โทษประหาร

HIGHLIGHTS:

  • โทษประหารจำเป็นหรือไม่ อย่างไร
  • บาปมีจริงหรือไม่ อย่างไร
  • แนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืน หากต้องการหลุดพ้นจากบาปกรรมนี้

บทคัดย่อ

 

ในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า ท่านทรงเป็นธรรมราชาที่สอนให้ผู้คนรักษาศีล ซึ่งการประกาศธรรมะจะมีความบริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง ทั้งเบื้องต้น ท่ามกลาง และในเบื้องปลาย ซึ่งจะไม่มีข้อยกเว้นใดๆเลยสำหรับเหตุการณ์หรือการปฏิบัติแบบเดียวกัน เป็นการเอาชนะความโกรธด้วยความเมตตา เอาชนะการประหัตประหารด้วยการให้ชีวิต

ยกตัวอย่าง ในสมัยพระเจ้ามหาวิชิตราช บ้านเมืองจะเต็มไปด้วยการปล้น การดักทำร้าย การลอบข่มขืนในที่เปลี่ยว การถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ ซึ่งเป็นเสี้ยนหนามหลักตอของบ้านเมืองและหาความสงบสุขไม่ได้ แต่ได้มีปุโรหิตท่านหนึ่งให้คำแนะนำเพื่อแก้ไขสถานการณ์เช่นนี้โดยการให้รางวัลสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ผู้ทำความดีและประพฤติชอบ เพื่อขวนขวายในกิจการงานของตน ถือเป็นการทำสงครามกับกิเลสแบบหนึ่งและยึดถือเป็นแนวนโยบายร่วมกันในการบริหารจัดการบ้านเมืองของพระราชา ขุนนางผู้ใหญ่ ขุนนางผู้น้อย และทุกๆคนในบ้านเมืองด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นการปกครองที่เป็นไปโดยธรรม แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” และมีผลกรรมเกิดขึ้นอย่างชัดเจนเดี๋ยวนั้น และส่งผลให้บ้านเมืองเกิดความสงบสุขมาก

แม้แต่ในสมัยที่มีพระเจ้าจักรพรรดิเป็นพระราชาที่ปกครองบ้านเมืองโดยธรรม กฏหมายหรือแนวนโยบายที่ใช้ในการปกครองก็มีเพียงแค่ศีลห้า (ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่แกล้งกล่าวเท็จ และไม่ดื่มสุราเมรัย) เท่านั้น ดังนั้นบุคคลที่จะต้องใช้ทำงานในกระบวนการยุติธรรมก็จะมีน้อยลง เพราะได้แก้ปัญหาไปตั้งแต่ต้นเหตุเรียบร้อยแล้ว

สัดส่วนระหว่างกิเลสของมนุษย์จะแปรผกผันกับอายุของมนุษย์ กล่าวคือ หากยุคสมัยใดมนุษย์มีกิเลสน้อยอายุก็จะยืน ในทางตรงข้ามกันหากในยุคสมัยใดมนุษย์มีกิเลสมากอายุก็จะสั้น ในสังคมปัจจุบันเมื่อกิเลสเพิ่มมากขึ้นเพราะมีราคะ โทสะ โมหะมายั่วยุ จึงทำให้มีการเบียดเบียนขยายเป็นวงกว้างด้วยเช่นกัน โดยเอาเครื่องมือของกิเลสมาใช้กัน จึงไม่สามารถทำให้เกิดความสงบโดยบริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิงขึ้นได้

ทั้งนี้สามารถอ้างอิงจากที่พระพุทธเจ้าทรงเคยตรัสไว้ว่า บาปแบ่งเป็น 3 ระดับ ดังนี้

  1. ทำเอง จะมีบาปมากที่สุด
  2. สั่งให้ทำ มีส่วนในบาปนั้นแน่นอน แต่ความเข้มข้นของบาปขึ้นกับเหตุปัจจัยแวดล้อม
  3. ชักชวนให้ทำ เพราะหากพรรณนาคุณแห่งความตาย แล้วผู้อื่นยอมตายตาม ก็จะบาปด้วยเช่นกัน

หากเรามองว่าทั้งกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นผู้ออกกฏหมาย ตำรวจที่จับคนร้าย อัยการที่สั่งฟ้อง ศาลที่พิพากษา เจ้าหน้าที่เรือนจำ และเจ้าหน้าที่ที่ฉีดยาให้นักโทษประหาร ทุกคนล้วนได้รับส่วนแบ่งบาปด้วยกันทั้งหมด แต่แตกต่างกันไปด้วยระดับของบาปจากเจตนาที่กระทำ ในขณะเดียวกันเราก็ควรทำบุญอุทิศส่วนกุศล ตั้งจิตในการแผ่เมตตา

ทั้งกระบวนการของบาปและบุญ เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ อย่างไร อีกทั้งเป็นโทษของวัฏฏะนี้ หากเราต้องการแก้ปัญหานี้ได้อย่างยั่งยืนก็ควรจะต้องมุ่งหน้าปฏิบัติธรรม ปฏิบัติตนตามหลักอริยมรรคมีองค์แปด เพื่อให้หลุดพ้นจากสังสารวัฏนี้ เพื่อให้เหนือกรรมและพ้นกรรมนี้ไปได้

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง