ผูกไว้ด้วยเครื่องร้อยรัด ‘สังโยชน์’

  • พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี มีความรู้ในอริยสัจ 4 แค่ไหนอย่างไร เพราะอริยบุคคลไม่ได้ไปอบาย แต่ยังท่องเที่ยวในสังสารวัฏ
  • ทำงานผิดพลาดแล้วถูกเจ้านายต่อว่า ท้อแท้อยากลาออก จะเกี่ยวข้องกับการนำรูปปั้นทองเหลืองพระรามกับนางสีดาวางไว้ที่ปลายเตียงในห้องนอนหรือไม่ แต่ผู้ถามมีศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธเจ้าองค์เดียว และปฏิบัติธรรมทุกวัน

 

- ตอบคำถามประจำสัปดาห์ -

 

คำถามคุณสิ่งทั้งปวงฯ (Facebook fanpage) : พระโสดาบัน พระสกทาคามี พระอนาคามี มีความรู้ในอริยสัจ 4 แค่ไหนอย่างไร เพราะอริยบุคคลไม่ได้ไปอบายแล้ว แต่ยังท่องเที่ยวในสังสารวัฏ เกิดอีก 7 ชาติบ้าง 3 ชาติบ้าง

 

คำตอบ : การที่ไม่ไปเกิดในอบาย ในภพภูมิที่ต่ำ

คำว่า “อบาย” หมายถึง ที่ที่ต่ำ เช่น นรก เดรัจฉาน เปรตวิสัย เป็นต้น ซึ่งการที่จะไปสวรรค์หรือไปนรกต้องอาศัยเหตุปัจจัย แต่เหตุปัจจัยที่จะทำให้ไปนรกของอริยบุคคล มีโสดาปัตติผล เป็นต้นไปนั้น เขาไม่สร้าง เขาไม่ทำแล้ว เช่น ฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม แกล้งกล่าวเท็จ ดื่มสุราเมรัย เขาจึงไม่สร้างเหตุในการไปนรก

 

ส่วนการที่จะต้องไปเกิดอีกกี่ชาตินั้น พระพุทธเจ้าอธิบายบริบทนี้ โดยบัญญัติคำว่า ‘สังโยชน์’ หรือเครื่องร้อยรัด เป็นลักษณะเครื่องรัด เครื่องผูก เป็นความเหนียว ความผูก ความยืด อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับตัณหา อวิชชา ที่การที่จะบ่งบอกว่า จะต้องไปเกิดอีกหรือไม่อย่างไร ขึ้นอยู่กับสังโยชน์ ซึ่งมีอยู่ 10 อย่าง แบ่งออกเป็น 3 ส่วน เพื่อที่จะอธิบายอริยบุคคลสามประเภท คือ

ส่วนที่หนึ่ง คือ สังโยชน์เบื้องต่ำ 3 อย่างแรก (สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา และสีลัพพตปรามาส) ที่พระโสดาบันจะละได้

ส่วนที่สอง คือ สังโยชน์อีก 2 อย่างต่อมา (กามราคะ และปฏิฆะ) ที่พระอนาคามีจะละได้

ส่วนที่สาม คือ สังโยชน์เบื้องสูง 5 อย่างที่เหลือ (รูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ และอวิชชา) ที่พระอรหันต์จะละได้

 

เพราะฉะนั้น การที่จะมารู้ในอริยสัจ 4 ที่จะทำให้มาเกิดอีกกี่ครั้งหรือกี่ชาตินั้น คือ การรู้แต่ละข้อๆ ที่ละสังโยชน์ได้นั่นเอง การรู้อริยสัจ 4 คือ รู้ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค เมื่อนำอริยสัจ 4 มาอธิบายด้วยเรื่องของมรรค เมื่อไล่ตั้งแต่สัมมาทิฏฐิ ไปจนถึงสัมมาสมาธิ จัดหมวดหมู่จะได้ศีล สมาธิ ปัญญา ดังนั้น การที่จะกล่าวว่า รู้อริยสัจ 4 ในระดับไหน คือ การรู้ในแต่ละระดับที่จะละสังโยชน์ได้นั่นเอง คือ

  • โสดาบัน : คือ รู้และทำเรื่องศีลได้อย่างเต็มที่ จะทำให้สมาธิมีพอประมาณ ปัญญาพอประมาณ จึงทำให้ละสังโยชน์เบื้องต่ำได้ 3 อย่าง
  • สกทาคามี : คือ ละสังโยชน์เบื้องต่ำได้ 3 อย่าง และมีราคะ โทสะ โมหะ เบาบาง
  • อนาคามี : คือ มีศีลเต็มที่ สมาธิเต็มที่ ปัญญาพอประมาณ สามารถละกามราคะ และปฏิฆะ ได้ สามารถละสังโยชน์ได้ 5 อย่าง

 

ทั้งนี้ การรู้ในอริยสัจ 4 เพื่อที่จะละสังโยชน์ได้นั้น จะมีลักษณะเป็นเหมือนไหล่ทะเลที่ค่อยๆ ลาดลงไปตามลำดับ จะไล่ไปๆ ต่อเนื่องกัน

 

 

คำถามคุณสิงห์ (อีเมล์ – เว๊บไซต์) : ทำงานผิดพลาดแล้วถูกเจ้านายต่อว่า ท้อแท้อยากลาออก จะเกี่ยวข้องกับการนำรูปปั้นทองเหลืองพระรามกับนางสีดาวางไว้ที่ปลายเตียงในห้องนอนหรือไม่ แต่ผู้ถามมีศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระพุทธเจ้าองค์เดียว และปฏิบัติธรรมทุกวัน

 

คำตอบ : พระรามกับนางสีดา เป็นตัวละครในวรรณกรรมเรื่องรามเกียรติ์ พระพุทธเจ้าสอนให้บูชาบุคคลที่ควรบูชา เช่น บูชาเทวดา บูชาเจดีย์ เพราะบางทีเทวดาช่วยปกปักษ์รักษา เมื่อมีเหตุเภทภัยที่เกิดขึ้น บางทีอมนุษย์ก็อาจจะเป็นยักษ์หรือเทวดาต่างๆ แต่ในเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับเทวดา เช่น เกิดขึ้นเองจากปัญหาของหัวหน้า จากอากาศสิ่งแวดล้อม จากเศรษฐกิจ ซึ่งบางทีมันก็เกี่ยวข้องกันได้ การเกี่ยวข้องกันได้นี่แหละที่ทำให้เกิดมิจฉาทิฏฐิขึ้นได้

สิ่งที่มันเกิดขึ้นมา เพราะเครื่องร้อยรัด ‘สังโยชน์’ เป็นลักษณะเดียวกันกับตัณหา อวิชชาที่มันยังมีรากอยู่ อวิชชาที่ถ้ายังเรามีอยู่ สังโยชน์ที่เมื่อมันยังไม่ถูกถอนออกไปได้ บางทีมันก็โผล่ขึ้นมาได้ ทำให้คิดว่า เป็นเพราะเหตุนั้นเหตุนี้

แต่ถ้าเรามีความมั่นใจในคำสอนของพระพุทธเจ้า เราก็ทำส่ิงที่ควรทำ คือ “ละสิ่งที่ควรละ ทำสิ่งที่ควรทำ” ซึ่งสิ่งที่ควรละ คือ มิจฉามรรค การคิดชั่วกับคนอื่น การพูดจากระแหนะกระแหน ทิ่มแทง เป็นมิจฉาวาจา หรือการไม่เคารพไม่ว่ากับใครก็ตาม แม้แต่กับคนที่เขาไม่ดี แต่ให้ทำมรรคแปด เป็นสัมมามรรค สัมมาวาจา ให้มีสัมมากัมมันตะ ให้เราเคารพ บูชาบุคคลที่ควรบูชาทางกาย วาจา ใจ

‘ผัสสะ’ เป็นเครื่องทดสอบ เราคิดว่า เรามีศรัทธาเต็มที่ ทำอย่างไร ปฏิบัติสิ่งที่ควรทำ สิ่งนั้นคือมรรคแปด ตรงนั้นเป็นข้อสอบที่จะบอกว่า เรายังอยู่ในมรรคได้ไหม จิตใจไม่เป๋ออกไป หลุดออกนอกมรรค เราจะยังจิตของเรา การกระทำของเราให้อยู่ในมรรคได้นี่อยู่ที่ ‘พละ’ คือ กำลังของเรา

กำลัง คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ซึ่งมันต้องเสมอๆ กัน ปรับอินทรีย์ให้ดี อินทรีย์ 5 พละ 5 เป็นหมวดเดียวกัน ตัวเดียวกัน แต่ทำงานในลักษณะต่างกัน

สิ่งที่เป็นข้อสอบ ผัสสะมากระทบ แล้วจะรักษาให้อยู่ในมรรคได้ นั่นคือ พละ ได้แก่ ศรัทธาไปจนถึงสมาธิ ปัญญา เรารักษาให้ดี ให้มีความแก่กล้า มีความมั่นคง ให้มีความเสมอๆ กัน จิตใจของเราจะสบาย เราจะยังอยู่ในมรรค รักษาหนทางที่จะเป็นไปเพื่อนิพพานได้แน่นอน

 

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง