึงประสงค์จะพูด ควรเป็นคนมีปัญญา เป้นคนไม่เจ้าโทสะ ไม่โอ้อวด มีใจไม่ฟุ้งซ่าน ไม่ใจเบา หุนหันพลันแล่น ไม่เพ่งโทษ กล่าวแต่ถ้อยคำที่บุคคลตั้งอยู่ในธรรมพูดกัน และประกอบด้วยธรรมซึ่งพระอริยเจ้าพูดจากัน เพราะรู้ทั่งถึงได้เป็นอย่างดีฉะนั้น เขาจึงพาทีได้ บุคคลควรอนุโมทนาคำที่เป็นสุภาษิต ไม่ควรรุกรานในถ้อยคำที่กล่าวชั่ว ไม่ควรศึกษาความแข่งดี และไม่ควรยึดถือความพลั้งพลาด ไม่ควรทับถม ไม่ควรพูดถ้อยคำเหลาะแหละเพื่อรู้เพื่อเลื่อมใส สัตบุรุษทั้งหลายจึงมีการปรึกษาหารือกัน พระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมปรึกษาหารือกัน ฉะนั้นแล นี้เป็นการปรึกษาหารือของพระอริยเจ้าทั้งหลาย เมธาวีบุคคลรู้เช่นนี้แล้ว ไม่ควรถือตัว ควรปรึกษาหารือกัน…

กถาวัตถุสูตร

 

...ถ้ามีการรู้ด้วยปัญญาอันยิ่งซึ่งธรรมอย่างหนึ่ง ถ้ามีการกำหนดรู้ธรรมอย่างหนึ่ง มีการละธรรมอย่างหนึ่ง ทำให้แจ้งซึ่งธรรมะอย่างหนึ่ง นี่จะทำให้ถึงวิมุตได้ 

เวลาเราพูดเรื่องอะไรกันก็ตาม ธรรมะที่เราควรกำหนดรู้คือเรื่องของทุกข์ คือขันธ์ห้า แยกแยะให้ดี พูดเรื่องอะไรแล้วให้มันเห็นให้มันถูกต้อง ธรรมะอะไรที่ควรจะละ คำตอบในที่นี้ก็คือตัณหานั่นเอง ตัณหาเป็นธรรมที่ควรละ ต้องแยกส่วนนี้ออกมา พูดเรื่องอะไรแล้วก็ตาม ฟังพิจารณาดูแล้วเนี่ยให้รู้ถึงธรรมะที่ควรรู้แจ้ง นั่นคือนิโรธ นิโรธเป็นธรรมที่ควรทำให้แจ้ง คนที่ฟังแล้วกำหนดรู้เนื้อความต่างๆ เหล่านี้ได้ ชื่อว่าเป็นคนฟังชนิดที่มีอุปนิสัย มีอุปนิสัยในการที่จะหยั่งลงสู่อมตะธรรมได้

 

ในทางตรงกันข้ามนะ บางคนไม่มีอุปนิสัย ฟังแล้วก็โอเค เออๆ บันเทิงดีถ้าเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดความบันเทิง ปล่อยมุกกัน หัวเราะกัน เป็นคำถามที่มีเงื่อนงำ พูดฟังแล้วมันตลกเนี่ย เขาก็จะไม่กำหนดรู้เรื่องทุกข์ได้ จะไม่ละเรื่องตัณหา จะไม่ทำให้แจ้งซึ่งนิโรธได้เลย ก็คนฟังไม่มีอุปนิสัย คือไม่มีอุปนิสัยมาทางโสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล ไม่มีอุปนิสัยมาในทางสกทาคามีมรรคผล ไม่มีอุปนิสัยมาในทางอรหัตตผล ถ้าไม่มีอุปนิสัยมาในทางนี้ การพูดการกล่าวการฟังเรื่องที่พูดนั้นๆ ก็โปรยประโยชน์ทิ้งเสีย ไม่เกิดประโยชน์

….เพราะฉะนั้นการฟังเรื่องใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลก เรื่องธรรมะหมวดธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง เราต้องเข้าถึงอุปนิสัยตรงนี้ ในการที่จะมารู้เรื่องอริยสัจสี่ให้ได้ กำหนดรู้ให้ได้ ละให้ได้ ทำให้แจ้งให้ได้ และการที่เราจะมารู้ยิ่งเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นะ จิตใจของเราต้องอยู่ในทาง จิตใจของเราต้องอยู่ในมรรค มรรคคือทางที่จะให้เรามาเกิดความรู้ยิ่งได้ ลักษณะการพูดจาปราศัยการสนทนากันการอภิปรายการประชุมกันจะมีประโยชน์ ของเหล่าพระอริยเจ้าจะเป็นอย่างนี้ ไม่พูดจาเหลาะแหละ ไม่พูดทับถม ไม่จับผิด ไม่คอยแข่งดี ไม่เลื่อมใสในสิ่งที่เป็นคำโปรยประโยชน์ทิ้งเสีย แต่ว่าให้เกิดความรู้ ให้เกิดความเลื่อมใส ...

16
1
นาทีในการอ่าน