การบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์

HIGHLIGHTS:

  • ความหมายของคำว่า “บารมี”
  • ประเภทและรายละเอียดของ “พุทโธ” และ “โพธิสัตว์”
  • ประเภทและระยะเวลาการบำเพ็ญบารมี เพื่อการบรรลุเป็นสัมมาสัมพุทโธ

บทคัดย่อ

 

บารมี หมายถึง การสะสมส่วนที่เป็นบุญ เกี่ยวข้องกับ “พุทโธ” ซึ่งเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานจากกิเลส จากผัสสะ ไม่เกลือกกลั้ว ไม่วุ่นวายตามโลก โดยเป็นคุณสมบัติหลักในตัวผู้ที่จะตรัสรู้ธรรมทุกท่าน เริ่มตั้งแต่พระพุทธเจ้าเอง พระอัญญาโกณฑัญญะ สงฆ์สาวกทั้งหลายตั้งแต่สมัยพุทธกาลจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะมีความแตกต่างกันและแยกเป็นประเภทได้ดังนี้

  1. อนุพุทโธ คือ ผู้ที่รู้ได้โดยต้องมีผู้บอกสอน
  2. ปัจเจกพุทโธ คือ ผู้ที่รู้ได้ด้วยตนเอง
  3. สัมมาสัมพุทโธ คือ ผู้ที่รู้ได้ด้วยตนเองและสามารถบอกสอนผู้อื่นได้ด้วย

 

ทั้งนี้ผู้ที่บำเพ็ญบารมีเพื่อมาเป็นพุทโธนั้น เป็นผู้ที่ยังข้องอยู่ในการตรัสรู้ โพธิญาณ หรือพุทโธมาก่อน ซึ่งเราเรียกว่า “โพธิสัตว์” นั่นเอง โดยจะแบ่งเป็นคู่ๆ กับ “พุทโธ” ที่มีชื่อเรียก องค์ประกอบ และระยะเวลาในการบำเพ็ญบารมีที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

  1. สาวกสัมโพธิสัตว์ คู่กับ อนุพุทโธ
  2. ปัจเจกสัมโพธิสัตว์ คู่กับ ปัจเจกพุทโธ
  3. สัมมาสัมโพธิสัตว์ คู่กับ สัมมาสัมพุทโธ

 

ในการที่จะบรรลุสัมมาสัมพุทโธนั้น จะต้องมีระยะเวลาการบำเพ็ญบารมีของสัมมาสัมโพธิสัตว์ โดยนับทั้งหมดที่บำเพ็ญมาตั้งแต่คิดไว้ในใจ เอ่ยวาจา และได้รับพุทธพยากรณ์ สามารถจัดแบ่งประเภทได้ดังนี้

  • พระปัญญาธิกะพุทธเจ้า หมายถึง การบรรลุสัมมาสัมพุทโธ โดยใช้ปัญญานำ ต้องบำเพ็ญบารมีเต็มถึง 20 อสงไขยมหากัป กับอีกแสนมหากัป
  • พระศรัทธาธิกะพุทธเจ้า หมายถึง การบรรลุสัมมาสัมพุทโธ โดยใช้ศรัทธานำ ต้องบำเพ็ญบารมีเต็มถึง 40 อสงไขยมหากัป กับอีกแสนมหากัป
  • พระวิริยะธิกะพุทธเจ้า หมายถึง การบรรลุสัมมาสัมพุทโธ โดยใช้ความเพียรนำ ต้องบำเพ็ญบารมีเต็มถึง 80 อสงไขยมหากัป กับอีกแสนมหากัป

 

บารมีที่ควรจะบำเพ็ญคือ “ทศบารมี” หรือ “บารมี 10” ซึ่งสามารถแยกออกเป็นหัวข้อ ดังต่อไปนี้

  1. แจกแจงตามรายละเอียดทั้ง 10 ข้อ ได้แก่
    • ทาน การให้
    • ศีล การรักษาศีลให้เป็นปกติ
    • เนกขัมมะ การออกจากกาม
    • ปัญญา ความรู้
    • วิริยะ ความเพียร
    • ขันติ ความอดทนอดกลั้น
    • สัจจะ ความตั้งใจจริง เอาจริง จริงใจ
    • อธิษฐาน ความตั้งใจมั่น ไม่เปลี่ยนแปลง
    • เมตตา ความรักด้วยความปรานี
    • อุเบกขา ความวางเฉย
  2. แจกแจงตามระดับของการบำเพ็ญบารมี ได้แก่
    • ระดับต้น ยกตัวอย่างเช่น ทานบารมีหรือบารมีขั้นต้น ได้แก่ ให้ข้าวให้ของ ให้เงินให้ทอง ให้เสื้อผ้า ให้ข้าวปลาอาหาร
    • ระดับกลาง ยกตัวอย่างเช่น ทานอุปบารมี ได้แก่ ให้อวัยวะ บริจาคดวงตา บริจาคเลือด บริจาคไต อุทิศร่างกายหลังจากตัวเองล่วงลับดับขันธ์
    • ระดับสูงสุด ยกตัวอย่างเช่น ทานปรมัตถบารมีเป็นบารมีขั้นอุกฤษฏ์หรือขั้นสูงสุด ได้แก่ ให้ชีวิตตนเองเป็นทานเพื่อความอยู่รอดของคนอื่นซึ่งทำได้ยากมาก เพราะต้องวางชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน
  3. แจกแจงออกเป็นคู่ๆ ที่สนับสนุนกันในเวลาที่บำเพ็ญบารมี ได้แก่
    • ศีลมี 4 ได้แก่ ทานคู่กับเมตตา ศีลคู่กับเนกขัมมะ
    • สมาธิ มี 4 ได้แก่ วิริยะคู่กับขันติ สัจจะคู่กับอธิษฐาน
    • ปัญญา มี 2 ได้แก่ ปัญญาคู่กับอุเบกขา

 

ผู้ที่คิดว่า ตนเองจะต้องบรรลุธรรมในชาตินี้ เป็นผู้ที่ยังข้องอยู่ในโพธิญาณทันที ถือเป็นโพธิสัตว์ประเภทสาวกสัมโพธิสัตว์แล้ว เพราะมีจิตมุ่งที่จะได้ตรัสรู้เป็นอนุพุทโธ เจริญรอยตามสัมมาสัมพุทโธที่ตรัสรู้แล้วเมื่อ 2,600 ปีก่อน ซึ่งจะต้องมีการปฏิบัติที่เหมาะสมในความเป็นพุทโธนั้นๆ เพื่อสะสมความดีที่เป็นบารมี

พระพุทธเจ้าทรงเคยตรัสไว้ว่า หากพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมอยู่แล้วเราปฏิบัติธรรมตามที่สอน เราจะสามารถบรรลุธรรมได้ในที่สุด อาจจะสามารถรู้ได้เลยหลังจากรับฟังธรรมอย่างท่านพระพาหิยะ หรืออาจจะมากที่สุดก็ไม่เกิน 7 ปี

พระสูตร / เรื่องที่เกี่ยวข้อง