ปฏิบัติธรรม สมควรแก่ธรรม

  • รูปแบบและแนวทางของการศึกษาธรรมะมีอะไรบ้าง และรายละเอียดเป็นอย่างไร
  • แนวทางฝึกปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสมตามหลักอานาปานสติ

 

คำถาม 1: ผู้ถามได้ฟังธรรมบรรยายเรื่องอานาปานสติจากอาจารย์ท่านหนึ่ง สรุปประเด็นได้ดังนี้

  1. ธรรมะมี 3 ขั้น คือ ปริยัติ ปฏิปัตติ และปฏิเวธ แนวทางคือต้องฟัง(ปริยัติ) สะสมทีละน้อยให้เข้าใจ โดยไม่ต้องปฏิบัติอะไร ทำอะไร เพราะเมื่อสะสมความเข้าใจความเกิดขึ้นและดับไปทีละสิ่งๆ ธรรมขั้นปฏิปัตติและปฏิเวธจะเกิดขึ้นเอง
  2. ในพระวินัยปิฎก มหาภิวังค์ เล่ม 1 ภาค 2 หน้า 364 ระบุว่าอานาปานสติเป็นภาระหนัก เจริญสำเร็จได้ยาก เป็นภูมิมนสิการของมหาบุรุษทั้งหลายคือ พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพระพุทธเจ้า และพุทธบุตรเท่านั้น มิได้เป็นกรรมฐานที่สัตว์ผู้ต่ำต้อยซ่องเสพ

นำมาสู่ข้อสรุปที่ว่าไม่ต้องฝึกปฏิบัติใดๆ เพราะเป็นกำลังของความอยากและความมีตัวตน โดยเฉพาะอานาปานสติตามนัยที่กล่าวมา จึงทำให้ผู้ถามที่พยายามฝึกปฏิบัติตามแนวอานาปานสติเกิดความสงสัยลังเล จึงต้องการทราบความเห็นและแนวปฏิบัติที่เหมาะสม

คำตอบ 1: การศึกษาธรรมะสามารถทำได้หลายแนวทาง อาจจะเป็นไปตามลำดับของปริยัติ ปฏิปัตติ และปฏิเวธก็ได้ หรืออาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นไปตามลำดับขั้นตอน จะแยกหรือรวมก็ได้ขึ้นกับว่ามีปฏิเวธขึ้นด้วยหรือไม่ เราควรจะทำความเข้าใจในความหมายของขั้นตอนการเรียนรู้และปฏิบัติทั้ง 3 ขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. ปริยัติ หมายถึง การเล่าเรียนธรรมโดยการศึกษาความรู้จากผู้อื่นก่อน เป็นการศึกษาตัวแม่บทที่จัดแบ่งเป็นหมวดหมู่ต่างๆ ด้วยธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นถูกจัดแบ่งออกเป็นหลายหมวดหมู่นั่นเอง ซึ่งแตกต่างกับการเรียนสิกขาบทหรือการเรียนรู้โดยการปฏิบัติ เพราะสิกขาบทถือเป็นการรวมวิธีของปริยัติกับปฏิบัติเข้าด้วยกัน
  2. ปฏิปัตติ หรือ ธรรมานุธรรมปฏิปัตติ หมายถึง การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ทำให้ได้จนถึงผลของเหตุนั้นๆ
  3. ปฏิเวธ หมายถึง ผลที่เกิดจากการปฏิบัติที่เป็นไปตามลำดับขั้น เป็นผลจากการปฏิบัติขั้นที่ต่ำกว่าเป็นเหตุให้เกิดการปฏิบัติของขั้นที่สูงกว่ายิ่งๆขึ้นไป เช่น
    • เริ่มต้นจากการรักษาศีล ทำให้เกิดความไม่ร้อนใจเป็นอานิสงค์
    • เมื่อมีความไม่ร้อนใจ ทำให้ตั้งสติได้
    • เมื่อตั้งสติได้ ทำให้การปฏิบัติเกิดสมาธิ
    • เมื่อมีสมาธิ ทำให้เห็นตามความที่เป็นจริง
    • เมื่อเห็นตามความที่เป็นจริง ทำให้ผลเป็นความปล่อยวาง
    • เมื่อมีความปล่อยวาง ทำให้ผลเป็นความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด
    • และมีปัญญาเกิดขึ้นในที่สุด

อ้างอิงจากอรรถกถาในพระวินัยปิฎก ส่วนที่เป็นมหาภิวังค์ ได้อธิบายแยกแยะไปในละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จากการที่ทรงระลึกถึงช่วงที่ท่านยังเป็นเจ้าชายซึ่งอยู่ในงานพิธีแรกนาขวัญของพระบิดา และได้กำหนดรู้ลมหายใจจนจิตสงบลง จึงได้นำมาเป็นนิมิตในการทรงเจริญอานาปานสติ เลิกบำเพ็ญทุกรกิริยา และบำเพ็ญเพียรตามทางสายกลาง จนเกิดเป็นสุบินนิมิต 4 อย่าง และตั้งความเพียรชนิดไม่ถอยกลับ จนบรรลุธรรมขั้นอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงถือว่าเป็นการปฏิบัติที่ทำได้ยากและเป็นภาระที่หนักมาก ซึ่งการบรรลุธรรมนั้นเกิดจากสติปัฏฐานสี่นั่นเอง และได้ทรงสั่งสอนสัตว์โลกโดยเริ่มจากหลักการของอนุสสติสิบ

หลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติ แต่งตั้ง เปิดเผย จำแนกแจกธรรม จึงไม่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป เนื่องด้วยธรรมที่ท่านได้สั่งสอนนั้นได้ทรงกลั่นกรอง ใคร่ครวญ ไตร่ตรอง รอบคอบ ไม่หละหลวม กำหนดบทพยัญชนะออกมาแล้วอย่างดี และได้ทรงอธิบายถึงแนวทางการปฏิบัติอานาปานสติทั้ง 16 ขั้น โดยสามารถแบ่งออกเป็น 4 หมวดดังนี้

  • หมวดที่ 1 กายานุปัสสนาสติปัฏฐาน ประกอบด้วยขั้นที่ 1 ถึงขั้นที่ 4 ว่าด้วยการกำหนดลมหายใจเข้า-ออก

    1. เมื่อหายใจเข้า-ออกยาว ก็รู้ว่า เราหายใจเข้า-ออกยาว

    2. เมื่อหายใจเข้า-ออกสั้น ก็รู้ว่า เราหายใจเข้า-ออกสั้น

    3. กำหนดรู้กายทั้งปวงหายใจเข้า-ออก

    4. ทำกายสังขารให้ระงับ หายใจเข้า-ออก

  • หมวดที่ 2 เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน ประกอบด้วยขั้นที่ 5 ถึงขั้นที่ 8 ว่าด้วยการกำหนดเวทนา

    5. กำหนดรู้ปีติ หายใจเข้า-ออก

    6. กำหนดรู้สุข หายใจเข้า-ออก

    7. กำหนดรู้สังขาร หายใจเข้า-ออก

    8. ทำจิตสังขารให้ระงับ หายใจเข้า-ออก

  • หมวดที่ 3 จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน ประกอบด้วยขั้นที่ 9 ถึงขั้นที่ 12 ว่าด้วยการกำหนดจิต

    9. กำหนดรู้จิต หายใจเข้า-ออก

    10. ทำจิตให้ปราโมทย์ หายใจเข้า-ออก

    11. ทำจิตให้ตั้งมั่น หายใจเข้า-ออก

    12. ทำจิตให้คลาย หายใจเข้า-ออก

  • หมวดที่ 4 ธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ประกอบด้วยขั้นที่ 13 ถึงขั้นที่ 16 ว่าด้วยการกำหนดธรรมที่ปรากฏในจิต

    13. ตามเห็นอนิจจัง - ความไม่เที่ยง หายใจเข้า-ออก

    14. ตามเห็นวิราคะ - ความจางคลาย (คลายติด) หายใจเข้า-ออก

    15. ตามเห็นนิโรธ - ความดับโดยไม่มีเหลือ (ดับสนิท) หายใจเข้า-ออก

    16. ตามเป็นปฏินิสสัคคะ - ความสละคืน (ปล่อยวาง) หายใจเข้า-ออก

การปฏิบัติตามแนวอานาปานสตินั้น ถือเป็นแสงสว่าง มีทางไปได้แน่นอน สามารถเข้ามาสู่คลองแห่งกุศลธรรมได้ และมีไว้สำหรับบุตรอันเกิดจากโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าหรือ “พุทธบุตร” เท่านั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับปุถุชนใดๆหรือบุคคลที่หนา หยาบ ไม่รู้เรื่องแม้ได้เห็น ได้ฟังคำของพระพุทธเจ้าแล้วก็ตาม

ดังนั้นหากผู้ใดเป็นคนที่มีศรัทธา มีจิตน้อมไป ให้เงี่ยโสตฟัง มีความตั้งใจ เป็นคนขยันรับภาระ ก็ไม่เป็นการยากเกินไปที่จะปฏิบัติธรรมให้สำเร็จได้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาศีล ปฏิบัติสมาธิ หรือตั้งสติ ทำจุดไหนได้ให้เริ่มลงมือทำตรงนั้นทันที ซึ่งถือว่ามีปฏิเวธและเป็นการปฏิบัติของเราทันที แล้วจึงนำปริยัติที่ได้ศึกษาอยู่มาปฏิบัติเพิ่มเติมต่อไป เพื่อที่จะหลุดพ้นจากสังสารวัฏนี้ได้ในที่สุด

 

- - ตอบคำถาม : คุณหนุ่มเหนือ

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ฟัง "การบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ฟัง "อภิญญาเทสิตธรรม หรือ โพธิปักขิยธรรม ๓๗" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 17 และ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2559