ขันธ์ห้าแทรกซึมในทุกสิ่ง

รายการ "ธรรมะรับอรุณ Live" โดย พระอาจารย์มหาไพบูลย์ อภิปุณฺโณ จากวัดป่าดอนหายโศก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
ร่วมดำเนินรายการโดย คุณ เตือนใจ สินธุวณิก
ออกอากาศทาง Facebook "Puredhamma.com" วันที่ 10 ส.ค.2561 เวลา 20.00 น.
ออกอากาศทาง FM92.5 ในวันที่ 12 ส.ค.2561 เวลา 05.00 น.

 

HIGHLIGHTS:

  • พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้เกี่ยวกับ “สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา” ว่าอย่างไร
  • พระพุทธเจ้าทรงอธิบายใน "ปรุงแต่งสังขาร ให้สำเร็จรูปโดยความเป็นสังขาร นี่คือสังขาร" ว่ามีการปรุงแต่งอย่างไร
  • เป็นไปได้หรือไม่ที่จะหลุดพ้น หากปฏิบัติเพียงหมวดใดหมวดหนึ่งในสติปัฏฐาน 4
  • อานาปานสติ กับ อานาปานสติสมาธิ เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร

บทคัดย่อ

คำถาม 1: ได้ยินครูบาอาจารย์ใน Youtube พูดกันบ่อยๆ คำว่า “สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา” อันนี้ตรงกับคำบาลีว่าอะไร และพระพุทธเจ้าเคยตรัสไว้หรือไม่

คำตอบ 1: “สัตว์ บุคคล ตัวตน เรา เขา” หมายถึง การที่อุปาทานเมื่อรวมกับขันธ์ห้ามีความรู้สึกเป็นตัวเราของเราเกิดขึ้น จึงกลายเป็นตัวทุกข์ หรือ “สักกายะ” นั่นเอง ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในอนัตตลักขณสูตร มีรายละเอียดเกี่ยวกับหัวข้อ “ทุกข์” โดยทุกข์คือ สิ่งที่ทนอยู่ได้ยาก เพราะอาศัยเหตุปัจจัยทำให้เกิดขึ้น มีความไม่เที่ยง มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา

 

คำถาม 2: ตอนที่พระพุทธเจ้าอธิบายเรื่องขันธ์ 5 ตรง "ปรุงแต่งสังขาร ให้สำเร็จรูปโดยความเป็นสังขาร นี่คือสังขาร" ตรงนี้มันปรุงแต่งอย่างไร

คำตอบ 2: พระพุทธจ้าทรงบัญญัติเกี่ยวกับ “สังขาร” คือ กิริยาที่ปรุงแต่งได้มีอยู่ในสิ่งใด ดังนั้นสิ่งนั้นเรียกว่า “สังขาร” เช่น

  • ปรุงแต่งรูปให้สำเร็จได้ด้วยความเป็นรูป
  • ปรุงแต่งเวทนาให้สำเร็จได้ด้วยความเป็นเวทนา
  • ปรุงแต่งสัญญาให้สำเร็จได้ด้วยความเป็นสัญญา
  • ปรุงแต่งสังขารให้สำเร็จได้ด้วยความเป็นสังขาร
  • ปรุงแต่งวิญญาณให้สำเร็จได้ด้วยความเป็นวิญญาณ

จะเห็นได้ว่าขันธ์ห้ากองรวมกันไปหมด จึงทำให้สังขารแทรกซึมอยู่ในทุกอย่าง เพราะฉะนั้นการเกิด ความแก่ ความตาย ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กายทุกข์ใจ ความคับแค้นใจทั้งหลายเป็นทุกข์ ก็จะมีขันธ์ห้าในทุกข์เหล่านั้นด้วยทั้งหมด

 

คำถาม 3: เรื่องสติปัฏฐาน 4 ถ้าทำแค่หมวดเดียวแล้วหลุดพ้น อันนี้มีความเป็นไปได้หรือไม่ ผู้ถามเข้าใจว่าถ้าปฏิบัติหมวดกายอย่างเดียว ก็น่าจะเข้าใจเรื่องกายได้อย่างเดียว ไม่น่าจะเข้าใจเรื่องเวทนา จิต ธรรมได้ แต่ยังจะมีความเห็น เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ โดยความเป็นตัวตนอยู่ดี

คำตอบ 3: ธรรมะของพระพุทธเจ้าสอดคล้องลงรับกัน ไม่ขัดกัน ถึงแม้จะปฏิบัติด้านใดด้านหนึ่งจนเกิดความชำนาญแล้ว ก็จะสามารถปฏิบัติในด้านอื่นที่เกี่ยวข้องกันและต่อเนื่องต่อไปได้ด้วย

ผู้ที่ทำความชำนาญเรื่องกาย จะมองเห็นเวทนาเกิดขึ้น และสามารถเห็นเวทนาในเวทนาได้ด้วย เมื่อปฏิบัติมากขึ้นก็จะสามารถมองเห็นจิตในจิต และธรรมในธรรมได้ในที่สุด โดยสามารถอธิบายรายละเอียดเป็นลำดับขั้นตอนได้ดังนี้

  1. เมื่อเราตั้งสติขึ้น พิจารณากายโดยการดูลมหายใจ จะทำให้กายระงับลงจากการสังเกตลมหายใจที่เบาลงหรือการเคลื่อนไหวทางกายลดน้อยลง จิตระงับลง จนกระทั่งเห็นกายในกาย
  2. ด้วยการสังเกตจากความคิดนึกปรุงแต่งที่ระงับลง ผัสสะระงับจึงทำให้เห็นเวทนา จนกระทั่งเห็นเวทนาในเวทนา
  3. เมื่อจิตมีอารมณ์อันเดียว ทำให้จิตเป็นสมาธิ จนกระทั่งเห็นจิตในจิต
  4. เมื่อจิตเป็นสมาธิแล้วแต่มีผัสสะอื่นๆมากระทบ จะทำให้เรามองเห็นตามความเป็นจริง มีความไม่เที่ยง เกิดขึ้นด้วยเหตุปัจจัย จนกระทั่งเห็นธรรมในธรรม

 

คำถาม 4: อานาปานสติ กับ อานาปานสติสมาธิ เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร

คำตอบ 4: อานาปานสติ กับ อานาปานสติสมาธิ มีความหมายเหมือนกัน โดยสามารถอธิบายความหมายตามส่วนประกอบของคำศัพท์ได้ ดังนี้

  • อานา-ปานะ หมายถึง ลมหายใจเข้าออก
  • สติ หมายถึง การระลึกได้
  • สมาธิ หมายถึง ความที่จิตมีอารมณ์อันเดียว
  • ดังนั้น อานาปานสติสมาธิ จึงหมายถึง สมาธิที่เกิดขึ้นจากการตั้งสติโดยใช้ลมหายใจเป็นเครื่องมือ ซึ่งเครื่องมือนั้นๆ เราสามารถเลือกใช้จากข้อใดข้อหนึ่งในอนุสสติสิบได้

 

“บุคคลเมื่อมีสัมมาสติแล้วจะสามารถทำสัมมาสมาธิให้เกิดขึ้นได้ นั่นเป็นฐานะที่เป็นไปได้”

 

คำถาม 5: ถ้าพระอาจารย์มีเวลา อยากจะรบกวนพระอาจารย์อธิบายเรื่องสติปัฏฐาน 4 อย่างละเอียด โดยจัดทำเป็นหมวดหรือแบบซีรีย์ เนื่องด้วยผู้ถามยังไม่เข้าใจในบางหมวด เช่น หมวดกายที่ว่าด้วยเรื่องของธาตุ คือมองอย่างไรก็ไม่เห็น เรื่องของป่าช้า 9 หมวด คือมันเหมือนการคิดเอา จินตนาการเอา จึงไม่ค่อยเข้าใจ หรือผู้ถามอาจจะตีความหมายผิดก็เป็นไปได้

คำตอบ 5: พระอาจารย์มหาไพบูลย์ได้วางแผนไว้แล้วที่จะอ่านเรื่อง “มหาสติปัฏฐานสูตร” ในมัชฌิมนิกาย โดยการจัดทำเป็นแบบซีรีย์ มีการอ่านพระสูตรในวันพฤหัสบดีและการอธิบายรายละเอียดของพระสูตรในวันศุกร์

สติ หมายถึง การระลึกถึงสิ่งที่ทำ จำคำที่พูดแม้นานได้ ในที่นี้ต้องเน้นย้ำไปที่สัมมาสติหรือเป็นไปตามมรรค เพราะการคิดนึกต่างๆจะเกิดอยู่ภายในกาย เวทนา จิตและธรรม ดังนั้นสติจึงเป็นแม่บทของสติปัฏฐาน 4 (กาย เวทนา จิตและธรรม) นั่นเอง ซึ่งในแต่ละข้อแต่ละจุดจะมีความเกี่ยวเนื่องและเชื่อมต่อกันได้เช่นกัน

 

- - - ตอบคำถาม : คุณนิชาพัส คิดดี

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

 

  • หัวข้อก่อน bullet

     

  • HL1....
  • HL2.....
  • HL3....