อนุสาสนี คือ คำสอน เป็นสิ่งที่ใครๆ ควรประพฤติตาม

  • วิตกกับวิจารณ์เกิดตอนไหน อาการเป็นอย่างไร
  • การทำวิปัสสนา เริ่มแรกปฏิบัติอย่างไร
  • การให้ธรรมะด้วยการให้สื่อธรรมะที่เป็นหนังสือหรือซีดีชื่อ “การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง” จึงสอบถามว่า มีอะไรเป็นการให้ธรรมะอีกหรือไม่
  • การก่อพระเจดีย์ทราย มีความเป็นมาอย่างไร
  • ตรงฐานของพระพุทธชินราชที่มีรูปปั้นผู้ชายถือกระบอกนั่งอยู่ทางซ้ายและขวา และมีผู้หญิงเอามืออยู่เหนือศรีษะ ดูไม่เหมือนยักษ์ เขาเป็นใคร

 

- ตอบคำถามประจำสัปดาห์ -

 

 

คุณราตรี ราชบุรี : ปฏิบัติตนเป็นอุบาสิกา รักษาศีล และในช่วงเข้าพรรษาได้ไปวัด รักษาศีล เริ่มฝึกปฏิบัติ นั่งสมาธิอยู่เป็นประจำ เห็นความเปลี่ยนใจ มีจิตใจเย็นลง และมีความสนใจเกี่ยวกับเรื่องสมาธิเพิ่มเติม

 

คำถามที่ 1 : วิตกกับวิจารณ์เกิดตอนไหน อาการเป็นอย่างไร

คำตอบ : ‘วิตก’ คือ ความคิด ที่เกิดตอนที่ได้ฟังอะไรแล้วคิดตาม คิดถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คิดจะทำการงาน ส่วน ‘วิจารณ์’ คือ ความคิดที่ลึกลงไปในรายละเอียดของเรื่องราวนั้นๆ ซึ่งมักจะมาคู่กันเสมอ และหากว่าคิดเรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้วเกิดความอิ่มเอิบใจ สบายใจ ความสุข ดีใจมากๆ นั่นคือ มีปีติสุขด้วย และถ้ามีตลอดทั้งตัว ตั้งแต่ปลายผมถึงพื้นเท้า ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งที่ปีติสุขที่เกิดจากวิตก วิจารณ์นั้น ไม่เกิดขึ้น ไม่มีเลยนั้น นี่เป็นองค์ประกอบที่เราสามารถเอาใจจดจ่ออยู่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอยู่ในระดับที่เป็นกอบเป็นกำที่สามารถใช้ได้ คือ เป็นฌาน 1

แต่ต้องเป็นความคิด วิตก วิจารณ์ ที่ดีๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องด้วยกาม พยาบาท เบียดเบียน เพราะบางทีการที่คิดถึงสิ่งที่ดี แต่มีเรื่องของกาม พยาบาท เบียดเบียนเข้ามาแทรก เช่น นึกถึงการทำบุญ การให้ทาน คือ จาคานุสติ ดังนั้น พระพุทธเจ้าจึงแนะนำให้คิดถึงเรื่องเดียว เช่น พุทโธหรือลมหายใจ ที่จะไม่ได้ทั่วไป และจะได้ไม่เป็นไปในทางกามหรืออกุศลแทรกเข้ามา และลึกลงไปอีก คือ ไม่คิดอะไรเลย เหลือแต่อุเบกขาอย่างเดียว ไล่ไปๆ ซึ่งวิตก วิจารณ์นั้น บางทีมันก็แยกกันได้ สำหรับผู้ที่มีความชำนาญ มีความสามารถ จะแยกระหว่างวิตกกับวิจารณ์ได้ สามารถทำวิตกชนิดไม่มีวิจารณ์ สามารถทำวิจารณ์ชนิดที่ไม่มีวิตกให้เกิดขึ้น สำหรับคนที่ต้องการฝึกฌานสมาธิให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

 

คำถามที่ 2 : การทำวิปัสสนา เริ่มแรกปฏิบัติอย่างไร

คำตอบ : วิปัสสนา คือ การเห็นตามความเป็นจริง สามารถทำได้ทุกขณะ ทำที่ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ เห็นอะไรทำวิปัสสนาได้ทันที ได้ยินสิ่งไหน กินอะไร พูดกับใคร ทำวิปัสสนาได้ทันที

การเห็นตามความเป็นจริงในทุกสิ่งทุกอย่างของที่ผู้รู้เขาจะเห็นกัน โดยการเห็นฯ นี้มีหลายนัยยะ หนึ่ง คือ เห็นคน สิ่งของ โดยความเป็นธาตุ 4 ดิน น้ำ ไฟ ลม เสมอกัน ไม่ได้เห็นเป็นตัวตน บุคคล โดยความเป็นอัตตา ทั้งสิ่งที่มีชีวิตจิตใจที่มีวิญญาณครองหรือไม่ได้มีวิญญาณครอง สอง เห็นโดยความเป็นขันธ์ 5 เห็นโดยความเป็นจริงทั้งในรูปในนามทั้งสิ้น เป็นสัญญา สังขาร เห็นในสิ่งที่มากระทบทางตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ดังนั้น ถ้าเรามีตา มีหูตรงไหน นั่นคือ มีวิปัสสนาได้ทั้งสิ้น

การเห็นตามความเป็นจริงได้นั้น ต้องมีทั้งสมถะและวิปัสสนา ซึ่งพระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนราชทูตคู่หนึ่ง จะนำเอาข่าวสารที่สำคัญมากๆ มาให้เจ้าเมือง ข่าวสารตามความเป็นจริง นั้นคือ นิพพาน ส่วนเจ้าเมือง คือ จิตของเรา เข้ามาทางประตู คือ ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ เป็นช่องทาง และนายทวารที่คอยเฝ้าประตู คือ สติ ต้องมีกำลัง ฉลาดพอและมีความสามารถจะเปิดปิดประตูแก่คนที่ควรหรือไม่ควรจะเข้าเมือง เพื่อให้เกิดสมถะและวิปัสสนา หรือราชทูตนั้น ในสิ่งต่างๆ ที่มากระทบที่เห็นมาทางตา ได้ยินผ่านมาทางหู แล้วสามารถนำข้อความตามความเป็นจริง คือ นิพพาน ให้กับจิตของเราได้

สมถะและวิปัสสนาเป็นฐานเป็นการตั้งจิต เพื่อให้เข้าถึงวิชชาและวิมุตติ ซึ่งเราสามารถทำได้ทุกที่ในทุกเวลา ใคร่ครวญธรรม เห็นตามความเป็นจริงในกายของเราได้ทันที

 

คำถามที่ 3 : การให้ธรรมะด้วยการให้สื่อธรรมะที่เป็นหนังสือหรือซีดีชื่อ “การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง” จึงสอบถามว่า มีอะไรเป็นการให้ธรรมะอีกหรือไม่

คำตอบ : การให้หนังสือธรรมะเป็นสิ่งที่ดี เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการ แต่ยังไม่สุด เราต้องเข้าใจถึงสิ่งที่มันจะสำเร็จประโยชน์ ถึงจะดีได้ และจริงๆ ควรแปลว่า การให้ธรรมะ เป็นการชนะการให้ทั้งปวง ไม่ต้องมีคำว่า ‘ทาน’ เพราะอาจจะทำให้มีความเข้าใจคลาดเคลื่อน เพราะบางคนคิดว่าให้หนังสือเท่ากับให้ธรรมะแล้ว แต่ไม่ได้รู้เลยว่า พระพุทธเจ้าสอนอะไรไว้บ้าง ธรรมะไม่มีอยู่ที่ตัวหนังสือ ในตู้พระไตรปิฏก หนังสือหรือสื่อซีดีต่างๆ นั้นเป็นการกระดาษ เป็นการให้สื่อธรรมะเท่านั้น

เพราะฉะนั้น การให้ธรรม คือ อนุสาสนีปาฏิหาริย์ กล่าวคือ ความสามารถที่เมื่อสอนแล้ว เขาฟังแล้ว สามารถปฏิบัติตามได้อย่างนั้นจริงๆ พระพุทธเจ้าสอนเรื่องศีล สมาธิ ปัญญา เมื่อฟังแล้ว ตั้งอยู่ในศีลได้ ตั้งจิตให้สมาธิได้ เห็นตามความเป็นจริงเกิดปัญญาในจิตของคนนั้น นี่แหละ คือ การให้ธรรมะ คือ ธรรมะเกิดขึ้นในจิตของเขาจริงๆ

ทำอย่างไรให้ธรรมะเกิดขึ้นในจิตของคนนั้นๆ ไม่ใช่แค่ให้สิ่งของ ไม่ใช่แค่พูดกรอกหู..แต่ถ้าเข้าใจลึกซึ้ง สามารถบอกต่อธรรมะได้ จิตใจชุ่มเย็นลง มีความดีเกิดขึ้น..จึงจะได้ชื่อว่า ให้ธรรมะ รับธรรมะ ซึ่งธรรมะนี้รับต่อมาจากพระพุทธเจ้า เป็นมรดกโดยธรรม เป็นทายาทธรรมะของท่าน รับมาแล้วก็ส่งต่อให้คนอื่น ตัวเราก็ไม่ได้เสีย ธรรมะที่เรารับมานั้น คนอื่นก็ยิ่งได้ขึ้นด้วย

การให้หนังสือๆ ก็หมดลงเล่มหนึ่ง เขาก็ได้หนังสือเล่มหนึ่ง นั่นไม่ใช่การให้ธรรมะอยู่แล้ว เพราะธรรมะเป็นอกาลิโก ไม่ใช่เป็นสิ่งของอย่างนั้น สิ่งของที่ให้แล้ว เราก็ไม่เสีย นั้นคือธรรมะที่อยู่ในจิตใจของเรา..ลักษณะการที่เราพูดต่อบอกต่อสอนต่อแล้ว เขาสามารถทำได้จริงตามอย่างนั้น มีธรรมะเกิดขึ้นในจิตใจของเขาเป็นปาฏิหาริย์แล้ว เรียกว่า อนุสาสนีปาฏิหาริย์ เป็นการให้ธรรมะจริงๆ

 

คำถามที่ 4 : การก่อพระเจดีย์ทราย มีความเป็นมาอย่างไร

คำตอบ : เป็นความเชื่อว่าเป็นการบูชาอย่างหนึ่ง บูชาเจดีย์ บูชาพระพุทธเจ้า มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยเอาทรายมากอบ ปรับพื้นที่ เกลี่ยให้เรียบเสมอ ก่อเป็นกองพระเจดีย์ แล้วประดับด้วยดอกไม้ 5 สี ธงทิว ธงผืนผ้าและฉัตรต่างๆ ซึ่งในสมัยนี้ได้ปรับมาทำกันในช่วงสงกรานต์

 

คำถามที่ 5 : ตรงฐานของพระพุทธชินราชที่มีรูปปั้นผู้ชายถือกระบอกนั่งอยู่ทางซ้ายและขวา และมีผู้หญิงเอามืออยู่เหนือศรีษะ ดูไม่เหมือนยักษ์ เขาเป็นใคร

คำตอบ : ทางซ้ายและขวาเป็นยักษ์ถือกระบอง คือ อาฬวกยักษ์และท้าวเวสุวรรณ ซึ่งอาฬวกยักษ์เป็นมือขวาของท้าวเวสุวรรณ เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสวรรค์ชั้นจาตุ มหาราชิกา และอีกด้านคือ ท้าวเวสุวรรณและพระมเหสี

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อ่าน "ปุฬินุปปาทกเถราปทาน" พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๓ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๒๕ [ฉบับมหาจุฬาฯ] ขุททกนิกาย อปทาน ภาค ๒ -พุทธวังสะ-จริยาปิฎก

ฟัง "พัฒนาให้ชำนาญ" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

ฟัง "กายนครที่ปลอดภัย" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ฟัง "อาการที่แสดงธรรม 3 อย่าง" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2561

ฟัง "สากัจฉาธรรม-ธรรมทานที่ให้ผลสูงสุด" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2559