การรักตนด้วยการไม่เบียดเบียนผู้อื่น

HIGHLIGHTS:

  • การรักตนนั้นคือการไม่เบียดเบียนคนอื่น
  • บุพกรรมของพระนางมัลลิกาเทวี ว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาส
  • เราจะทำความดีความงามให้ปรากฎขึ้นได้ ก็ต้องได้ด้วยความดีเท่านั้น ได้ด้วยความไม่เบียดเบียนได้ด้วยความเมตตารักใคร่เอ็นดูด้วยการให้ปัน ด้วยการพูดคำจริง ให้ใคร่ครวญพิจารณาทำการไม่เบียดเบียนให้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา

บทคัดย่อ

“...บุคคลค้นหาด้วยจิตตลอดทิศทั้งหมด เมื่อไม่ได้พบใครซึ่งเป็นที่รัก ยิ่งกว่าตนในที่ไหน ๆ เลย สัตว์ทั้งหลายเหล่าอื่นก็รักตนมากเช่นนั้นเหมือนกัน ฉะนั้นผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนสัตว์อื่นทั้งหลาย ดังนี้.”

<"http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=15&A=2395&Z=2425">มัลลิกาสูตรที่ 8

 

พระพุทธเจ้าได้เปล่งอุทานนี้ไว้ด้วยการปรารภถึงบทสนทนาระหว่างพระเจ้าปเสนธิโกศลกับพระนางมัลลิกา* ผู้เป็นมเหสีที่เป็นที่รักมากของพระองค์ มีอยู่วันหนึ่งพระเจ้าปเสนธิโกศลได้ถามพระนางมัลลิกาว่า “เธอรักใครมากที่สุดในโลกนี้?” ความที่พระนางมัลลิกาเป็นคนฉลาด เป็นผู้มีปัญญา เวลาจะตอบคำถามหรือถวายคำแนะนำอะไรแก่พระราชาต้องคิดใคร่ครวญอย่างมาก พระนางจึงได้ตอบไปว่า “ไม่มีใครเลยที่ฉันจะรักไปมากกว่าตนเอง” โดยให้เหตุผลว่า

 

“...ที่บอกว่า “รักตนที่สุดเลย” เป็นเพราะว่า...สัตว์โลกชาวโลกทั้งหมดก็เห็นแก่ประโยชน์ของตนเองทั้งนั้นจึงรักคนอื่น รักคนอื่นก็เพราะว่ารักตนเอง

 

เมื่อพระเจ้าปเสนธิโกศลได้คำตอบเป็นที่น่าพอใจจึงได้ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อทูลเรื่องราวนี้ให้ทราบ พระองค์จึงทรงเปล่งอุทานคาถานี้ว่า

 

สพฺพา ทิสา อนุปริคมฺม เจตสา     เนวชฺฌคา ปิยตรมตฺตนา กฺวจิ
เอวํ ปิโย ปุถุ อตฺตา ปเรสํ     ตสฺมา น หึเส ปรมตฺตกาโมติ.

ใคร ๆ ก็ตาม ถ้าตรวจตราไปด้วยจิตทุกทิศทุกทางแล้ว หาได้พบผู้เป็นที่รักยิ่งกว่าตนในที่ไหน ๆ หาไม่เลย สัตว์เหล่าอื่นก็รักตนมากเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น ฯ

 

“...เราจะกำจัดกิเลสออกไปได้ ด้วยการเอากิเลสใส่ลงไปมาก มันยิ่งดีใจ กิเลสมันยิ่งมากทำตามมรรคแปด ด้วยการที่ไม่เบัยนเบียนกันตอบ ด้วยการอยู่ตามทางสายกลาง ด้วยการมีเมตตา ด้วยการที่ไม่เบียนเบียดผู้อื่น คนอื่นเขาก็รักตัวเอง เราก็รักตัวเอง รักตัวเองแล้วก็ไม่พึงเบียดเบียนสัตว์อื่น

และเรื่องในการรักตน ประเด็นของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ “ความรัก” แต่ประเด็นของเรื่องการรักตนนั้นอยู่ที่การไม่เบียดเบียน ถ้าเราคิดว่าเรารักตน แล้วเราก็รักษาตนด้วยการที่ทำร้ายคนอื่น ไม่ให้มาทำร้ายฉันก่อน อันนี้เขาเรียกว่า “ตอแหล โกหกตัวเอง” เพราะว่าถ้ารักตนแล้วยังทำร้ายคนอื่น การทำร้ายนั้นชื่อว่าเป็นการทำร้ายตนเองด้วย ให้ตัวเองได้รับบาปกรรรมที่ไม่ดี ไม่ชื่อว่ารักตนเลย

แต่คนที่รักตนจริง ๆ เขาจะไม่ทำร้ายคนอื่นจริง ๆ เพราะว่าการทำร้ายนั้นจะให้ผลเป็ฯกรรมที่ไม่ดี ถ้าเราไม่ต้องการกรรมไม่ได้ให้เกิดขึ้นแก่ตัวเรา ด้วยความที่เรารักตนเองเราก็จะไม่เบียดเบียนคนอื่น...ให้ใคร่ครวญพิจารณาทำการไม่เบียดเบียนให้เกิดขึ้นในชีวิตของเรา

 

*เกร็ดความรู้:บุพกรรมของพระนางมัลลิกาเทวี
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภพระนางมัลลิกาเทวีว่า พระนางเป็นธิดาของช่างทำดอกไม้ในเมืองสาวัตถี มีรูปงาม มีปัญญามาก พระนางเมื่ออยู่ในวัยแรกรุ่น วันหนึ่งกำลังไปที่สวนดอกไม้พร้อมกับหญิงสาวทั้งหลาย ได้หยิบเอาขนมกุมมาส 3 ก้อนวางไว้ในกระเช้าดอกไม้แล้วเดินไป ครั้นเมื่อออกไปจากพระนคร ได้เห็นพระผู้มีพระภาคทรงกำลังเสด็จเข้าเมือง จึงได้น้อมก้อนขนมกุมมาสเหล่านั้นถวายแก่พระองค์ด้วยความปิติ พระองค์ทรงทอดพระเนตรนาง และได้ทรงทำการแย้มสรวลให้ปรากฏ พระอานนท์จึงทูลถามเหตุแห่งการแย้มสรวลนั้น?

พระศาสดาจึงตรัสถึงเหตุแห่งการแย้มสรวลนั้นว่า “ดูก่อนอานนท์ กุมาริกาคนนี้จักได้เป็นอัครมเหสีของพระเจ้าโกศลในวันนี้ทีเดียว เพราะผลแห่งการถวายก้อนขนมกุมมาสเหล่านี้.” (กุมมาสปิณฑชาดก ว่าด้วยอานิสงส์ถวายขนมกุมมาส (อ่านเพิ่มเติมในส่วนพระสูตร/เรื่องที่เกี่ยวข้อง))

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง