ถปติสูตร ช่างไม้ผู้เป็นอริยสาวก

  • ถปติสูตร เรื่องของช่างไม้ผู้เป็นอริยสาวก เป็นผู้อยู่ครองเรือน มีความเลื่อมใสศรัทธาและตั้งอยู่ในโสตาปัตติยังคะ 4
  • การปรารภในเรื่องที่ว่า “ฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาปลอดโปร่ง ท่านทั้งหลายควรไม่ประมาท”
  • ผู้ที่ยังมีความวุ่นวายในกิจการที่จะต้องระมัดระวัง ถ้าประกอบด้วยธรรม 4 ประการนี้ ย่อมเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ต่อพระนิพพาน มีการตรัสรู้พร้อมเป็นเบื้องหน้า

 

“...ช่างไม้ทั้งหลาย อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ย่อมเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ต่อพระนิพพาน มีการตรัสรู้พร้อมเป็นเบื้องหน้า ธรรม ๔ ประการ เป็นไฉน?

อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม และในพระสงฆ์ มีใจปราศจากความตระหนี่อันเป็นมลทิน มีจาคะอันปล่อยแล้ว มีฝ่ามือชุ่มเป็นปกติ ยินดีในการสละ ควรแก่การขอ ยินดีในการจำแนกแจกทาน อยู่ครองเรือน

ช่างไม้ทั้งหลาย อริยสาวกผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเหล่านี้แล ย่อมเป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงแท้ต่อพระนิพพาน มีการตรัสรู้พร้อมเป็นเบื้องหน้า.”

 

ถปติสูตร (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง) เป็นเรื่องของช่างไม้สองคนที่ชื่อว่า อิสิทัตตะ และ ปุรณะ (“ถปติ” แปลว่า ช่างไม้)เป็นผู้มีศรัทธาในพระพุทธเจ้าเป็นอย่างมาก เป็นตัวอย่างให้เห็นถึงการดำเนินชีวิตที่ไม่ประมาท แม้การงานอาจจะยากลำบากในเรื่องของปากท้อง แต่ว่าไม่ประมาทในการงานอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ประมาทในการงานแล้ว อาจจะมีทรัพย์มากน้อยนี้ไม่ใช่ประเด็น แต่การที่มีใจยินดีจะสละออก ไม่ว่าน้อยก็ตามมากก็ตาม ให้เกิดความดีจุดนี้ขึ้นแล้ว พร้อมประกอบด้วยความศรัทธาในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 4 อย่างนี้รวมกัน มีคุณค่ามาก เป็นโสตาปัตติยังคะสี่ มีค่ามากกว่าทรัพย์สมบัติใด ๆ ในโลกที่มารวมกันทั้งหมด มากกว่าความเป็นท้าวสักกะเทวราชด้วยซ้ำ ก็ยังดีไม่เท่าความที่ได้เป็นโสดาบัน.

 

“ฆราวาสคับแคบเป็นทางมาแห่งธุลี บรรพชาปลอดโปร่ง ท่านทั้งหลายควรไม่ประมาท”

 

ในอีกประเด็นที่ช่างไม้ทั้งสองได้ปรารภถึงความยากลำบาก มีความคับแค้น มีความที่จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก ในการที่จะเดินทางตามไปยังเมืองอื่น ๆ เพื่อเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้ากับคณะภิกษุ ก็เดินทางไปไม่ได้ เพราะว่าเป็นช่างไม้หลวง จะเที่ยวเดินทางไปไหนโดยที่พระราชายังไม่อนุญาต ไม่ได้ จึงเสียใจที่ไม่ได้ถวายทาน ไม่ได้ติดตามไปด้วย หรือแม้แต่จะได้ยินว่าพระพุทธเจ้าจะทรงเสด็จมายังที่นี่ เมื่อได้ยินก็ดีใจเป็นอย่างมากมาย ส่งคนมาค่อยติดตามว่าพระพุทธองค์เดินทางมาถึงไหนแล้ว เมื่อถึงแล้วจึงเดินทางไปติดตามไปพบ พระพุทธเจ้าเมื่อทรงทราบถึงความที่ช่างไม้สองคนผู้มีศรัทธาติดตามมาก็จึงประทับนั่งลงเพื่อพูดคุยถึงบทสนทนาเหล่านี้ ทำให้เรารู้ว่า คนที่ระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้า ดีใจในการเดินทางมาของพระองค์ ไม่ใช่แค่ว่าเดินทางมาใกล้เท่านั้น แต่ยังดีใจที่จะได้ถวายงาน ดีใจที่จะได้ให้ทาน ยังดีใจที่จะได้พบได้เห็น

นี้เป็นข้อที่ 1 ถึงความคับแคบ เป็นความคับแค้นของผู้ที่ยังเป็นฆราวาสที่ยังต้องมีกิจการงานเนื่องด้วยเหย้าเรือน เนื่องด้วยพระราชามหาอำมาตย์ คู่ครอง บุตร เพื่อนร่วมงาน เพื่อนข้างบ้าน แม้แต่สัตว์เลี้ยง วุ่นวายไปหมด จะไปไหนให้สบายใจก็ไม่ได้ เป็นภาระเป็นธุระ เป็นความหนัก เป็นของที่ตนถือเอาไว้

ในข้อที่ 2 ที่ช่างไม้ได้เล่าให้ฟัง คือ ตนเป็นบริวารของพระเจ้าปเสนธิโกศล จะต้องตื่นก่อน นอนทีหลัง และยังต้องดูแลการขึ้นการลงช้าง ซึ่งเป็นหน้าที่ของช่างไม้ในสมัยนั้น จะขึ้นจะลงก็ต้องจัดเตรียมแท่นเอาไว้ก่อน เตรียมการเสด็จของพระราชา มเหสีขึ้นช้างตัวหน้า อีกคนขึ้นช้างตัวหลัง เตรียมช้างทรงให้พระรา ชาตรงกลาง พวกมเหสีและนางสนมนั้นสวยงาม เวลาจะขึ้นลงก็ต้องช่วยประคับประคองพยุงตัวขึ้นช้างได้ ตนก็รับรู้ถึงสัมผัสความนุ่มนวลของมเหสีและนางสนมเหล่านั้น จึงต้องระวังรักษาจิตเป็นอันมาก ไม่ให้ไปคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ยิ่งเป็นพระราชายิ่งต้องระวังเป็นอย่างมาก จะถวายงานให้มารบกวนนั้นไม่ได้เลย จึงเป็นความคับแคบมาก ต้องระวังมาก ต้องอยู่ด้วยความไม่ประมาทเป็นอย่างมาก

“...ลักษณะการงานของผู้ที่ยังจะต้องอยู่ในเหย้าเรือน ไม่งานประเภทใดก็งานประเภทหนึ่ง...มีความคับแค้น มีความที่จะต้องระมัดระวัง มีความที่จะต้องเอาใจใส่ในกิจการงาน จะทำตามอำเภอใจไม่ได้ จะต้องมีความระมัดระวังอยู่เสมอ ธุลีจะเกิด ก็เกิดขึ้นในการงานตรงนี้แหละในการงานของแต่ละคน ๆ นี้คือความไม่ประมาทที่จะต้องทรงเอาไว้

พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในที่นี้ “อย่างไรก็ตาม คนที่เป็นแบบนี้ ที่มีความวุ่นวายในกิจการที่จะต้องระมัดระวัง ถ้าประกอบด้วยธรรม 4 ประการต่อไปนี้ ยังดีกว่าการได้เป็นเจ้าของทรัพย์ 7 ประการ คือ รัตนะ 7 ของพระเจ้าจักรพรรดิ์ด้วยซ้ำ...4 ประการนี้คือ โสตาปัตติยังคะสี่

3 อย่างแรก คือ ความที่หยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ และในข้อที่ 4 ที่เราจะได้ยินกันทั่วไปในเรื่องของศีล แต่ในนัยยะที่มาในพระสูตรนี้ที่น่าสนใจก็คือ เปลี่ยนจากของศีลมาเป็นเรื่องของความที่เป็นผู้มีจาคะ เป็นผู้มีความสละออก มีใจยินดีในการให้ทาน

...ช่างไม้ 2 คนนี้พอพระพุทธเจ้าตรัสถึงคุณของตนในการที่มีความศรัทธาอันหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหวในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์แล้ว และก็เป็นคนที่ให้ทานอยู่แล้ว ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยมีอันจะกิน แต่ก็ยังไม่ทานกับคนที่มีศีลมีกัลยาณธรรม นี่เป็นบุญ เป็นความดีมาก ๆ แล้ว ในชาตินั้นที่ได้ความเป็นโสดาบัน และในภายหลังพระพุทธเจ้าได้พยากรณ์ทั้งสองคนนี้ว่าเป็นอนาคามี

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อ่าน "ถปติสูตร ว่าด้วยช่างไม้นามว่าอิสิทัตตะ" พระไตรปิฎก เล่มที่ ๑๙ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค

ฟัง "อย่าเพิ่งตาย ถ้ายังไม่ถึงกระแสของโสดาบัน" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ฟัง "คุณธรรมเพื่อสามัญญผลของโสดาบัน" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2560

ชม "ฆราวาสผู้ครองเรือน – ตอนที่ ๑" เผยแพร่ทาง YouTube Channel เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2560

ฟัง "อย่าประมาทในโอกาสเฉพาะหน้า" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2558