การมีธรรมะเป็นที่พึ่งที่อาศัย

  • คำสอนในธรรมะวินัยนี้เป็นศาสดาแทนพระพุทธเจ้า ถือเป็นมรดกธรรมที่พระองค์ทรงมอบให้แก่ชนรุ่นหลังที่เดินตามรอยพระองค์
  • พระพุทธเจ้าเป็น “เอกบุคคล” เป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ไม่สามารถหาใครมาเปรียบหรือจะมาเสมอพระองค์ท่านได้
  • ธรรมปฏิสรณา คือ มีธรรมะเป็นที่พึ่งที่อาศัย เป็นที่ต้านทาน เป็นสิ่งที่ใช้ตรวจสอบการประพฤติที่ไม่ถูก เมื่อไม่ถูกตามวินัยที่ตั้งไว้ก็ทำการแก้ไขใหม่
  • หากปฏิบัติตนได้ถูกต้องตามวินัยที่พระพุทธเจ้าประกาศไว้ดีแล้ว ก็เท่ากับว่าเป็นการพึ่งตนให้เป็นผู้ปฏิบัติตรงตามธรรมวินัย

 

‘อานนท์...ความคิดอาจมีแก่พวกเธออย่างนี้ว่า ธรรมวินัยของพวกเรามีศาสดาล่วงลับไปแล้ว เราไม่มีศาสดาแล้วดังนี้ อานนท์ พวกเธออย่าคิดดังนั้น ! ธรรมะก็ดี วินัยก็ดีที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่พวกเธอทั้งหลาย ธรรมะวินัยนั้นจะเป็นศาสดาของพวกเธอทั้งหลายด้วยการที่เราล่วงลับไป’

 

ข้อความนี้สำคัญมาก

 

...ธรรมะวินัยนี้เป็นศาสดาหลังจากพระพุทธเจ้าล่วงลับไป ข้อความนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้กับพระอานนท์ ขณะนอนประทับสีหไสยาสน์(นอนตะแคงขวา) ในยามสุดท้ายแห่งราตรีของวันที่จะเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานอยู่ระหว่างต้นสาละคู่ในสวนป่าสาละ เหตุที่พระพุทธเจ้าไม่ได้แต่งตั้งใครเป็นศาสดาแทนพระองค์เอง เพราะสมัยนั้นมีคำสอนหลายๆ ศาสนาถึง 62 ลัทธิ และ ที่สำคัญๆ มีถึง 6 - 7 ลัทธิ ซึ่งเจ้าลัทธิสำคัญๆ สมัยนั้นได้ล่วงลับไปก่อนพระพุทธเจ้า ปรากฏว่าสาวกที่เหลืออยู่ก็แตกกันทะเลาะกัน ไม่สามัคคีกัน คำสอนต่างๆ ก็บิดเบือนไป แล้วเมื่อพระพุทธเจ้าจะเสด็จปรินิพพานแล้วก็มีข่าวลือแพร่สะพัดออกไปว่า เหล่าสาวกก็จะต้องแตกความสามัคคีอยู่ร่วมกันไม่ได้ … พระพุทธเจ้าได้ตรัสข้อความนี้เป็นมรดกธรรมะ พินัยกรรมธรรมะเพื่อให้บุคคลที่ตามมาภายหลังรู้ว่า ศาสดาผู้สอนคือคำสอนที่ได้บอกไว้เป็นธรรมะวินัย

“โคปกโมคัลลานสูตร” … เป็นบทสนทนาระหว่างท่านพระอานนท์กับพราหมณ์ 2 รูป คือโคปกโมคัลลานพราหมณ์และวัสสการพราหมณ์ เป็นเหตุการณที่เกิดขึ้นหลังจากเสร็จพิธีพระราชทานเพลิงพระพุทธเจ้าและแบ่งพระอัฐิธาตุเรียบร้อยแล้ว … ท่านพระอานนท์ก็ได้อัญเชิญพระอัฐิธาตุเดินทางมายังเมืองราชคฤห์ เพื่อกระทำการสังคายนาที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา แล้วอาศัยพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นผู้อุปถัมภ์...ท่านพระอานนท์ได้ใช้เวลาช่วงสั้นๆ ก่อนจะไปบิณฑบาตร แวะเข้ามาในสำนักของโคปกโมคคัลลานะพราหมณ์โดยหวังว่าโคปกโมคคัลลานะพราหมณ์จะช่วยเรื่องการทำสังคยานาครั้งนี้ แล้วเมื่อเข้าไปในสำนักของพราหมณ์โคปกฯ พราหมณ์ก็ได้ถามพระอานนท์ว่าพระพุทธเจ้าไม่อยู่แล้ว เหล่าสาวกจะอยู่อย่างไร ยังสามัคคีกันได้อยู่หรือไม่ มีคนที่มีคุณสมบัติพอที่จะมาแทนพระพุทธเจ้าได้หรือไม่ ซึ่งพระอานนท์ก็ยืนยันว่า “ไม่มี”...

ระหว่างนั้นวัสสการพราหมณ์ (อำมาตย์ของพระเจ้าอชาตศัตรู) ก็ได้เข้ามาถามว่าทั้ง 2 สนทนากันเรื่องอะไร พระอานนท์จึงเล่าบทสนทนาก่อนหน้านี้ให้วัสสการพราหมณ์ฟัง … วัสสการพราหมณ์ตั้งคำถามว่า พระพุทธเจ้าได้แต่งตั้งใครขึ้นมาแทนหรือไม่ ท่านพระอานนท์ก็ยืนยันคำตอบเดิมว่า “ไม่มี” แล้วเหตุอะไรที่จะทำให้หมู่สงฆ์สามัคคีกันโดยธรรม? … ท่านพระอานนท์จึงกล่าวว่ามีธรรมะเป็นที่พึ่งอาศัย เป็นธรรมปฏิสรณาเป็นที่พึ่งที่อาศัยเป็นที่ต้านทานได้ การใช้ธรรมะเป็นที่พึ่งที่อาศัยก็คือการเข้าไปตรวจสอบกับธรรมกับวินัย ถ้ามีการทำที่ผิดจากวินัยก็ทำการแก้ไข แต่ถ้าเหมือนดีแล้วก็ใช้ตัวเองนั้นทำต่อไปเป็นลักษณะการพึ่งตนให้เหมือนกับธรรมะที่พระพุทธเจ้าประกาศไว้ดีแล้ว นอกจากนี้พระอานนท์ยังได้อธิบายถึงธรรมะ 10 ประการ คือ การมีศีล , การเป็นพหูสูต , ผู้สันโดษ , การมีฌาณทั้ง 4 , มีอิทธิวิธี , การมีหูทิพย์ , การรู้วาระจิต , การรู้อดีต , การรู้อนาคต , และอาสวักขยญาณ

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ฟัง "โคปกโมคคัลลานสูตร" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2561

ฟัง "ธรรมปฏิสรณา-ธรรมคือที่พึ่งอาศัย" ออกอากาศทาง FM92.5 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558