มรรคแปด ยาดีที่อยู่ในใจ

  • มรรคแปดเปรียบเหมือนเครื่องสำรอกสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากใจของเรา เป็นยาที่อยู่ในใจ
  • ความไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่งที่เราเห็น ถ้าเราดูด้วยปัญญา มีความดีแฝงอยู่ในนั้นเสมอ เช่นคุณสมบัติของเลือดสีนำเงิน

 

“ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย รอยเท้าเหล่าใดเหล่าหนึ่งแห่งสัตว์ ทั้งหลายผู้เที่ยวไปบนแผ่นดิน รอยเท้าเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมถึงการประชุมลงในรอยเท้าช้าง รอยเท้าช้างชาวโลกย่อมกล่าวว่า เป็นยอดของรอยเท้าเหล่านั้น เพราะรอยเท้าช้างเป็นของใหญ่ แม้ฉันใด ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย กุศลธรรมเหล่าใดเหล่าหนึ่ง กุศลธรรมเหล่านั้นทั้งหมด ย่อมถึงการสงเคราะห์เข้าในอริยสัจสี่ ฉันนั้นเห็นเหมือนกันแล. ในอริยสัจสี่เหล่าไหน? คือ ในทุกขอริยสัจ ในทุกขสมุทัยอริยสัจ ในทุกขนิโรธอริยสัจ ในทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ”

มหาหัตถิปโทปมสูตร

 

….ในจิตใจของเรา ยาที่จะสำรอกกำจัดความไม่ดี บำรุง ที่อยู่ในจิตใจของเรา นั่นคือมรรคแปด...

 

ทุกวันที่เรามาพบกัน มาฝึก มาทำการปฏิบัติในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า เริ่มจากสัญญานี่แหล่ะ เริ่มจากไม่รู้ก็มาศึกษาทำความเข้าใจ คำว่าเข้าใจในที่นี้ก็คือจำได้ก่อน ว่าท่านสอนอะไรทำไมเป็นอย่างไง ศึกษาจากบทพยัญชนะพระสูตรต่างๆอันนี้เป็นสัญญา คือความหมายรู้ ทำความหมายรู้ความเข้าใจในเรื่องบทพยัญชนะแปลว่าอย่างไร มีความหมายอย่างไรๆ อันนั้นคือในขั้นตอนที่หนึ่ง

จากที่ไม่รู้ก็มีความรู้ขึ้นมา ลักษณะนี้เขาเรียกว่าเป็นสุตมยปัญญา หมายถึงปัญญาความรู้ความเข้าใจที่เกิดจากการฟังเอา ฟังเอาโอเครจำได้ เราจะต้องมีการพัฒนาปัญญานี้ว่า มันยังไม่สูงสุด ยังไม่ถึงจุดที่จะทำให้เข้าถึงแก่นได้ ฟังเฉยๆ เอ้าเราก็ทำความพัฒนาทำความเข้าใจในเนื้อหาที่เราได้ฟังมาจำมา คิดนึกใคร่ครวญตริตรึกไตร่ตรอง อันนี้ก็เป็นจินตมยปัญญา ใคร่ครวญพิจารณาว่าเป็นอย่างไง ทำไมอันนี้ใช้ได้มั้ย ตัวอย่างเป็นอย่างไง ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจในแง่มุมอื่นๆใดๆอย่างไรเพิ่มเติม คิดไป ปรุงแต่งไป ก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าเรามีการคิดนึกปรุงแต่งใคร่ครวญตริตรึก

อย่างไรก็ตาม ในธรรมวินัยนี้ เป็นธรรมะอันลึก ยากที่สัตว์อื่นเห็นได้ยาก ใช่ที่จะหยั่งลงได้ง่ายๆด้วยการตริตรึก เป็นของละเอียด เป็นวิสัยที่รู้ได้เฉพาะบัณฑิต ความที่แค่เราจะมาตริตรึกเกิดเป็นปัญญา โอโหแง่มุมนั้น ใช่นะอันนี้ถูกต้องเลยอันอื่นผิด มันต้องมีขั้นที่สามคือภาวนามยปัญญา คือปัญญาที่เกิดจากการที่นำเอามาพัฒนานำเอามาปฏิบัติ ไม่ใช่พัฒนาปฏิบัติในความคิดนึก แล้วก็รู้แง่มุมนั้นนี้ แต่ในจิตใจของเรา จิตใจของเรานั้น

 

...ถ้ามีการปฏิบัติที่ทำมาอย่างถูกต้อง จะมีความนุ่มนวล จะไม่ได้แข็งกระด้าง จะไม่ได้หยาบคาย แต่มีความนุ่มนวล อ่อนนุ่ม คำว่านุ่มนวลอ่อนนุ่มนี่ไม่ใช่ว่า ใครว่าอะไรอย่างไงก็ตามหมด แต่มีความมั่นคง หนักแน่น อ่อนนุ่ม เหมือนทองคำ ...

 

ทองคำแท้ร้อยเปอร์เซนต์จะนุ่ม สามารถกดด้วยมือ ช่างทองจะทำงานง่าย แล้วก็เหนียว ไม่เปราะ มีคุณสมบัติในแบบนั้น เหมือนกับดินเหนียวที่มันจะมีความนุ่มความอ่อน ในขณะเดียวกันก็ขึ้นรูปได้ มีความหนักแน่นอยู่ในตัวมันเอง

 

การฟังธรรมเราต้องพัฒนาให้เป็นไปในสามขั้นตอนต่างๆเหล่านี้ ให้เกิดความรู้ปัญญาขึ้นทีละขั้นๆ เป็นไปอาจจะเร็วบ้างอาจจะช้าบ้าง ในเรื่องนี้ ในเรื่องอื่น เราก็ฟังเอา ใคร่ครวญเอา ปฏิบัติเอา จำเอา บางทีจากจุดนั้นก็มาพิจารณาจุดนี้ให้มีการพัฒนาต่อเนื่องกันไป

 

ตัวข้าพเจ้าเองมาทำหน้าที่นี้อยู่ทุกวัน ทางสถานีวิทยุแห่งนี้ เพื่อให้ท่านผู้ฟังนั้นได้เกิดปัญญา เรารู้ เราเห็น เรารับทราบข้อมูลใดๆ ให้คิดนึกมาถึงในแนวธรรมะ เพื่อที่จะให้เกิดปัญญา ไม่ว่าเขาจะส่งเรื่องราวนั้นนี้โน้น ข่าวสารนั่นนี่โน่น เรื่องของคนนั้นคนนี้คนโน้น โอ๊ยไม่อยากฟังเลย ไม่อยากดูเลย ปิดจากโลกภายนอกทั้งหมด ผู้ที่ชอบเป็นในลักษณะนั้นก็มี อ้าวบุคคลที่ยังปิดตัดจากโลกภายนอกทั้งหมดยังไม่ได้ บางทีต้องทำการงานกิจเนื่องด้วยเหย้าเรือน คนนั้นคนนี้อยู่เนี่ย ก็ให้เห็นธรรมะท่านผู้ฟัง พิจารณาใคร่ครวญดึงเข้ามาหาในแนวทางธรรมะตลอด

ตัวข้าพเจ้าเองท่านผู้ฟัง มาจัดรายการวิทยุ ก้ต้องรับข่าวสารจากท่านผู้ฟังบ้าง จากเรื่องนั้นเรื่องนี้บ้าง สมัยนี้ก็สะดวกท่านผู้ฟัง ข่าวสารทุกอย่างก็มีใน internet สื่อสังคม online social network คือถ้าสมัยก่อนเนีย จะต้องแบบส่งปากต่อปากพูดคุยกัน จดหมายบ้างอะไรบ้าง ส่งข่าวสาร ก็จะยากสักนิดนึง สมัยตอมามีเทคโนโลยีทางการพิมพ์ ส่งเป็นสื่อสิ่งพิมพ์ทีละเยอะๆได้ กระจายได้ เอ้าต่อมาอีกเป็นสื่อโทรทัศน์ นี่ก็ไปเร็วดี ต่อมาอีกเป็นสื่อทางอินเตอร์เนต นั่นคือสื่อสังคมออนไลน์ ส่งข้อมูลอะไรไปต่างๆเนี่ย มีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยพุทธกาลนั่นแหละ แต่ก็ค่อยๆพัฒนา จนสมัยนี้นี่รวดเร็วมาก

เกริ่นมากตั้งยืดยาวนี่ท่านผู้ฟัง เพื่อที่จะบอกว่า มีเรื่องที่เขาแบ่งปันแชร์กันส่งต่อกันไปในเนตเนี่ย ที่ข้าพเจ้าไปดูมา เป็นเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตประเภทหนึ่ง ที่ว่าในฤดูผสมพันธ์ุ ตัวผู้จะไปหาตัวเมีย ที่ปกติแล้วตัวเมียจะมีตัวใหญ่กว่า แล้วก็มีอายุยืนยาวกว่า มากกว่าล่ะว่างั้น แล้วตัวผู้นี่ก็จะเกาะที่หลังตัวเมีย โดยใช้ตะขอเกี่ยว ในตลอดฤดูผสมพันธ์ุเลยนะ เวลาตัวเมียไปไหนมันก็ไปด้วย ไม่เดินเองให้ตัวเมียลากพาไป เวลากินอาหาร ก็กินอาหารที่ตัวเมียหาเป็นหลัก ตัวเองอาจจะหาบ้างแต่ก็หาเอาแถวๆนั้น แต่ตัวเมียจะเดินไปหาอาหารนั่นนี่ อาหารอะไรที่หล่นอยู่แถวนั้นตัวผู้ก็เก็บกินหากินเองนิดๆหน่อยๆ หลุมที่วางไข่ตัวเมียก็ขุด ตัวผู้ทำหน้าที่อย่างเดียว คือรอฉีดน้ำเชื้อเข้าผสม

ตัวเมียบางตัวมีตัวผู้เกาะหลังสามถึงสีตัวในคราวเดียวกัน ที่น่าประหลาดคือ ตัวผู้มีความภูมิใจที่มันได้ทำหน้าที่ในการฉีดน้ำเชื้อของมัน นี่คือหน้าที่ของมันอยู่แล้ว ตัวเมียที่เราอาจจะคิดว่าเหมือนโง่ให้เขาเกาะ หรือยินดีในความสุขเล็กๆน้อยๆเกิดขึ้น แต่ว่าตัวเมียนั้นก็ทำหน้าที่ในการทำให้เผ่าพันธ์ุของมันเจริญขึ้น สิ่งมีชีวิตนี้ท่านผู้ฟัง ท่านผู้ฟังอาจจะดาได้ล่ะ ก็คือแมงดานั่นเอง นี่คือลักษณะทางชีววิทยาของมันนะ ที่มันมีกระบวนการการผสมพันธ์ุในฤดูผสมพันธ์ุของันเป็นแบบนี้

แต่ที่น่าสนใจที่น่าประหลาดไปกว่านั้น คือ เลือดของมัน เลือดของแมงดาจะเป็นสีฟ้า ที่เป็นสีฟ้านั้นไม่เหมือนมนุษย์ที่เป็นสีแดงเพราะอะไร เพราะว่าสสารที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงในร่างกาย ของมนุษย์นี่เรียกว่า hemoglobin ทำให้เลือดของเราเป็นสีแดงเพราะมีส่วนผสมของเหล็กอยู่ในเลือดของเราเป็นตัวที่จะนำออกซิเจนไป แต่ว่าสำหรับแมงดา เลือดของมันเป็นสีฟ้า เพราะว่าสารที่จะนำออกซิเจนหรือว่าสารอาหารต่างๆไปเลี้ยงในร่างกายของมันเนี่ยเป็นสารประกอบที่มีทองแดงประกอบอยู่ ทำให้เลือดของมันออกมาเป็นสีน้ำเงิน แล้วเลือดของมันมีคุณสมบัติในการที่เวลามีสารที่เป็นสิ่งแปลกปลอมเป็นเชื้อโรคเป็นแบคทีเรียอะไรเข้ามา เลือดของมันจะไปล้อมเจ้าเชื้อโรคนี้เอาไว้ กันเอาไว้ ไม่ให้มันแพร่กระจาย พอกันเอาไว้ไม่มีอาหารเชื้อโรคมันก็ตายไปเอง คือกำจัดเชื้อโรคตั้งแต่ในระบบเลือดเลย

คือถ้าเปรียบเทียบกับมนุษย์เนี่ยนะ เชื้อโรคอะไรเข้าไปในร่างกายปึ๊บเนี่ย มันก็กินอาหารจากน้ำเลือด อากาศอะไรที่มันอยู่ในเลือด มันก็เอามาเป็นอาหารเพื่อที่จะแพร่พันธ์ุของมันออกไป เชื้อโรคเนี่ยนะ รอจนกว่าเจ้าเม็ดเลือดขวาที่มีจำนวนน้อยกว่าเม็ดเลือดแดงน้อยกว่าอาหารที่อยู่ในระบบเลือด เข้าทำงานที่ป้องกันอะไรต่างๆได้ ก็อาจจะมีความช้าลงมีขั้นตอนอะไรต่างๆ แต่สำหรับแมงดาท่านผู้ฟัง ระบบเลือดของมันสามารถที่จะป้องกันเชื้อโรคการติดเชื้อบาดแผลอะไรต่างๆได้ทันทีทันใด ทำให้สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมงดาสามารถดำรงเผ่าพงศ์พันธ์ุของมัน อยู่มาเป้นตั้งสมัยยุคไดโนเสาร์โน่นน่ะ แมงดาทะเลเนี่ยนะท่านผู้ฟัง ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคแรกไดโนเสาร์โน่นแล้ว ที่มันไม่ตายไม่สูญพันธ์ุ หนึ่งก็เพราะว่าคุณสมบัตินี้ของมันนี่แหล่ะ ที่ทำให้มันสามารถดำรงเผ่าพันธ์ุของมันจนถึงปัจจุบันนี้ได้

นี่คือสารคดีที่เกี่ยวกับชีวิตของแมงดา เราฟังแล้วให้ใช้ปัญญา ปัญญาในสามขั้นตอนดูพิจารณา ดึงเข้ามาหาในทางธรรมะอยู่เสมอ ทำให้ข้าพเจ้าท่านผู้ฟังนึกถึงธรรมะที่พระพุทธเจ้าบอกว่าเป็นเครื่องสำรอกเป็นเครื่องป้องกันเป็นเครื่องที่จะกำจัดสิ่งที่ไม่ดีออกจากไปจากจิตใจของเรา ธรรมะนั้นคืออริยมรรคมีองค์แปด เป็นเหมือนเครื่องสำรอก เครื่องที่จะกำจัดสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากจิตใจของเรา ป้องกันบาดแผล

 

แผลในทางใจมีอยู่หกแผลนี่แหละ คือตาหูจมูกลิ้นกายและใจ ที่จะเป็นแผลให้เชื้อโรคสิ่งต่างๆเข้ามาได้ จะปิดปกป้องรักษาบาดแผลนี้ ก็ต้องรักษาด้วยสติ พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนเป็นนายทวาร ที่จะรักษาปากแผลให้มันไม่เอาสิ่งที่สกปรกเข้ามา สัมมาสติที่อยู่ในอริยมรรคมีองค์แปดก็ทำหน้าที่เป็นตัวรักษา

 

สิ่งไม่ดีที่อยู่ในจิตของเราที่มีการสะสมเป็นอาสวะ มีสภาวะแห่งการสั่งสมอยู่แล้ว ไม่ดีกำจัดออกไป การกำจัดสิ่งที่ไม่ดีออกไป การเพิ่มเติมสิ่งที่ดีๆเข้ามา นั่นก็เป็นสัมมาวายามะ คืออยู่ในอริยมรรคมีองค์แปด

 

จิตนี้ก็เป็นตัวควบคุมกาย ควบคุมวาจา ควบคุมความคิดนึกต่างๆ ถ้าเรามีสัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ ความคิดการพูดการกระทำและอาชีพให้มีการดำรงอยู่ที่ถูกต้อง จากจิตที่มีสภาวะที่ดีๆ สิ่งเหล่านี้ก็อยู่ในอริยมรรคมีองค์แปด

 

ทิศทางที่เราดำเนินไป ไปทางไหน ถ้าไปทางที่เป็นไปเพื่อความไม่รู้มึนตึงเมา นั่นเป็นมิจฉาทิฏฐิ ถ้าเราดำเนินมุ่งหน้าไปในทางที่จะรอด ไปทางเบื้องสูง ไปทางที่จะไปสู่ความรู้ยิ่งรู้พร้อมและนิพพาน นั่นก็เป็นสัมมาสติ คือทิศทางที่เราจะเดินไปคือเหมือนกับคุณจะเดินลงนรกหรือคุณจะเดินไปนิพพาน ทิศทางที่ไปอาจจะยังไม่ถึง เหมือนแมงดานี่นะท่านผู้ฟัง มันจะเดินลงหม้อต้มให้เป็นอาหาร หรือมันจะเดินลงทะเลให้พ้นจากศัตรู ที่ไหนที่เราจะไป เราไปให้ถูกทิศ ก็เป็นสัมมาทิฏฐิขึ้นมา สิ่งต่างๆเหล่านี้เข้ากันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เหมือนอย่างเจ้าแมงดาเนี่ย เข้ากันอยู่ในจนถึงอยู่ในระบบเลือดของมัน เลือดเป็นเหมือนกับเรื่องที่เป็นพื้นฐาน basic สุดๆ ของเจ้าสิ่งมีชีวิตนี้ ทำให้มันรอดอยู่มาได้

 

ดูสารคดีดูเรื่องราวตรงนี้แล้ว ทำให้นึกถึงมรรคแปดเป็นเครื่องมือที่พระพุทธเจ้าให้เอาไว้เพื่อที่จะสำรอกกำจัดความไม่ดีต่างๆเหล่านี้ เยี่ยมมากเลยท่านผู้ฟัง ดีมากๆ พูดถึงมรรคแปดนี่นะ ที่จะกำจัดสำรอกถ่ายถอนสิ่งที่ไม่ดี

 

บางทีเราอาจจะคิดว่าฉันเกิดมา ชีวิตฉันเป็นแบบนี้ หรือฉันตกอยู่ในสถานกราณ์แบบนี้ โอวแย่จริงๆเลย ไม่ดีเลย ทั้งเรื่องการงาน เรื่องครอบครัว เรื่องสิ่งแวดล้อมเราจะเอาตัวเรารอดออกจากสถานกราณ์นั้นๆได้อย่างไร เหมือนแมงดามันรอดมาจากยุคไดโนเสาร์ ที่นักวิทยาศาสตร์เขาคาดการณ์เข้าใจกันว่ามีอุกาบาตมาตกลงบนโลก แล้วก็ทำให้พวกไดโนเสาร์สูญพันธ์ุไป แมงดาเขารอดมาได้อย่างไง

นี่แหล่ะเป็นหนึ่งในคุณสมบัติของมัน แทนที่มันจะหนีขึ้นบกโดนไฟเผา มันก็หนีลงทะเล รอดพ้นจากความร้อนต่างๆ ในระบบเลือดของมันถ้ามันเป็นแผลนั่นนี่ มันก็ยังมีระบบเลือดที่ช่วยรักษาบาดแผลกำจัดพวกแบคทีเรียสิ่งที่เป็นอันตรายในชีวิตของมัน

 

ถ้าชีวิตของเราไม่ดี เดินตามมรรคแปด ชีวิตของเราไม่รุ่ง แป๊ก ทำงานไม่ได้ ติดขัดกับคนนั้นคนนี้ ยังมีความคิดในทางพยาบาท ยังมีความคิดในทางไม่พอใจ ให้มีเมตตา ให้มีอุเบกขา อยู่ในสัมมาสังกัปปะ วาจาคำพูดของเราให้อยู่ในสัมมาวาจา การกระทำของเราให้อยู่ในสัมมากัมมันตะสัมมาอาชีวะ อย่าอาศัยเพียงความชั่วความไม่ดีของสิ่งแวดล้อม มีคนอื่นเป็นต้น มีอุกาบาตเป็นต้น มีความร้อนจากสิ่งอื่นๆมากระทบเป็นต้น แล้วก็มาอนุญาตให้ตัวเองทำความชั่ว ทำความชั่วเมื่อไหร่มันเผาตัวเอง ยิ่งตกลงหนักกว่าเดิมอีก คือยิ่งแย่ลงอีก เหมือนมีมีดบาดเป็นแผลแล้ว เปิดปากแผลออก เกาอีก มันคันนี่ คันเพื่อที่จะให้หายคันก็เกา ยิ่งเกาเมีือไหร่ปุ๊บ โอโหแผลยิ่งเหวอะหวะ นำเหลือก็มาก สิ่งสกปรกก็เข้าไป โอวยิ่งแย่ยิ่งแย่

 

 

ที่มีเรื่องกระทบที่ทำให้เจ็บช้ำน้ำใจ ยิ่งด่ากัน ยิ่งให้ร้ายกัน ยิ่งแบบว่าพูดทิ่มแทงกัน โอวมันจะไปดีไงท่านผู้ฟัง ยิ่งแย่ เหมือนมีไฟไหม้อยู่ ยิ่งวิ่งเข้าหาไฟ ยิ่งจะไหม้เร็วหนักขึ้น ยิ่งจะไม่รอด แต่ทางรอดท่านผู้ฟัง คือต้องอย่าเกา ต้องปิดที่ปากแผล กำจัดเชื้อโรคต่างๆออกให้ดี

 

 

ถ้าเป็นแผลมีเรื่องมากระทบกันให้เกิดความไม่พอใจ อย่าพูดไม่ดีนะ เปรียบมันเหมือนยิ่งใส่เชื้อเติมเข้าไปในไฟ แต่ให้พูดดีๆกัน พูดดีๆนี่เป็นอย่างไง ไม่ใช่แบบว่าเอาอกเอาใจยกย่อง พูดแบบ ขอโทษนะ คือตอแหลไป หรือตะแบงไป แถไปวันๆ แต่ให้มีสัมมาวาจา ความจริงอะไรบางอย่างที่พูดไปแล้วเขาจะเคือง นี่จะเป็นวาจาส่อเสียดยุยงแตกกันได้ ความจริงบางอย่างเราก็ไม่ต้องพูดหมด เพื่อที่จะให้สถานกราณ์มันดีขึ้น เอ้าก็ต้องรักษาสัมมาวาจา อย่าคิดไม่ดีกับคนอื่นท่านผู้ฟัง คิดไม่ดีกับคนอื่นมีแต่เติมเชื้อไฟ ให้เรามีความสบายใจ ให้เรามีอุเบกขา

 

อุเบกขาคือความที่เกิดผัสะไม่น่าพอใจแล้วเราก็ยังทนได้ ยังตั้งสติอยู่ได้ ไ่ให้สิ่งที่เป็นอกุศลธรรมเกิดขึ้นในจิตใจของเรา อุเบกขานี่แบบไม่ใช่ว่าไม่ใส่ใจอะไร อยู่ไปวันๆ แล้วก็ไม่สใจล่ะเรื่องนั้นเป็นอย่างไงก็ไม่สนใจ นี่ไม่ใช่นะ อุเบกขานี่หมายถึงความวางเฉย ความวางเฉยนี่หมายถึง เวลามีอะไรมากระทบที่มันไม่ดีไม่พอใจหรือจะดีจะพอใจก็ตาม ก็ไม่ได้ยินดีพอใจลุ่มหลงหรือขยะแขยงเกลียดชังให้เกิดสิ่งที่เป็นอกุศลธรรมทั้งทางบวกทางลบในจิตใจของเรา นที่ยับยั้งตรงนี้ได้ เฉยได้นี่ก็เรยกว่าเป็นอุเบกขา

 

ให้มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในจิตใจของเรา เราจะรอดจากสถานกราณ์ไหนๆก็ตาม ให้มรรคแปดมันหลอมรวมเข้าอยู่ในทุกจุดทุกอณูทุกความคิดทุกดวงจิตทุกๆผัสสะ ที่เราแบบกระทบเลย ที่เราแบบรับรู้เลย โห นี่จะดีมากเลย เหมือนคุณสมบัติเลือดของแมงดา มันอยู่ในเลือดของมัน คือไม่ต้องใส่ยาหาอะไรเพิ่มลงไป เหมือนอย่างกรณีของมนุษย์หรือสัตว์อื่นก็ยังมีไปหายากินเพิ่มเติมลงไป แต่แมงดายานี่อยู่ในเลือดของมันอยู่แล้ว

 

 

….ในจิตใจของเรา ยาที่จะสำรอกกำจัดความไม่ดี บำรุง ที่อยู่ในจิตใจของเรา นั่นคือมรรคแปด...

 

พูดถึงจุดนี้นะท่านผู้ฟัง เราดูนะ เวลาเขาด่ากันเนี่ย เขาก็เอาคนไปเปรียบเทียบกับสัตว์ คิดดูนะ เช่นว่าประเภทอุปนิสัยของแมงดามันเป็นอย่างนี้ ก็เลยเอาชื่อของสัตว์ประเภทนี้ไปเปรียบเทียบกันกับผู้ชายที่มีลักษณะแบบเกาะผู้หญิงกิน คือเขาเอาคนที่มีพฤตืกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งที่ไม่ดีไปเปรียบเทียบกับสัตว์ให้มันดูต่ำ ใช่ป่ะ แต่ว่าสัตว์ที่เรามาดูเหมือนต่ำๆเนี่ย เอามาเปรียบเทียบกับคนการด่าเขาว่าเขาอย่างเงี๊ยะ โอวมันมีความดีอยู่ในตัวของมันนะ

แมงดาที่เอาไว้ใช้ด่าผู้ชายที่มีลักษณะแบบนั้น แต่เลือดของมันยังมีประโยชน์ เลือดมันนี่แกลลอนนี่ยังไม่ถึงกี่ลิตรเนี่ย เกือบสองล้านน่ะ ถ้าคิดดูแล้วก็ตกลิตรละห้าแสนบาทนะ ของเหลวไหนลิตรละห้าแสนบาท เลือดของมนุษย์นี่ไม่ถึงเลย คุณไปขายเลือดให้สภากาชาด อย่างเวลาบางคนไปบริจาคเลือด เขาให้เงินมา ไม่ถึงหนึ่งในสิบของเลือดแมงดาด้วยซ้ำ แล้วถ้าเราบอกจะดูคุณค่าของชีวิต โอวแมงดานี่ ถ้าเอาแค่ตัเลขตรงนี้นะ ยังมีค่ามากกว่ามนุษย์อีกน่ะ ถ้าเปรียบเทียบลิตรต่อลิตรนะ

หรือสัตว์สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่เขาเอามาเปรียบเทียบกับมนุษย์ เลาใช้ด่ากันเนี่ย เอาพฤติกรรมของมันมาเปรียบเทียบกับคน ถ้าบางทีสำซ่อนกันมาก ไม่รู้ใครเป็นพ่อเป็นแม่ เกิดออกมา บางทีเขาเอาชื่อของสุนัขเนี่ยมาเรียกคนประเภทนั้น แต่ว่าสุนัขท่านผู้ฟัง ความดีของมันยังมีความซื่อสัตย์มาก มีความรักเจ้านาย มีความรักเจ้าของ โหนี่เป็นความดีในสิ่งที่เราคิดว่ามันไม่ดีนั้น เอามาเปรียบเทียบเอามาเป็นด่ากัน

หรือคนแบบที่น้ำหนักมากเงี๊ยะ ก็เปรียบเทียบกับสุกร พูดสุภาพๆนะท่านผู้ฟัง เอาไปเปรียบเทียบกับสุกรนี่มันจุกินนั่นนี่ โอว อ้วนขึ้นมา มีน้ำหนักมาก หมูนี่ฉลาดกว่าหมาอีกนะ เขาทำการวิจัยกันออกมาว่าสุกรความฉลาดของมันเท่ากับเด็กอายุสี่ขวบ สามรถแก้ปัญหาตอบคำถามหรือว่าแก้โจทย์ในลักษณะที่เด็กอายุสี่ขวบเขาจะแก้ได้ หมูสุกรเนี่ยทำได้ แต่สุนัขไม่รู้เรื่องทำไม่ได้

หรือบางคนเอาชื่อของตัวเงินตัวทองมาด่ากัน ก็ไม่รู้มันไปทำผิดอะไรตรงไหนสัตว์ประเภทนี้ ทำให้เอามาด่าเป็นชื่อคน แต่ว่าความดีของมันนี่คือ เป้นตัวทำให้เกิดความสมบรูณ์ในระบบนิเวศ เพราะมันเป็นตัวกินซากเป็นตัวกำจัดสิ่งต่างๆ เกิดความสมบรูณ์สมดุลในระบบนิเวศขึ้นมา

 

คนเขาจะด่าจะว่ากัน มันก็อยู่ที่ปากเขา ปากเขาจะด่าว่าให้เจ็บก็เอาสิ่งเหล่านั้นสิ่งเหล่านี้มาเปรียบเทียบ แต่คนเรามันจะดีหรือไม่ดีเนี่ย มันไม่ได้อยู่ที่ปากเขาไง อยู่ที่การกระทำของเรา

 

ดูอย่างพระพุทธเจ้าของเรานะ ชื่อนามสกุลของท่านคือโคดม โคตม มีเรื่องราวในอรรถคาถาที่อธิบายไว้ในบางที่บางแห่ง พูดถึงว่าเคยเกิดเป้นโคมาก่อนเป็นวัว ดูก็เอาคนที่แบบบื้อๆคิดอะไรไม่ค่อยออก เอาชื่อของควายไปเปรียบเทียบ ว่าโง่เหมือน นั่นแหละ แต่พวกโคกระบือมันไถนาได้นะ ปลูกข้าวให้เรากินเนี่ยมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ โคกระบือพวกนี้ล่ะ ประโยชน์มี ความไม่ดีอะไรที่เขาเอาชื่อสัตว์เดรัจฉานหรือสิ่งมีชีวิตใดชีวิตหนึ่ง

 

เราดูรู้ เราให้เกิดปัญญา ถ้าเราทำดีจริง หรือทำไม่ดีจริง การกระทำนี้มันอยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่ปากเขา

 

แต่ว่าถ้าเราทำความไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่ง ผิดศีลข้อใดข้อหนึ่ง โอวแล้วเขาจะยกย่องเราด้วยวาจาที่แบบเลิศหณุ ฟังแล้วลอยเลย ท่านอย่างงั้นดีอย่างงี้ กินเหล้านี่ก็เพื่อสุขภาพหรอกนะ นิดหน่อยไม่เป็นไร ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้

 

... ความดีมันก็ไม่ได้อยู่ที่ปากเขา ความดีอยู่ที่การกระทำของเรา ความชั่วก็เหมือนกัน…

 

เขาจะด่าว่าเราขนาดไหนก็ตาม แต่ถ้าเราทำความดีจริงๆ ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์เป็นธรรมเป็นวินัย ด่านี่บางทีแบบเจ็บมากเลยนะ ยกสิ่งมีชีวิตประเภทใดประเภทหนึ่งด่าขึ้นมาเนี่ย คำด่าหรือคำชมนั้นก็อยู่ทีปากของคนนั้นนะ อยู่ที่ปากของคนพูด อยู่ที่ความคิดของคนพูด แต่ความดีหรือความไม่ดีของเรา อยู่ที่ตัวเรา

 

ความดีหรือความไม่ดี มีสามระดับคือความคิด การพูด และการกระทำ อยู่ในอริยมรรคมีองค์แปด

 

เราเลือกเอา เราจะทำสิ่งที่เป็นมิจฉามรรคคือทางต่ำ ไล่ไปตั้งแต่มิจฉาทิฏฐิ มิจฉาสังกัปปะจนถึงมิจฉาสมาธิ สมาธินะคือความที่มันเข้ากันเป็นหนึ่ง ความชั่วมันเข้ากันได้ไง คนพูดชั่วคิดชั่วกระทำชั่ว ขโมยของลักทรัพย์ หาช่องตะแบงแถเอาโกง มันเข้ากันได้ มันเข้ากันดีด้วย คำพูดชั่วๆเข้ากัน เพ่งเล็ง นั่นก็เป็นมิจฉาสติ เข้ากันดี ไปทางนี้ ความชั่วนั้นก็อยู่ที่ตัวเรา และถ้ามันขยายผลมันก็สะเทือนคนออื่นด้วย

ถ้าในทางตรงกันข้าม ควมดี คิดดีพูดดีทำดี รักษาศีลได้ ขยันขันแข็ง โอวสิ่งนี้มันเข้ากันได้ เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นสัมมาสมาธิ เข้าเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้ว มาในทางนี้ ความดีอยู่ที่นี่ ต่อให้เราทำความชั่ว เขาจะชมปานไหนก็ตาม มันจะดีขึ้นมามันไม่ได้ บางทีตั้งชื่อนี่หรูเลิศ วิลิศมาหรา ดีมากๆ แต่ถ้าทำไม่ดี มีความคิดการพูดการกระทำที่แย่ ก็ดีแค่ชื่อ แต่ว่าในเนื้อในแก่นนี่หาสาระไม่ได้ แต่บางคนชื่ออาจจะไม่ได้ดีอะไร ก็ธรรมดา ชื่อคนเราบางที ก็พยายามตั้งให้เป็นมงคลใช่มั้ยล่ะ บางคนไปลงทุนเปลี่ยนชื่อ เสียตั้งหลายพันหลายหมื่น แต่ถ้าไม่ได้ทำความดีมันจะเกิดขึ้นไม่ได้นะ มีแต่ชื่อ

แต่บางคนชื่ออาจจะไม่ได้วิลิศมาหราอะไร ชื่อก็ธรรมดา พื้นๆบ้านๆ บางทีมีเสียงพ้องกับคำที่ไม่ดีด้วยซ้ำก็เอามาล้อมาเล่นกัน แต่ถ้าชีวิตของเรามีมรรคแปด มันเข้ากันได้อย่างดี เลยนะ มีมรรคแปดดำเนินชีวิตไปในทางดี คิดดีพูดดีทำดี มีความดีเป็นแก่นสารเนี่ย ไม่ใช่แค่ชื่อนะ ดูอย่างแมงดา แมงดาชื่อไม่ดีพฤติกรรมสิ่งมีชีวิตของมันเป็นอย่างนี้ แต่ในเลือดของมันเนี่ย มีความดีอยู่

สุนัขก็ตาม สุกรก็ตาม ตัวเงินตัวทองหรือสิ่งมีชีวิตอะไรที่เราเอามาด่ากันเนี่ย มันมีความดีอยู่ในตัวของมัน เราจะเห็นมั้ย เราใช้ปัญญาท่านผู้ฟัง เราใช้ปัญญาในการคิดดีทำดีพูดดี พฤติกรรมของสัตว์อื่นๆบางอยางมีเยอะแยะมากมาย อย่างเราเอาคำว่าเฒ่าหัวงูมาว่าคนที่แบบอายุมากแล้ว แต่ยังเจ้าชู้ใช่มั้ยล่ะ แต่ว่าพิษงูอย่างเช่นพิษของงูจงอาง โปรตีนที่อยู่ในพิษมัน สามารถทำเป็นยาแก้ปวดที่มีประสิทธิภาพสูงกว่ามอร์ฟีนเป็นตั้งหลายสิบเท่าได้ แพงกว่าเลือดแมงดาอีก ว่างั้นนะ หรือพฤติกรรมที่ไว้ใจไม่ได้ของแมงป่อง พิษของแมงป่องยิ่งมีประโยชน์มากกว่าด้วยซ้ำ เรื่องนี้เรามาพูดกันได้ไม่จบไม่สิ้น

 

ความไม่ดีอย่างใดอย่างหนึ่งที่เราเห็น ถ้าเราดูด้วยปัญญา มีความดีแฝงอยู่ในนั้นเสมอ นี่คือสิ่งที่มากระทบนะ

 

สิ่งที่มากระทบอย่างใดอย่างหนึ่งอาจจะเป็นทุกขเวทนา สิ่งที่ไม่น่าพอใจ แต่มีความดีแฝงมาด้วยเสมอ ความดีนั้นอยู่ที่ไหน อยู่ที่การกระทำของเรา ไม่ได้อยู่ที่ชื่อ ไม่ได้อยู่ที่ปากคนอื่นเขาเรียก หรือคนอื่นเขาด่า หรือคนอื่นเขาชม แต่อยู่ที่การกระทำของเราว่า มีมรรคแปดมั้ย ถ้าการกระทำของเราตั้งอยู่ในมรรคแปด อยู่ในขี้ตม เพชรก็ยังเป็นเพชร ทองก็ยังเป็นทอง

 

เราอยู่ในสภาวะที่ไม่น่าพอใจ สิ่งแวดล้อมที่มีแต่คนด่าคนว่า ถ้าเราเป็นคนดีจริงๆ ความดีอยู่ที่นี่ ถ้าเราเป็นคนขาวจริงๆนะ อยู่ในที่ที่มันมีแต่ความมืดแวดล้อมอยู่ อย่างไงก็ขาวอยู่ท่านผู้ฟัง ให้เราตั้งมั่นอยู่ในความดี ใช้ปัญญาให้เห็น สิ่งต่างๆที่มากระทบ เรื่องราวต่างๆ ให้เข้าถึงจุดที่จะทำให้เกิดการทำการปฏิบัติในจิตใจของเรา เป็นภาวนามยปัญญา ให้เกิดขึ้นให้ได้ มันจะมาจบลงรวมกันลงกันในมรรคแปดนี่ล่ะ

 

ท่านพระสารีบุตรเปรียบเทียบไว้ว่า สัตว์บกทั้งหมดไม่มีรอยเท้าอะไรที่จะใหญ่ไปกว่ารอยเท้าช้าง ไดโนเสาร์นี่ไม่อยู่แล้วนะ ช้างนี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในชนิดของสัตว์บก ธรรมะอะไรก็ตาม เรื่องเมตตา เรื่องให้ทาน เรื่องขยันทำมาหากิน ทุกอย่างจะมารวมลงอยู่ในมรรคแปดนี้ ให้เรามีความมั่นใจ มีความตั้งใจ ตั้งใจทำความดี มั่นใจอยู่ในความดี ชีวิตของเรานั้นจะดีขึ้นได้ แน่นอน

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง