ทวนกระแสของมาร ไปสู่นิพพาน

  • จากเขมกสูตร เมื่อภิกษุเขมกะเข้าใจแล้วว่า “ขันธ์ทั้ง 5 ไม่มีตัวตน” แต่ทำไมจึงยังไม่บรรลุเป็นพระอรหันต์ และท่านเป็นอริยสาวกแล้ว แต่ทำไมจึงกล่าวว่า “เรามีในอุปาทานขันธ์ 5”
  • จากสมณมุณฑิกสูตร คำว่า “ความดับแห่งศีลอันเป็นกุศลนั้น” หมายถึงอย่างไร
  • จากโคธิกสูตรและวักกลิสูตร ทำไมมารจึงตามหาวิญญาณของพระโคธิกะและพระวักกลิ ไม่ตามหาจิต หรือวิญญาณมีความสำคัญมากกว่าจิต

 

- ตอบคำถามประจำสัปดาห์ -

 

คุณคมสัน (puredhamma facebook fanpage และเว๊บไซต์ haisok.co)

คำถาม : จากเขมกสูตร มีความสงสัยว่า ภิกษุเขมกะ เมื่อเข้าใจแล้วว่า “ขันธ์ทั้ง 5 ไม่มีตัวตน” แต่ทำไมจึงยังไม่บรรลุเป็นพระอรหันต์ และท่านเป็นอริยสาวกแล้ว แต่ทำไมจึงกล่าวว่า “เรามีในอุปาทานขันธ์ 5”

คำตอบ : ภิกษุเขมกะที่กล่าวเข้าใจแล้ว แต่ว่ายังมีความยึดถือในขันธ์ 5 อยู่ นี้แสดงว่า อย่างน้อยเลยต้องเป็นโสดาปัตติผล อย่างมากต้องเป็นอนาคามีผล เพราะว่าโสดาบันจะมีความเข้าใจในเรื่องความเป็นอัตตาและความอนัตตาอย่างดี จนสามารถละ ‘สังกายทิฏฐิ‘ ที่เป็น ‘สังโยชน์’ เครื่องร้อยรัดเบื้องต่ำอย่างแรกได้ จึงไม่สงสัยเรื่องความเป็นตันตน ความไม่ใช่ตัวตน ความเป็นอัตตาหรือเป็นอนัตตา แต่ว่ายังละความยึดถือในขันธ์ทั้ง 5 ได้ไม่หมด ซึ่งความยึดถือคืออุปาทาน ที่รัดให้อยู่ในภพ คือ สังโยชน์ 10 (ฟัง/อ่านเพิ่มเติมในพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง)

การละสังโยชน์อาจจะละได้ 3 อย่างบ้าง 5 อย่าง 6 อย่าง 7 อย่าง แต่ถ้ายังละไม่หมด 10 อย่าง ถ้ายังเหลือแม้แต่เส้นเดียวใน 10 เส้น คือ ยังมีอุปาทานอยู่ ถ้าละได้บางเส้น คือ ยังละได้ไม่หมด

ที่ว่าเข้าใจดีแล้ว ต้องเป็นอย่างน้อยคือ โสดาปัตติมรรค เพราะว่าโสดาปัตติมรรคก็เข้าใจ** แต่ว่ายังละสังโยชน์ไม่ได้เลยแม้สักเส้นเดียว แต่ถ้าเป็นโสดาปัตติผล ก็จะละได้ 3 เส้น ถ้าดีขึ้นไปอีกจะเป็นอนาคามีละได้ 5 เส้น แต่ว่ายังละไม่ได้ทั้งหมด เลยยังมีความยึดถืออยู่

** (อริยสาวก คือ 1. สาวกผู้เป็นพระอริยะ, สาวกผู้บรรลุธรรมวิเศษ มีโสดาปัตติมรรค เป็นต้น 2. สาวกของพระอริยะ (คือของพระพุทธเจ้าผู้เป็นอริยะ)

ในภายหลังของเขมกสูตร สหายภิกษุที่ได้ทวนถามสอบถามประมาณ 60 รูปและเขมกะภิกษุ ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ทั้งหมด เพราะมีความเข้าใจแจ่มแจ้ง จากการคุยการสอบถาม ยกตัวอย่าง อุปมาอุปมัยต่างๆ เช่น กลิ่นดอกบัว น้ำด่าง ฯ

 

คำถาม : จากสมณมุณฑิกสูตร ทำไมพระพุทธเจ้าตรัสกับช่างไม้ว่า “ภิกษุในธรรมวินัยนี้เป็นผู้มีศีล แต่ว่าจะสำเร็จด้วยศีลหามิได้ ย่อมรู้ชัดตามที่เป็นจริง ซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับหมดแห่งศีลอันเป็นกุศลเหล่านั้น” จึงถามว่า คำว่า “ความดับแห่งศีลอันเป็นกุศลนั้น” หมายถึงอย่างไร

คำตอบ : หมายความว่า ไม่ใช่ศีลแค่นี้แล้วจบ ยังมีที่เหนือกว่าศีลขึ้นไปอีก คือ ปัญญาวิมุติ เจโตวิมุติ..ปัญญาวิมุติ นี่คือ สัมมาทิฏฐิ เจโตวิมุติ คือเรื่องของจิต เรื่องของสมาธิ นั่นคือ สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ ทั้งหมดนี้ เป็นทาง เป็นมรรคเพื่อให้ไปถึงนิพพาน เวลาคนที่นิพพานแล้ว หมดกิเลสแล้ว..ปรินิพานด้วย ไม่ได้เอากองศีล กองสมาธิ กองปัญญาไปด้วย ยังอยู่ที่นี่ ในนิพพาน ศีลก็ไม่มี พูดง่ายๆ คือ มรรคทั้งหมดดับไป

ดับหมด ตรงนี้คือ ศีลที่เป็นกุศล กองศีลก็ดับไปด้วย ความสว่าง ความมืดในนิพพานไม่มี ดับหมด หายหมด..จะเข้าสู่ตรงนี้ได้อย่างไร ต้องเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ แม้เจโตวิมุติและปัญญาวิมุตินั้น ก็ดับไปด้วย เพราะสิ่งเหล่านี้ ศีล สมาธิ ปัญญา ที่เราจะพัฒนาให้มันเกิดมีขึ้น เราทำที่กาย วาจา ใจของเรา เราทำที่นี่..อยู่ในจิตในใจนี้ ถ้าจิตดับ ที่มันจะไปก้าวลงในช่องทางกาย ช่องทางวาจา ช่องทางใจ ดับหมด ในนิพพานก็เป็นที่ดับ จิตก็ดับด้วย จิตดวงที่จะไปเกิด ดับแน่นอน ดับหมดแล้ว ทุกอย่างก็ค่อยๆ ดับไปๆ

 

คำถาม : จากโคธิกสูตรและวักกลิสูตร ทำไมมารจึงตามหาวิญญาณของพระโคธิกะและพระวักกลิ ไม่ตามหาจิต หรือวิญญาณมีความสำคัญมากกว่าจิต

คำตอบ : พระโคธิกะและพระวักกลิที่ป่วยไม่สบาย จึงมีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย จังหวะที่กำลังจะฆ่าตัวตาย ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ ไม่ก่อนไม่หลังการตายนั้น การหาจิตของมาร หาไม่เจอ เพราะว่าจิตดับไปแล้ว และวิญญาณก็ไม่ได้ตั้งอยู่แล้ว กายแตก ปรินิพพานแล้ว

ความแตกต่างระหว่างพระอรหันต์ที่ยังมีขันธ์อยู่ กับพระอรหันต์ที่ขันธ์ 5 ดับแล้ว คือ ตายแล้ว ดับขันธ์ปรินิพพานแล้วด้วย อย่างกรณีของพระวักกลิและพระโคธิกะ เป็นพระอรหันต์แล้ว และเสียชีวิตแล้วด้วย กายแตกแล้ว แตกต่างกันกับท่านพระสารีบุตร เป็นต้น ที่เป็นพระอรหันต์เหมือนกัน จิตที่จะไปเกิดนี่ ดับแล้ว แต่ว่ากายยังมีอยู่ ยังเดินเหินได้ ยังพูดได้อยู่ นั่นคือยังมีขันธ์ 5 ทำงานอยู่นั่นแหละ แต่ว่าความยึดถือในขันธ์ 5 ไม่มี พูดง่ายๆ ยังคุยกันรู้เรื่อง มีการรับรู้ทางตา ทางหูได้ มีโสตวิญญาณ มีจักษุวิญญาณอยู่ อันนี้คือยังมีวิญญาณอยู่ แต่จิตดวงที่จะไปเกิดนั้นดับแล้ว ก็แตกต่างกันตรงนี้ อันนี้เป็นความเห็นของข้าพเจ้านะ ดูตามจากเนื้อหาในพระสูตร

มารตามหา เพื่อที่จะเบียดเบียน เพื่อที่จะตัดล้างความดี..นี่คือวิสัยของมาร เขากำลังทำความดีกันอยู่ ก็เข้าไปขวาง เป็นคนขวางโลก เป็นคนตัดล้างความดี ขวางโลกคือ เขากำลังเพลิดเพลินลุ่มหลงกัน อันนี้บอกให้ไปปฏิบัติธรรม คือ ถ้าเราพูดกันตามภาษาชาวบ้าน อันนี้คือคนขวางโลก แต่ไม่ใช่ เรากำลังพูดถึงการทวนกระแส

การทวนกระแสความชั่ว ให้ไปตามกระแสความดี นี่พระพุทธเจ้าทำมาเป็นคนแรกเลย..เริ่มต้นจากการประกาศธรรมจักร เป็นการทวนกระแสอยู่แล้ว..คือ ไม่ไปตามกระแสของโลกเขา แต่ว่ามาตามกระแสที่ไปสู่นิพพาน แต่กระแสที่จะไปสู่นิพพาน ถ้าว่าตัดกระแสตรงนี้ อันนี้ก็ขวางโลกอีกแบบหนึ่งนะ คือ ขวางทางไปนิพพาน นี่มารมันจะเป็นแบบนี้ ตัดล้างความดี

..เราจะทวนกระแส ตัดกระแสของมารได้ เราก็ต้องอย่าไปตามทางมัน ต้องปฏิบัติตามมรรคแปด เราทำความดีอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ ทำต่อไปเถอะท่านผู้ฟัง ถึงแม้ว่าจะมีคนมาเหน็บแนม พูดนั่นนี่ใส่ให้ เราก็อดทนเอา เราก็ทำความดีของเราต่อไป อะไรดีหรือไม่ดี เราก็ดูตามที่พระพุทธเจ้าสอน ที่ครูบาอาจารย์อบรมให้ข้อมูลต่างๆ ความดีของเราจะไม่สูญหายไป สามารถที่จะสืบต่อความดีของเราให้ดำเนินต่อเนื่องไปได้

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ความหมายคำว่า “อริยสาวก” พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต) พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

  1. สาวกผู้เป็นพระอริยะ, สาวกผู้บรรลุธรรมวิเศษ มีโสดาปัตติมรรค เป็นต้น
  2. สาวกของพระอริยะ (คือของพระพุทธเจ้าผู้เป็นอริยะ)

อ่าน "เขมกสูตร" พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค

อ่าน "สมณมุณฑิกสูตร" พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๓ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๕ มัชฌิมนิกาย มัชฌิมปัณณาสก์

อ่าน "วักกลิสูตร" พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๗ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๙ สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค

ฟัง “ปัญญาเป็นอันดับสูงสุด” ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ฟัง “มีสมาธิปัญญาพอประมาณ” ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ฟัง “รู้สัญญาเกิดสัญญาดับเพราะการศึกษาตามลำดับขั้นของศีล สมาธิ ปัญญา” ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2561

ฟัง “ทำมารให้ตาบอด” ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2560

ฟัง “คำพุทธ - เขมกสูตร ว่าด้วยไม่มีตนในขันธ์ ๕” ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ฟัง “อธิบาย - เขมกสูตรว่าด้วยไม่มีคนในขันธ์ ๕” ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ฟัง “สังโยชน์ ๑๐ กิเลสที่เป็นเครื่องร้อยรัดจิตใจ” ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ฟัง “คำพุทธ : สมณมุณฑิกสูตร (เรื่องอุคคาหมานปริพาชก)” ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ก่อนหน้า