คนได้ดีไม่ใช่ว่าจะเป็นคนดี

HIGHLIGHTS:

  • การมีทิฐิว่าตนเองดีกว่าเขา เขาดีไม่เท่าเรา เรามียศสูงกว่า เขามีศักดิ์ต่ำกว่า หรือแม้แต่การคิดว่าเรารู้มากกว่า มีฌาณสมาธิที่เหนือกว่าคนอื่น คนอื่นทำได้ไม่เท่าเรา ดีไม่เท่าเรา ลักษณะนี้เป็นการยกตนข่มคนอื่น
  • การยกตนข่มคนอื่นทำให้เรามีมิจฉาทิฐิ มิจฉาสังกัปปะ เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น
  • การที่ยกตัวเองขึ้น มีความลำพอง ตรงนี้จะกลายเป็นมานะขึ้นมา ทำให้เรามีลักษณะเป็นคนเย่อหยิ่ง จองหอง เหล่านี้เป็นคุณธรรมของคนไม่ดี
  • คนที่เป็นสัตบุรุษเขาจะพิจารณาสิ่งที่ต้องละอย่างเรื่อง ราคะ โทสะ โมหะให้หมดสิ้นไปไม่ได้ขึ้นอยู่กับตระกูลที่สูง หรือมีลาภสักการะ
  • สัตบุรุษเป็นผู้ที่ปฏิบัติชอบยิ่งปฏิบัติอยู่ในภายใน รู้ในสิ่งที่ควรละ รู้ในสิ่งที่ควรปฏิบัติ ปฏิบัติตามธรรมเพื่อละสิ่งที่ควรละ คือความโลภความโกรธหลง
  • ธรรมวินัยนี้เป็นเรื่องของปัญญา

บทคัดย่อ

 

สัปปุริสสูตร… เป็นพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ที่พระวิหารเชตวัน เมืองสาวัตถี เปรียบเทีียบเรื่องของคนดี (สัตบุรุษ) กับคนที่ไม่ดี (อสัตบุรุษ) … คนที่มีคุณธรรมเรื่องศีลเรื่องสมาธิที่เรามองว่าเป็นคนดี แต่ในพระสูตรนี้คนมีสมาธิก็อาจจะเป็นอสัตบุรุษได้ คือมีความไม่ดีอยู่จะต้องมีปัญญาด้วย ซึ่งตรงนี้พระพุทธเจ้าท่านเน้นไว้ในเรื่องของปัญญา…ว่าไม่ใช่ปัญญาทั่วๆ ไป … แต่เป็นปัญญาที่เป็นเครื่องเจาะแทงกิเลสได้ พระพุทธเจ้าทรงไล่เปรียบเทียบให้ฟังเป็นลำดับตั้งแต่เรื่องหยาบๆ อย่างยกตนข่มคนอื่นเช่น มีอะไรมากกว่าเขา ได้อะไรมากกว่าเขา เป็นอะไรมากกว่าเขา… ถ้าเราเห็นตรงนี้ว่าคนอื่นดีได้ไม่เท่าเรา ดีไม่เท่าเรา มีการยกตนข่มคนอื่น แบบนี้เป็นลักษณะของคนไม่ดี… อาศัยคุณธรรมเปรียบเทียบทั้งหมด 26 ข้อและ 4 อย่างแรกถูกแบ่งเป็นเรื่องของตระกูล เช่นฉันมีตระกูลสูง ตระกูลใหญ่ เป็นตระกูลที่มีโภคะมาก เกิดในตระกูลที่มีชื่อเสียง แล้วยกตนข่มคนอื่น ข้อถัดมาคือการแบ่งด้วยเรื่อง ยศ ฉันมีมากกว่าเขา มีศักดิ์มากกว่า คนอื่นมีศักดิ์น้อยกว่า...สิ่งเรานี้อาจจะไม่ผิดศีลแต่สามารถทำใจให้เศร้าหมองได้เป็นทิฐิที่ไม่ถูกต้อง คนที่มียศสูงกว่าก็ไม่จำเป็นที่จะต้องยกตนข่มเขาก็ได้ ก็ทำหน้าที่ของตนไปถึงจัดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

ลาภปัจจัย 4 ยารักษาโรคก็รวมอยู่ด้วย คนเราจะดีหรือชั่วไม่ได้วัดกันที่บ้านหลังใหญ่ มียศมาก หรือมีเงินทองมาก ถ้าเรายกตนข่มท่านด้วยสิ่งเหล่านี้มันไม่ถูก… 6 ข้อแรกนี้เป็นการเปรียบเทียบถึงสิ่งภายนอก เรื่องของตระกูล เรื่องของยศ เรื่องของปัจจัย 4 ส่วนตั้งแต่ข้อที่ 7 ลงไป เป็นเรื่องของภายในอย่างเช่นการเป็นพหูสูตร...คนที่เป็นพหูสูตรคือเป็นผู้ฟังมามากเป็นผู้รู้เยอะ และพหูสูตรก็มีหลายระดับ… ถ้าคิดว่าตัวเองดีกว่าคนอื่น ยกตนขึ้นมาอาจจะไม่ผิดศีลแต่จะเริ่มผิดสัมมาวาจามีการพูดส่อเสียดขึ้น ใช้ความรู้ที่ตนมีทิ่มแทงคนอื่นให้กระเทือนใจเขา … มีมิจฉาสังกัปปะขึ้นมาเบียดเบียนตัวเองและคนอื่น...นอกจากนี้ยังมีความเป็นพระวินัยธร คือ ผู้รู้ธรรมะอย่างดี สามารถวิเคราะห์พระวินัยได้ สามารถวิเคราะห์ได้ถูกหรือผิด ...ธรรมกถึก คือผู้มีความสามารถในการแสดงธรรม มีความเข้าใจในเนื้อหาของธรรมะ … 3 อย่างนี้ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในภายในถ้าเรารู้สึกว่าสิ่งที่เราเป็นอยู่นี้ ไม่มีคนอื่นมาเป็นได้เท่าเรา มีการยกตนข่มเขา...อย่างนี้ก็จะเป็นมานะในใจ ถ้าเกิดขึ้นมากพองขึ้นมาก็จะมีความเย่อยิ่ง ผ่านออกมาจากการกระทำ สายตา … ข้อที่ 10 -19 เป็นเรื่องของธุดงควัตรที่มีด้วยกัน 13 ข้อซึ่งพระพุทธเจ้ายกขึ้นมา 9 ข้อ...คือนำข้อวัตรตรงนี้มาข่มคนอื่น ว่าฉันเป็นผู้อยู่ป่า ครองผ้า 3 ผืน การอยู่ป่าช้า อยู่กลางแจ้ง...นอกจากนี้ยังรวมถึงฌาณสมาธิทั้ง 8 ขั้น...

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง